
ชาวนาเสื้อแดงสุดทนฟ้อง"ยิ่งลักษณ์"โกงจำนำข้าว
การออกหน้านำโดยแกนนำซึ่งเป็นอดีตนักการเมืองที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลในครั้งนี้ น่าจับตาว่า จะมีแรงมากพอจะทำให้ชาวนาในพื้นที่สีแดงอื่นๆ ขยับตามมาด้วยหรือไม่
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
แม้นขุมกำลังชาวนาที่ออกมาเป็นทัพหน้าเรียกร้องเงินค่าจำนำข้าวจะเป็นกลุ่มชาวนาในพื้นที่ซึ่งไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ในขณะที่ชาวนาในพื้นที่ฐานเสยงรัฐบาลส่วนใหญ่ยังสงบนิ่งไม่มีท่าทีที่ชัดเจนใดๆ แต่ก็ใช่ว่าพื้นที่ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยจะได้รับเงินค่าจำนำข้าวมากกว่าพื้นที่อื่นๆ
สำหรับจังหวัดพะเยา ฐานเสียงเพื่อไทย ที่อาจกล่าวได้ว่าแดงจัดพื้นที่หนึ่ง มีชาวนาเข้าร่วมโครงการจำนำข้าว 36,374 ราย ได้รับเงินแล้ว จำนวน 1,830 ล้านบาท คงค้างจ่าย 1,631 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 6 ก.พ. 2557)
ร่วม 5 เดือนที่เฝ้ารอเงินค่าจำนำข้าว ส่งผลให้ชาวนาส่วนหนึ่งเรียกร้องเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ด้วยการ ขอยื่น"ฟ้อง" เอาผิดต่อ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และส่วนหนึ่งฟ้องแพ่ง เพื่อเรียกร้องเงินค่าจำนำข้าว รวมทั้งค่าเสียหาย โดยคิดเป็นอัตราดอกเบี้ย 7.5 % ต่อไป
ขณะนี้มีกลุ่มชาวนาในพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา นำร่องขอยื่นฟ้อง ดีเดย์ชุดแรกในวันที่ 20 ก.พ.นี้
เกรียงไกร ไชยมงคล อดีตส.ส.พะเยา พรรคไทยรักไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นแกนนำชาวนา อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา หนึ่งในเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจำนำข้าวแต่ยังไม่ได้รับเงินเกือบ 90,000 บาท ยืนยันว่า ปัญหาชาวนาเป็นเรื่องปากท้อง ไม่ใช่เรื่องการเมือง ชาวบ้านเคยชื่นชอบนโยบายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดี๋ยวนี้ก็ยังชอบอยู่ แต่ต้องแยกแยะระหว่างนโยบายและความเดือดร้อน เมื่อเดือดร้อนก็ต้องแก้ปัญหาก่อน
เกรียงไกรบอกว่า ได้แจ้งให้ชาวนาในพื้นที่อ.ดอกคำใต้ที่ยังไม่ได้รับเงิน ให้นำใบประทวน ซึ่งเป็นหลักฐานการจำนำข้าวมารวบรวมเพื่อยื่นฟ้องเอาผิดกับนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในคดีอาญาข้อหาฉ้อโกงประชาชน พร้อมกันนี้จะต้องฟ้องคดีแพ่งเรียกร้องค่าเสียหายที่เป็นเงินค่าจำนำข้าวและอัตราดอกเบี้ยปีละ 7.5 % ด้วย ซึ่งขณะนี้มีชาวนานำใบประทวนมารวบรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ราย
“ยอมรับว่านโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาเป็นผลบวกถูกใจของประชาชนไม่น้อย แต่บางนโยบายที่เกิดผลกระทบ อาจจะเกิดจากการบริหารงานที่ไม่ระมัดระวังจนทำให้มีพวกคนเห็นแก่ตัวคิดเอาเปรียบเกษตรกรของชาติ ด้วยการทุจริตทำให้รัฐเสียหาย ตรงนี้รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบเพราะเป็นความเสียหายที่เกิดจากการบริหารงานของรัฐบาล ส่วนอีกประเด็นคือความเดือดร้อนของชาวนาในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะนำไปผูกโยงกับการเมือง เพราะมันเป็นเรื่องความเดือดร้อนปากท้องของประชาชน ต้องแยกออกจากกันให้ได้ อย่ามองว่าเป็นการเมือง ใครที่ทำผิดก็ต้องรับผิดชอบต่อกระดูกสันหลังของชาติ" อดีตส.ส.ไทยรักไทยซึ่งวันนี้กลายเป็นแกนนำชาวนากล่าวถึงนโยบายจำนำข้าว
