posttoday
กูรูคลังฟันธงกู้2ล้านล.ฉีกวินัยการคลัง

กูรูคลังฟันธงกู้2ล้านล.ฉีกวินัยการคลัง

13 กุมภาพันธ์ 2557

พิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลัง และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ให้ถ้อยคำองค์คณะศาลรัฐธรรมนูญว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2550 หมวดที่ 8 เขียนขึ้นมาป้องกันการบริหารงานทางด้านเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมาเห็นตัวอย่างจากต่างชาติที่ใช้จ่ายเงินเกินตัว โดยมาตรา 166 และ 167 ระบุชัดเจนว่า การกระทำใดต้องมีกฎหมายรองรับ หรือมีการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ต้องให้รัฐสภา กรรมาธิการตรวจสอบและสามารถเรียกชี้แจงได้ พร้อมทั้งมีการถ่วงดุลอำนาจ เปิดเผยข้อมูลให้องค์กรตรวจสอบ เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับรู้ได้ และในมาตรา 169 ก็ระบุชัดเจนว่าการจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้ ต้องประกอบไปด้วย 4 ส่วน ได้แก่ กฎหมายงบประมาณว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยวิธีการโอนงบประมาณ และกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง เพื่อไม่ให้รัฐบาลออกกฎหมายมาใช้จ่ายนอกกรอบการเงินการคลัง และไม่ยินยอมให้รัฐบาลใช้จ่ายโดยไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะจะส่งผลต่อการใช้หนี้ของประชาชนในอนาคต

พิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลัง และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ให้ถ้อยคำองค์คณะศาลรัฐธรรมนูญว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2550 หมวดที่ 8 เขียนขึ้นมาป้องกันการบริหารงานทางด้านเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมาเห็นตัวอย่างจากต่างชาติที่ใช้จ่ายเงินเกินตัว โดยมาตรา 166 และ 167 ระบุชัดเจนว่า การกระทำใดต้องมีกฎหมายรองรับ หรือมีการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ต้องให้รัฐสภา กรรมาธิการตรวจสอบและสามารถเรียกชี้แจงได้ พร้อมทั้งมีการถ่วงดุลอำนาจ เปิดเผยข้อมูลให้องค์กรตรวจสอบ เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับรู้ได้ และในมาตรา 169 ก็ระบุชัดเจนว่าการจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้ ต้องประกอบไปด้วย 4 ส่วน ได้แก่ กฎหมายงบประมาณว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยวิธีการโอนงบประมาณ และกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง เพื่อไม่ให้รัฐบาลออกกฎหมายมาใช้จ่ายนอกกรอบการเงินการคลัง และไม่ยินยอมให้รัฐบาลใช้จ่ายโดยไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะจะส่งผลต่อการใช้หนี้ของประชาชนในอนาคต

ทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งถือเป็นครึ่งหนึ่งของวงเงินกู้ใน พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ไม่มีการศึกษาโครงการอย่างละเอียด ซึ่งผิดวิสัยทางธุรกิจและการบริหารเงินของรัฐ หาก พ.ร.บ.นี้ผ่านไปได้เชื่อว่ากระทรวงต่างๆ จะเอาเป็นตัวอย่าง และจะสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงในการบริหารหนี้

“การใช้งบประมาณที่ไม่ได้ศึกษาอย่างละเอียด ถือเป็นการผิดวินัยการเงินการคลังอย่างชัดเจน และจากที่ได้ศึกษาในภาคผนวกของโครงการนี้เชื่อว่าโครงการนี้มีข้อดีน้อยกว่าข้อเสีย” ทนง กล่าว

ภัทรชัย ชูช่วย ผู้แทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ตอบคำถามตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคำนิยามของเงินกู้ว่าเป็นเงินแผ่นดินหรือไม่ โดยหยิบยก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจเงินแผ่นดิน มาตรา 4 ระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นเงินที่ได้มาในลักษณะใดก็ตาม ถ้าเข้ามาในความรับผิดชอบของหน่วยรับตรวจ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทบวง หรือกรมใดก็ตาม ถึงแม้จะไม่นำเงินเข้าคลัง ก็ถือเป็นเงินแผ่นดินทั้งสิ้น

ทั้งนี้ การตรวจสอบของ สตง.จะยึดหลักตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว แม้จะมีมติ ครม.ออกมาว่าไม่ให้ตรวจสอบในโครงการดังกล่าวก็ตาม สตง.ก็มีความชอบในการตรวจสอบได้ ส่วนอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 15 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว ให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ออกระเบียบเพื่อตรวจสอบการดำเนินโครงการต่างๆ ของรัฐบาล เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการทุจริต และมีมาตรการป้องกันควบคุมได้ กรณีร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท คตง.ยังไม่มีคำเตือนเพราะยังเป็นเพียงร่างกฎหมาย แต่ได้มีการสั่งการไปยังกระทรวงการคลังว่า ถ้า พ.ร.บ.นี้ออกมา หน่วยรับตรวจในกระทรวงจะต้องตรวจสอบเงินจำนวนดังกล่าว เพื่อไม่ให้ใช้ไปในทางที่ส่อทุจริตได้

ด้าน สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะสร้างปัญหาให้กระทรวงการคลัง เพราะควบคุมการก่อหนี้ไม่ได้เลย ถ้ารัฐบาลชุดต่อไปออก พ.ร.บ.ทำนองนี้อีก กรอบวินัยการเงินการคลังตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ ปี 2548 จะถูกเพิกเฉย

ทั้งนี้ กรอบวิธีงบประมาณได้ให้อำนาจรัฐบาลในการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล และกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมได้อยู่แล้ว โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะอนุมัติเป็นรายโครงการ ไม่ใช่ออกเป็นเซตใหญ่ๆ อย่างนี้ ที่สำคัญโครงการต้องผ่านความเห็นของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเปรียบเสมือนมันสมองของประเทศที่ได้กลั่นกรองอย่างรอบคอบ แต่ พ.ร.บ.กู้เงินฉบับนี้เอาโครงการกู้เงินมาโดยไม่ผ่านคณะกรรมการสภาพัฒน์

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย