posttoday
สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม"คุกขังใจคนไม่ได้"

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม"คุกขังใจคนไม่ได้"

12 กุมภาพันธ์ 2557

เปิดใจ "สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม" หลังถูกควบคุมตัวตามความผิดพรก.ฉุกเฉิน กับคำถามถึงยิ่งลักษณ์ที่ไม่ต้องการคำตอบ

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ลึกเข้าไปภายในกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 เลียบคลอง 1 ปทุมธานี ปรากฏบ้านพักรับรองสองชั้น รั้วรอบขอบชิด สภาพภายในไม่คับแคบ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายคอยคุ้มกันดูแล

นั่นคือสถานที่ควบคุมตัว “สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม” 1 ใน 9 แกนนำ กปปส. ตามความผิด พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน

สนธิญาณได้มีโอกาสเปิดใจครั้งแรกหลังถูกควบคุมตัวมาได้ 4 วัน

“เจ้าหน้าที่ตำรวจให้การดูแลเป็นอย่างดี ตอนนี้ผมยังเป็นผู้ต้องสงสัยมีสิทธิคัดค้านการควบคุมตัวเจ้าพนักงานได้ 7 วัน ซึ่งจะครบวันอาทิตย์นี้ แต่ทราบว่าพนักงานสอบสวนจะนำตัวไปขออำนาจจากศาลอาญาควบคุมต่อในวันที่ 13 ก.พ. 2557 ดังนั้น จะส่งทนายความไปคัดค้านควบคุมตัว และขอให้ศาลปล่อยในวันพรุ่งนี้เช่นเดียวกัน”

การที่สนธิญาณถูกรวบตัวเป็นคนแรก ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไปวิเคราะห์ว่าเขาแตกคอกับแกนนำ กปปส. ซึ่งเจ้าตัวชี้แจงไม่เป็นความจริง กปปส.เป็นเพียงนามสมมติ ทุกคนเข้ามาร่วมต่อสู้กับระบอบทักษิณ ที่ทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นเผด็จการรัฐสภา ทุกคนมีความรักกลมเกลียว

“สำหรับผมแล้ว เพียงสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศบนเวทีว่าเป็นเพื่อนรักของเขา ผมก็ประทับใจแล้ว ชีวิตกับชีวิตจึงแลกกันได้” สนธิญาณ เล่าอย่างอารมณ์ดี

สนธิญาณ บอกว่า ตัวเองเป็นนักธุรกิจ แต่ละวันต้องเซ็นเอกสารเป็นร้อยฉบับจาก 7 บริษัท ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ตลอดเวลา นอนในม็อบน้อยมาก ครั้งหนึ่งนอนกับสุเทพที่กระทรวงการคลังและศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ทุกคนรู้ว่าไม่มีการ์ด ไม่กลัวตาย เติบโตท่ามกลางดินปืน ไปไหนมาไหนคนเดียวตามปกติ รับผิดชอบเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกับ ถาวร เสนเนียม ก็กลับไปนอนบ้าน หรือไปนอนโรงแรมแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ หลังจากยุบเวทีอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปรวมกับเวทีสวนลุมพินี ก็ไปนอนบ้านและนอนโรงแรม สุดท้ายนอนที่โรงแรมแถวรัชดา โดยออกจากอโศกไปให้กำลังใจชุมพล จุลใส และวุฒิพงษ์ ปุณณกัณฑ์ คืนนั้นมีคนโทรแจ้งว่า มีตำรวจไปล้อมโรงแรม ซึ่งรู้ภายหลังมีการดักฟังโทรศัพท์ จึงตัดสินใจย้ายโรงแรมหนี

“เช้าวันจันทร์ให้พนักงานบริษัทนำเอกสารมาให้เซ็นที่โรงแรมเซ็นทรัล เผลอไปเปิดโทรศัพท์เล่นไลน์จาก 11 โมงถึงบ่ายโมง ตำรวจจึงควบคุมตัวไป”

สนธิญาณ บอกว่า ที่เล่าทั้งหมดจึงไม่ใช่ความขัดแย้งกับ กปปส.ตามที่พวกนั้นกล่าวหา

สนธิญาณ กล่าวว่า  เมื่อถูกควบคุมตัวมาที่ตชด. มีตำรวจสันติบาลมาสอบสวน  มาถามเกือบทุกวัน เริ่มตั้งแต่คำถาม ทำไมต้องมาร่วมกับกปปส. ได้อธิบายว่า เข้าร่วมมาต่อสู้ระบอบทักษิณ เขาถามอีกว่า ระบอบทักษิณเป็นอย่างไร จึงอธิบายคุณลักษณะระบอบทักษิณ 3 ประเด็นด้วยกัน 1. ตั้งพรรคการเมืองโดยนายทุน เพียงคนเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจทุกอย่างในพรรคการเมือง ใช้อำนาจในพรรคการเมืองยึดกุมอำนาจรัฐ เป็นระบบเผด็จการผ่านนิติบัญญัติ ผ่านบริหารเพียงคนเดียว   2. ระบอบทักษิณยังออกนโยบายเอื้อต่อการคอร์รัปชั่น   3. พ.ต.ท.ทักษิณให้การสนับสนุนคนที่ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ยกตัวอย่างเช่น  นายสุรชัย แซ่ด่าน อยู่ในคุกสบายออกมาให้สัมภาษณ์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ  จ่ายเงินดูแลทุกเดือน  ทำให้ต้องต่อสู้กับเรื่องเหล่านี้

พนักงานสอบสวนถามว่าทำไมจึงจงรักภักดี  ได้อธิบายว่า ปี 2519-2523 เคยเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ตอนนั้นคิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ปี 2530 ได้หันกลับมาศึกษาพระพุทธศาสนา ศึกษาความเป็นจริงบทบาทพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย  ทำให้รู้ว่าตนเองเข้าใจผิดมาตลอด การต่อสู่เพื่อมหากษัตริย์เป็นการไถ่บาปของตนเอง เมื่อมาทำสื่อก็เพื่อปกป้อง ไปบรรยายก็บรรยายเรื่องของสถาบันซึ่งพนักงานสอบสวนไม่ได้ซักอะไรต่อ

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม"คุกขังใจคนไม่ได้"

สนธิญาณ เล่าต่อไปว่า หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนถามทำไมเข้าร่วมกปปส.ก็บอกไปว่า ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ  เขาถามอีกว่าเห็นด้วยกับชัตดาวน์กรุงเทพหรือไม่ ตอบว่าเห็นด้วยเพราะอาจทำให้ข้าราชการไม่เห็นด้วยกับระบอบทักษิณออกมาชุมนุม แต่อาจทำให้การบริการประชาชนช้าไปบ้าง แต่ไม่ได้มีส่วนทำให้เศรษฐกิจเสียหาย เศรษฐกิจพังเพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พนักงานสอบสวนถาม ชัตดาวน์จะเลิกเมื่อไหร่ จึงตอบว่าจะเลิกเมื่อยิ่งลักษณ์ลาออก และมีการปฏิรูปประเทศเกิดขึ้น 

“ผมยืนยันพวกเราจะต่อสู้จนกว่าได้ชัยชนะ ศาลไม่ปล่อยไม่เป็นไร เพราะคุกขังใจคนไม่ได้ ถ้าศาลปล่อย ผมยินดีปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล แต่ผมก็จะสู้กับระบอบทักษิณและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต่อไปตามวิธีการที่มีอยู่” สนธิญาณ กล่าว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ก.พ. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และนายตำรวจระดับสูงได้มาพบสนธิญาณ ซึ่งเขาก็ได้ฝากคำถามแบบไม่ต้องการคำตอบไปถึงยิ่งลักษณ์

“พล.ต.อ.อดุลย์ ถามผมว่าสถานการณ์จะจบเมื่อไหร่ ผมจึงถามกลับ พล.ต.อ.อดุลย์ โดยไม่ต้องตอบก็ได้ ผมถามไปว่าหากเลือกตั้งสำเร็จ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเดินในประเทศไทยได้หรือไม่ คุณยิ่งลักษณ์กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง สามารถเดินในพื้นที่ประเทศไทยได้ในพื้นที่ใดบ้าง ให้ไปคิดดู”

“ผมบอกกับ พล.ต.อ.อดุลย์ ว่า คนที่ออกมาต่อสู้กับระบอบทักษิณ ไม่ได้ออกมาเพราะรักสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่ออกมาต่อต้านระบอบทักษิณ ผมก็ย้ำกับ พล.ต.อ.อดุลย์ ว่าให้ยิ่งลักษณ์ลาออก ให้มีรัฐบาลกลาง มีคนกลางมาปฏิรูปประเทศ ทุกอย่างก็จบ ม็อบก็เลิก”สนธิญาณ กล่าว

นอกจากนี้ สนธิญาณ กล่าวถึง ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ออกมาแถลงกรณีการเผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจปีนรั้วเข้าไปค้นบ้านพักเป็นคลิปตัดต่อ จึงขอบอกธาริตว่า บ้านตนเป็นสังฆาวาส ห้ามดูดบุหรี่ ดื่มสุราบริเวณบ้าน มีกุฏิ มีที่พักของสงฆ์ มีคนอยู่ในบ้านหลายคน จะมาบอกว่าในบ้านมีอาวุธสงครามก็ประเมินผิดแล้ว สิ่งที่ ศรส.สั่งเจ้าหน้าที่บุกบ้านถือเป็นเรื่องเลวร้ายมาก ปีนเข้าไปพร้อมอาวุธสงครามเอาปืนไปจี้หัวคนงาน

“ผมก็บอก พล.ต.อ.อดุลย์ ว่าการกระทำเช่นนี้จะมีแรงเหวี่ยงต่อรัฐบาลและ ศรส. ทำให้สั่นไหว เมื่อนายธาริตบอกว่ามีการตัดต่อ ผมได้สั่งให้เจ้าหน้าที่นำกล้องซีซีทีวีทั้งหมดไปให้ พล.ต.อ.อดุลย์ ไปให้พิจารณาดูข้อเท็จจริงทั้งหมด และจะเอาไปให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมกับมอบหมายให้ทนายความแจ้งความดำเนินคดี ศรส.กับตำรวจที่บุกบ้าน”

เขาบอกอีกว่า ที่น่าหัวเราะ คือ นายธาริตประเมินผิดบอกตนเป็นเบอร์สองรองจากนายสุเทพ ถือว่าผิดอย่างรุนแรง และถ้านายธาริตบอกพบเสื้อเกราะเป็นยุทธภัณฑ์ก็ต้องจับผู้สื่อข่าวจากทุกสำนักพิมพ์ทุกช่องที่ใส่เสื้อเกราะ

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม"คุกขังใจคนไม่ได้"

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท