
ผู้ตรวจแฉทำงามหน้าเขมรซื้อก๊าซหน้าด่าน
ผู้ตรวจราชการ สปน.แฉพื้นที่ด่านช่องจอม ชายแดนไทยกัมพูชา ปล่อยซื้อขายก๊าซหุงต้มบรรจุถังหน้าด่าน
ผู้ตรวจราชการ สปน.แฉพื้นที่ด่านช่องจอม ชายแดนไทยกัมพูชา ปล่อยซื้อขายก๊าซหุงต้มบรรจุถังหน้าด่าน
สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) รายงานผลการตรวจราชการแบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ 2556 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 ก.พ. โดยระบุว่า จากการลงติดตามพื้นที่ 5 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน พบว่ามีการลักลอบส่งออกก๊าซแอลพีจีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ด่านชายแดนไทยพม่า ณ จุดผ่อนปรนบ้านสบรวก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และด่านชายแดนไทยกัมพูชา ณ จุดผ่านแดนช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์
“จากการตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าวพบว่า ที่จุดผ่อนปรนบ้านสบรวกมีการลักลอบส่งออกก๊าซแอลพีจีข้ามแดนจากไทยไปพม่า แต่ที่ชายแดนไทยและกัมพูชา คือ ด่านช่องจอม พบว่ามีการซื้อก๊าซบรรจุในถังก๊าซหุงต้มของประชาชนกันที่หน้าด่าน” รายงานระบุ
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า สำหรับพื้นที่ชายแดนไทยมาเลเซีย ที่จุดผ่านแดน ถนนด่านสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ยังคงมีการลักลอบขนน้ำมันจากฝั่งมาเลเซีย
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานอิสระ กล่าวว่า ปัจจุบันการลักลอบขนถังบรรจุก๊าซหุงต้มจากฝั่งไทยไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา และพม่า ทั้งการขนส่งผ่านด่านชายแดน และลักลอบขนส่งแบบกองทุนทัพมด ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และแทบไม่ได้ลดลงเลย เพราะแม้ว่ารัฐบาลไทยจะทยอยปรับเพิ่มราคาก๊าซหุงต้มในครัวเรือนจนมาอยู่ที่ 21 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาในประเทศเพื่อนบ้านอยู่ที่ระดับ 24 บาทต่อกิโลกรัม
ปัจจุบันไทยใช้ก๊าซหุงต้ม 5.56 แสนตันต่อเดือน แต่ต้องนำเข้า 1.3-1.4 แสนตันต่อเดือน และที่ผ่านมาใช้เงินอุดหนุนราคาปีละประมาณ 4 หมื่นล้านบาท