การเฝ้ารอเงินค่าจำนำข้าว ซึ่งเป็นทั้งค่าใช้จ่ายดำรงชีวิต ค่าปัจจัยการผลิตทำนารอบใหม่ ทำให้ชาวนาในอีกหลายพื้นที่ อาทิ เองเชียงคำ ภูซาง จุน ปง แม่ใจ ภูกามยาว และอ.เมืองพะเยา มีคำถามอยู่ในใจ ซึ่งยังทำให้ไม่สามารถตัดสินใจออกมาประท้วงเรียกร้องเงินค่าจำนำข้าว หรือ การฟ้องร้องผู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากไม่มั่นใจว่า หากออกมาเรียกร้องแล้วจะได้เงินจริงหรือไม่เพราะรัฐบาลเป็นรัฐบาลรักษาการณ์ ทำอะไรไม่ได้ หรือการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในชั้นศาลจะมีผลต่อการได้รับเงินค่าจำนำข้าวล่าช้าหรือไม่
และประเด็นสำคัญคือ พะเยา เป็นพื้นที่ฐานการเมืองเป็นของพรรคเพื่อไทย(พท.) ด้วยเสียงสนับสนุนกว่า 60 % ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งจังหวัด แม้จะไม่ใช่ 100 % แต่ก็อาจกล่าวได้ว่าพวกเขาคือมวลชนเสื้อแดงของพรรคเพื่อไทย
เมื่อเดือดร้อนด้วยปัญหาปากท้อง ชาวนาจำนวนไม่น้อยอยากออกมาร่วมชุมนุมเรียกร้องขอความช่วยเหลือ ที่ผ่านมาทำได้แค่ยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดหรือตัวแทน แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ครั้งเมื่อบางกลุ่มทำท่าจะเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มชาวนาจากพื้นที่อื่นๆ ก็ถูกสกัดด้วยกลไกอำนาจรัฐ และฐานอำนาจกลุ่มการเมืองในพื้นที่ ทำให้ไม่กล้าออกมาเรียกร้องสิทธิของตนเอง
แก้วมูล ธนโชติเจริญ หนึ่งในชาวนาที่เป็นผู้นำในพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ อีกรายหนึ่ง ยืนยันหนักแน่นว่าการเคลื่อนไหวของชาวนาพะเยาครั้งนี้ไม่มีการเมือง
“ขอเพียงได้เงินค่าข้าวของพวกเราแล้ว รัฐบาลหรือฝ่ายการเมืองจะบริหารประเทศอย่างไรต่อไปนั้น คือเรื่องของฝ่ายการเมือง เมื่อตอนนี้เงินไม่ได้ ข้าวก็ไม่มีแล้ว ผมและพี่น้องชาวนาต้องออกมาเรียกร้องเพื่อปกป้องผลประโยชน์ตามสิทธิของตนเอง ไม่มีใครชักชวนหรือจูงใจด้วยเงื่อนไขใด ๆ ทางการเมืองทั้งสิ้น เอาข้าวเราไปนาน 2-4 เดือน ผัดวันประกันพรุ่งครั้งแล้วครั้งเล่า และโยนความรับผิดชอบให้ใครต่อใคร รวมทั้งอ้างสารพัดว่าเพราะเหตุทางการเมืองทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินค่าจำนำข้าวได้”
แก้วมูลยอมรับว่า นโยบายการรับจำนำข้าวของรัฐบาลเป็นนโยบายที่ดี หากไม่มีการโกง ทุจริต เกิดขึ้น ทำให้ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ถึงมือประชาชนโดยตรง จะเป็นประชานิยมหรือไม่ ถ้ารัฐบาลบริหารเป็น มีเงินมาจ่ายชาวนาก็ไม่เดือดร้อนเช่นนี้
นี่คือเสียงสะท้อนของชาวนาพะเยา ซึ่งได้ชื่อว่า อยู่ในพื้นที่สีแดงที่เป็นเขตฐานเสียงสนับสนุนรัฐบาล
การออกหน้านำโดยแกนนำซึ่งเป็นอดีตนักการเมืองที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลในครั้งนี้ น่าจับตาว่า จะมีแรงมากพอจะทำให้ชาวนาในพื้นที่สีแดงอื่นๆ ขยับตามมาด้วยหรือไม่







