
เนรเทศสาธิตสะดุด
การชุมนุมของมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณวานนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยที่เวทีแยกปทุมวัน โดยหยิบยกการทำงานของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ที่ผิดพลาดนำมาโจมตี โดยเฉพาะกรณีที่ ศรส.ไม่สามารถเนรเทศ สาธิต เซกัล นักธุรกิจอินเดียหัวใจไทยได้
การชุมนุมของมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณวานนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยที่เวทีแยกปทุมวัน โดยหยิบยกการทำงานของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ที่ผิดพลาดนำมาโจมตี โดยเฉพาะกรณีที่ ศรส.ไม่สามารถเนรเทศ สาธิต เซกัล นักธุรกิจอินเดียหัวใจไทยได้
สุเทพ นำเอกสารความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองที่มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานมาเปิดเผย โดยระบุว่า ได้มีการประชุมกันและพิจารณาอย่างรอบด้านเห็นว่า หลักฐานไม่เพียงพอไม่เข้าข่ายเจตนารมย์พรบ.คนเข้ัาเมืองดังนั้นกรณีสาธิตยังไม่เข้าหลักเกณฑ์เนรเทศ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการ ศรส. จะหาทางอื่นต่อไป
สุเทพ กล่าวว่า การที่ ยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เตรียมออกหมายจับข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ 4 คน ที่มาขึ้นเวที กปปส.และจะลงโทษทางวินัย เป็นเรื่องที่ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ไม่พอใจ จึงนัดแต่งชุดดำระหว่างวันที่ 19-21 ก.พ.นี้
ก่อนหน้านี้ สุเทพ ปราศรัยที่เวทีสีลมโดยกล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือชาวนาทวงหนี้รัฐบาลว่าจะต้องไปคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้เงินสองหมื่นล้านบาท เพื่อจัดตั้งกองทุนชาวนา หากชนะจะยึดเงิน ช่วยชาวนา จึงนัดหมายวันที่ 14-16 ก.พ. หากมีกองทัพชาวนามาร่วมกันมาก ดูว่า ยิ่งลักษณ์ จะอยู่ได้หรือไม่ และอยากเชิญชวนประชาชน วันที่ 14 ก.พ.ให้มาร่วมกันให้มาก เพราะจะมีชาวนามาจำนวนมาก ตอนนั้นจะรอกระทืบรัฐบาลไปพร้อมกันให้ออกไป
สำหรับความเคลื่อนไหวของ กปปส.ตลอดวันที่ผ่านมา ทินกร อ่อนประทุม แกนนำ กปปส.เวทีห้าแยกลาดพร้าวเดิม นำผู้ชุมนุมจากเวทีลุมพินีและสีลม เดินทางไปปิดล้อมกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเรียกร้องให้ข้าราชการหยุดทำงาน
ขณะที่เวทีแจ้งวัฒนะ พระพุทธะอิสระ ยินยอมเปิดทางให้ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนเข้าไปทำงานในศูนย์ราชการได้ แต่ขอให้นำรูปถ่ายและรายชื่อมามอบให้ทีมงาน เพื่อตรวจสอบไม่ให้บุคคลอื่นแอบอ้างเข้ามาสร้างสถานการณ์รุนแรง
ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ด้านหลังเวที กปปส. สี่แยกปทุมวัน คณะกรรมการ กปปส.จัดกิจกรรมเสวนาสานพลังสู่การปฏิรูป ในหัวข้อ “การปฏิรูปพลังงาน” ครั้งที่ 1 งานเสวนาครั้งนี้ ไม่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพ โดยอ้างว่าต้องการเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมเสวนาแสดงความเห็นได้เต็มที่ ขณะที่ด้านหน้าอาคารหอศิลป์มีประชาชนจำนวนมากที่ต้องการเข้าฟัง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า จึงส่งผลให้ประชาชนไม่พอใจ และรวมตัวประท้วงว่าปิดกั้นไม่ให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ได้เปลี่ยนห้องเสวนาเป็นห้องที่ใหญ่ขึ้น และสามารถให้ประชาชนเข้ารับฟังได้







