
พาณิชย์นำแผนรับมือวิกฤตเงินยูโรถกครม.วันนี้
“อลงกรณ์” ผวาวิกฤตการเงินยุโรป ลามการค้า ลงทุน ท่องเที่ยวไทย สั่งพาณิชย์รวบรวมผลกระทบหารือ ครม. วันนี้
“อลงกรณ์” ผวาวิกฤตการเงินยุโรป ลามการค้า ลงทุน ท่องเที่ยวไทย สั่งพาณิชย์รวบรวมผลกระทบหารือ ครม. วันนี้
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์กำลังรวบรวมผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนของไทย ที่เกิดจากสถานการณ์วิกฤตทางการเงินในสหภาพยุโรป (อียู) โดยจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อหามาตรการในการดูแลการส่งออก นำเข้า ลงทุน และการท่องเที่ยว แม้ขณะนี้วิกฤตการเงินในยุโรปจะยังไม่รุนแรงแต่ก็ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด และควรทำมาตรการดูแลผลกระทบเตรียมไว้ตั้งแต่ระดับเบาไปถึงรุนแรง
“สถานการณ์ทางการเงินประเทศในยุโรปขณะนี้อยู่ในระดับสีเหลือง ยังไม่เข้าขั้นรุนแรง แต่ต้องจับตาใกล้ชิด และควรมีการจัดทำมาตรการระยะสั้น กลาง ยาว รองรับไว้” นายอลงกรณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์วิกฤตทางการเงินที่เกิดขึ้นในกรีซอาจขยายวงไปประเทศอื่นในภูมิภาคยุโรป ซึ่งได้แบ่งกลุ่มประเทศที่น่าห่วงในภูมิภาคยุโรปทั้งหมด 12 ประเทศ กลุ่มแรกคือกลุ่ม PIGGS ได้แก่ สเปน อิตาลี ไอซ์แลนด์ โปรตุเกส และกรีซ ที่มีปัญหาการคลังระดับน่าวิตก กลุ่มนี้มีมูลค่าการค้ากับไทย 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 2.8% ของมูลค่าการค้าระหว่างไทย กลุ่มสอง ยุโรปตะวันออก เช่น บัลแกเลีย ฮังการี กลุ่มนี้ฐานะการคลังเริ่มส่ออาการไม่ดี ต้องดูใกล้ชิด และกลุ่มสามคืออังกฤษ มีปัญหาการคลังเช่นกัน
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจากการที่ค่าเงินยูโรตั้งแต่ต้นปีลดลงไปแล้ว 10-13% ประกอบกับค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นมา ทำให้ราคาสินค้าของไทยที่ส่งออกไปยังภูมิภาคนี้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะค่าเงินบาทแข็งค่าทุก 1% ส่งผลให้การส่งออกไปตลาดอียูลดลง 1.5% สินค้าสำคัญที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เช่น รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น อัญมณีและเครื่องประดับ อาหารแช่แข็ง สิ่งทอและเสื้อผ้า ซึ่งเป็นอุตสาห กรรมสำคัญของไทย
สำหรับตลาดสหภาพยุโรปมีมูลค่าการค้ากับไทยรวม 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปี 2552ซึ่งมีสัดส่วนตลาด 11.9% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวมทั้งหมดของไทย คิดเป็นอันดับ 2 รองจากตลาดอาเซียนที่มีสัดส่วน 21% กรีซมีสัดส่วนการค้ากับไทย 0.08%







