posttoday
มาฆาเลนไทน์

มาฆาเลนไทน์

13 กุมภาพันธ์ 2557

ชื่อเรื่องเป็นคำที่ผมสนธิขึ้นมาเอง จากคำว่ามาฆบูชากับวาเลนไทน์ ไม่สงวนสิทธิ แต่ก็ไม่แนะนำให้ใครเอาไปใช้ เพราะไม่อยากถูกกล่าวหาว่าทำให้ภาษาวิบัติ

ชื่อเรื่องเป็นคำที่ผมสนธิขึ้นมาเอง จากคำว่ามาฆบูชากับวาเลนไทน์ ไม่สงวนสิทธิ แต่ก็ไม่แนะนำให้ใครเอาไปใช้ เพราะไม่อยากถูกกล่าวหาว่าทำให้ภาษาวิบัติ

นานปีทีหนจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้สักที คือ วันมาฆบูชาตรงกับวันวาเลนไทน์ หรือเก่ากับใหม่มาเจอกันพอดี

ทำไมจึงบอกว่าเป็นเรื่องเก่ากับใหม่ เหตุผลเป็นเรื่องของอายุ กลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับวันแห่งความรัก มักจะเป็นคนในวัยเด็กหรือวัยหนุ่มสาว ส่วนคนที่ให้ความสำคัญกับวันมาฆบูชา มักจะเป็นผู้ใหญ่หรือคนในวัยชรา

คนรุ่นใหม่น้อยคนจะรู้จักและเข้าใจเรื่องวันมาฆบูชา นอกเสียจากการเป็นวันหยุดราชการ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันศุกร์ ทำให้ได้หยุดสุดสัปดาห์ 3 วันติดต่อกัน

ส่วนคนแก่มักจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีวันวาเลนไทน์ด้วย แต่ก็ทำใจยอมรับ เพราะเห็นเด็กอ้าแขนรับไว้เต็มที่ ขัดขวางไปก็ไร้ประโยชน์ รังแต่จะกลายเป็นเต่าล้านปีในสายตาของเด็กๆ

ประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงเกี่ยวกับวันที่ 14 ก.พ.ปีนี้ หรือวันพรุ่งนี้ คือ สำหรับวันมาฆบูชา ทำอย่างไรจึงจะรักษาประเพณีทางศาสนานี้ไว้ให้ยืนยงคงอยู่ต่อไป ในยุคสมัยที่นอกจากคนรุ่นใหม่จะไม่ใคร่สนใจแล้ว เทคโนโลยีสมัยใหม่ยังทำให้โลกนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนยากที่ใครๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนแก่จะตามได้ทัน

ส่วนวันแห่งความรัก แม้จะมีแนวโน้มว่าจะยังอยู่ในความนิยมไปอีกนาน แต่ก็หนีไม่พ้นจะต้องมีวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

ขอพูดเรื่องมาฆบูชาและเรื่องเกี่ยวกับศาสนาก่อนนะครับ เพิ่งเห็นข่าวทีวีบอกว่าจะห้ามไม่ให้พระขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์ เริ่มตั้งแต่วันมาฆบูชาปีนี้เป็นต้นไป เพราะที่ผ่านมามีภาพที่ไม่งดงามและขาดความสำรวมของพระที่ซิ่งรถปิกอัพและมอเตอร์ไซค์ให้เห็นอยู่เนืองๆ

ตามข่าวบอกว่า การห้ามไม่ขัดกับหลักศาสนา เพราะพระธรรมคำสอนเดิมก็ไม่ได้อนุญาตไว้

ผมพิจารณาเนื้อข่าวแล้ว ไม่ได้รู้สึกไม่เห็นด้วย เพียงแต่อยากเสนอแนะให้มองในภาพกว้างมากขึ้น เพราะหากเพียงห้ามพระขับขี่ยวดยานพาหนะเอง โดยที่ความจำเป็นในการเดินทางยังคงอยู่ ก็คงทำให้ญาติโยมมีภาระมากขึ้น

ที่ผมอยากให้ห้าม หรือให้คนในสมณเพศลดละ คือ สมบัตินอกกายทั้งหลาย ให้มีเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เช่น อาหารที่ได้จากการบิณฑบาตหรือชาวบ้านนำมาถวาย จีวรที่ใช้นุ่งห่ม กุฏิที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ตลอดจนให้ได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย หรืออีกนัยหนึ่ง มีปัจจัย 4 ครบถ้วน นอกจากนั้นก็พิจารณาตามความจำเป็น

มีคนพูดเรื่องห้ามสวมรองเท้าแตะออกบิณฑบาต ซึ่งผมกลับคิดว่าไม่ควรห้าม เพราะพื้นถนนสมัยนี้ต่างจากสมัยก่อน อาจมีเศษแก้ว เศษโลหะซึ่งเป็นอันตราย ควรถือว่ารองเท้าแตะเป็นปัจจัยพื้นฐานอย่างหนึ่งในการนุ่งห่ม

ที่น่าสนใจคือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนควรมีได้หรือไม่ ประเด็นนี้ผมคิดว่าในโลกยุคปัจจุบัน การใฝ่หาความรู้เป็นเรื่องที่ไม่ควรถูกปิดกั้น การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์เหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ควรทำได้ เพียงแต่ให้ทำในที่เปิดเผย ในพื้นที่ส่วนกลาง และเครื่องใช้เหล่านี้ก็ควรเป็นของส่วนกลาง ไม่ใช่ส่วนตัว

พิจารณาให้ดีจะเห็นว่า หลักการนี้ใช้ได้กับเด็กชั้นประถมเช่นกัน คือ ไม่จำเป็นและไม่ควรมีแท็บเล็ตเป็นของตัวเอง แต่ในโรงเรียนควรมีห้องคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตให้นักเรียนทุกคนได้ใช้งาน เพื่อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ ส่วนที่บ้านหากพ่อแม่จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ให้ลูกใช้ ก็แนะนำว่าควรอยู่ในห้องนั่งเล่น หรือในที่ที่อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่

อีกเรื่องคือเรื่องเงิน พระควรมีเงินเก็บและบัญชีเงินฝากธนาคารหรือไม่ ผมคิดว่าควรมี เพื่อที่หากสึกจะได้ตั้งต้นชีวิตฆราวาสได้โดยไม่เป็นภาระของสังคม เพียงแต่ไม่ควรหมกมุ่น แต่ละวัดควรมีตัวแทนหรือกรรมการวัดคอยช่วยดูแลให้ โดยทำอย่างเปิดเผยสำหรับพระทั้งวัด

การเปลี่ยนแปลงที่ผมเห็นอีกเรื่องคือ การสวดมนต์ ซึ่งเดี๋ยวนี้สะดวกและมีทางเลือกมากขึ้น สามารถสวดมนต์นอกบ้านได้โดยไม่ต้องไปวัด ด้วยการเปิดคลิปดูในแท็บเล็ตแล้วสวดตาม

ผมดีใจที่ศาสนาของเรารู้จักปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ที่อยากเห็นต่อไปคือการเอาพระธรรมคำสอนขึ้นเว็บมากขึ้น รวมทั้งมีการปรุงแต่ง แต่ต้องไม่เลยเถิด เพื่อให้มีอรรถรสมากขึ้น และเพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจของคนรุ่นใหม่ด้วย

หันมาพูดเรื่องวันแห่งความรักและเรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่นบ้าง ผมเห็นมีโฆษณาเชิญชวนมาหลายวันแล้ว ให้คนไปร่วมงานวิวาห์ใต้สมุทรและวิวาห์บนหลังช้างที่เคยโด่งดังในอดีต แต่ปัจจุบันคงต้องยอมรับว่าเสื่อมมนต์ขลังลงไป เห็นได้จากจำนวนคู่สมรสชาวต่างประเทศที่มาร่วมพิธีมีน้อยลง

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะสมัยก่อนเราเป็นประเทศแรกๆ ที่ทำเรื่องพวกนี้ แต่สมัยนี้ประเทศอื่นๆ ก็ทำกันเกร่อ เช่น กระโดดร่มลงมาแล้วจดทะเบียนสมรสกลางอากาศ หรือทำพิธีแต่งงานระหว่างการผจญภัยร่วมกันต่างๆ

บ้านเราเองที่เห็นมีเพิ่มขึ้น คือ การเปิดให้จดทะเบียนสมรสตามห้างสรรพสินค้า แต่ที่ยังมีแนวโน้มจะนิยมกันไปอีกนาน คือ การไปแต่งงานที่สำนักงานเขตบางรัก

เรื่องที่พูดถึงกันมาก และอาจถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคมในบ้านเรา คือ การมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่น โดยถือฤกษ์วาเลนไทน์เป็นวันเริ่มต้น ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเริ่มต้นแล้วก็มักจะไม่หยุดอยู่แค่นั้น นำไปสู่ปัญหาโรคติดต่อทางเพศและการตั้งครรภ์ในวัยเรียน ซึ่งไทยเราจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก

ผมเชื่อว่าการห้ามเด็กวัยรุ่นไม่ให้มีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องยาก ที่สำคัญกว่าคือการสอนให้มีความรู้ที่ถูกต้อง และให้รู้จักป้องกันตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กผู้หญิง ไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์ถูกบีบบังคับโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง

อีกเรื่องที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ผมเห็นในรายการที่เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ คือ เรื่องที่วัยรุ่นสมัยนี้ชอบใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตถ่ายภาพตัวเองแล้วแชร์ในสังคมออนไลน์ บ่อยครั้งมีการใช้แอพช่วยตกแต่งภาพให้สวยหรือเซ็กซี่เกินจริงเพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม นอกจากนี้ยังชอบแชร์ภาพสถานที่และตำแหน่งที่อยู่บนแผนที่

พิธีกรในรายการแสดงความเป็นห่วงว่า วัยรุ่นอาจหมกมุ่นกับเรื่องไร้สาระมากเกินไป และการตกแต่งภาพให้ดูเซ็กซี่อาจเป็นอันตรายมากกว่าเป็นผลดี

โดยส่วนตัวผมไม่แย้งเรื่องผลกระทบในเชิงลบ แต่ในขณะเดียวกันพฤติกรรมดังกล่าวก็มีประโยชน์ ที่เห็นได้ชัดมี 2 ประการ ดังนี้

หนึ่ง คนที่ชอบแชร์ข้อมูลมักจะเป็นคนที่ไม่ใคร่มีเรื่องลับลมคมใน หรือเรื่องที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น ผมอยากเห็นทุกคนถูกสอนตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเด็กให้คุ้นเคยและชอบแชร์ข้อมูล เพื่อที่จะเป็นเครื่องเตือนใจว่า หากทำเรื่องที่ไม่ดีก็จะแชร์ไม่ได้ และอาจรู้สึกอึดอัดที่จะต้องเก็บไว้เป็นความลับตลอดไป

สอง การแชร์กิจกรรมที่ทำและตำแหน่งที่อยู่บนแผนที่ ช่วยให้คนในครอบครัวและคนใกล้ชิดทราบว่ากำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน หากเกิดอุบัติเหตุหรือปัญหาที่เกี่ยวกับความปลอดภัยอื่นๆ โอกาสที่จะให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีก็อาจจะมีมากขึ้น

ก่อนจบ มีคนเล่าเรื่องขำขันให้ฟังว่า มีวัยรุ่นที่ภาวนาอ้อนวอนขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ไหนๆ วาเลนไทน์ปีนี้ก็ตรงกับวันมาฆบูชา ก็ขอให้มีคนมารักมาชอบโดยมิได้นัดหมายหลายๆ คน ถ้าถึง 1,250 คนได้ยิ่งดี

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ และขอให้ดื่มด่ำในรสพระธรรมในวันมาฆบูชาครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท