
ศรส.ลุยบี้กกต.ตัวการขวางเลือกตั้ง
ศรส.สรุปคดีขวางเลือกตั้ง 288 คดี เฉพาะจนท.กกต.ทำผิด 132 คดี ออกหมายจับแล้ว 44 คน เร่งจับตัวมาลงโทษ รัฐบาลนัดถก กกต. 17 ก.พ.นี้ หารือออก พรฎ.จัดเลือกตั้งใหม่ 28 เขต ภาคใต้
ศรส.สรุปคดีขวางเลือกตั้ง 288 คดี เฉพาะจนท.กกต.ทำผิด 132 คดี ออกหมายจับแล้ว 44 คน เร่งจับตัวมาลงโทษ รัฐบาลนัดถก กกต. 17 ก.พ.นี้ หารือออก พรฎ.จัดเลือกตั้งใหม่ 28 เขต ภาคใต้
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการศรส. แถลงผลการประชุมศรส. ว่า ศรส. มีผลการประชุมดังนี้ ศรส.ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาคถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส. และแนวร่วม กรณีร่วมกันกระทำผิดด้วยการขัดขวางการเลือกตั้งด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นการล่วงละเมิดสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรง ขณะนี้ มีจำนวนคดีประเภทขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน 156 คดี คดีประเภทเป็นเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งหน้าที่ไม่จัดการเลือกตั้ง จำนวน 132 คดี รวมคดีทั้งสิ้น 288 คดี และศาลได้ออกหมายจับ ให้แล้วจำนวน 44 คน
ทั้งนี้ทาง ศรส.เห็นสมควรแต่งตั้งคณะทำงานประสานงานกับ กกต. เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งใหม่ในช่วงเดือนเมษายนนี้เป็นไปด้วยความสงบและเรียบร้อย โดยมีตำรวจ ทหาร และข้าราชการกรมการปกครอง ร่วมเป็นคณะทำงาน และมีพล.ต.ท.อารี อ่อนชิต ผช.ผบ.ตร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และในวันเดียวกันตัวแทนผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย พื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 15 คน จากทั้งหมด 29 คน นำโดย นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก และนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ ยื่นหนังสือต่อศรส.เพื่อให้รับเรื่องที่ผู้สมัครส.ส.ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ ถูกขัดขวางไม่สามารถลงรับสมัครได้โดยนายธาริต ยืนยันว่าจะรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษอย่างแน่นอน โดยจะมีการร่วมกันดำเนินการ 3 ฝ่าย คือ ดีเอสไอ สตช.และสำนักงานอัยการ ร่วมดำเนินคดี
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลได้รับหนังสือ จาก กกต.แล้ว โดยได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปพิจารณา ว่าจะมีการออกพระราชกฤษฎีการเลือกตั้งใหม่ ใน 28 เขต พื้นที่ภาคใต้ ที่มีปัญหาหรือไม่ และในวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ก็จะเดินทางไปร่วมหารือกับ กกต. ตามที่มีการเชิญหลายฝ่ายมาร่วมพูดคุย และจะนำข้อหารือในเวทีนั้น ให้กฤษฎีไปพิจารณาด้วย และวันที่ 18 รัฐบาลและกฤษฎีกาก็จะมีการพิจารณาในเรื่องนี้อีกครั้ง
ทั้งนี้ยังเห็นว่า จากการสืบคืนข้อมูลของสำนักงานกฤษฎีกา พบว่า หากเป็นการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลอยู่ครบเทอม ผู้ที่จะรักษาการจัดการเลือกตั้งคือ ประธาน กกต.เท่านั้น มีเพียงกรณีที่ยุบสภา นายกรัฐมนตรีจะร่วมรักษาการร่วมกับประธาน กกต. ดังนั้น จึงมองว่า กกต.มีอำนาจในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ทั้งหมด
ทั้งนี้ที่สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนแจ้งวัฒนะ หัวหน้าพรรคไทยรักธรรม พรรคพลังเครือข่ายประชาชน และพรรคไทยรักชาติ เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านทาง พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ประชุมหารือกำนหดวันลือกตั้งใหม่ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ และขอให้รัฐบาลจัดประชุมเพื่อปรึกษาหารือกรณีดังกล่าวร่วมกับพรรคการเมืองที่ลงสมัครและหน่วยงานต่างๆอีกครั้ง โดยมีนายกฯเป็นประธาน เหมือนกับการประชุมร่วมพรรคการเมืองที่ลงเลือกตั้งและฝ่ายที่เกี่ยวข้องจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15ม.ค. ที่ หอประชุมกองบัญชาการกองทัพอากาศโดยด่วนเพื่อหาทางออกอย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ในหนังสือระบุว่า การที่กกต.ได้มีมติเบื้องต้นจะจัดการการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในวันที่ 20เม.ย. และในวันที่27เม.ย.ในพื้นที่ที่มีปัญหาจัดการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ เห็นว่าการกำหนดวันเลือกตั้งของกกต.เป็นการประวิงเวลา ไ ม่ปฏิบัติหน้าที่ตามพ.ร.บ.รัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด เพื่อเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงเห็นว่าหากต่อไปเกิดการขัดขวางอีก อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้







