
การฟื้นฟู/ปรับโฉมองค์กร
....ชาลอต โทณวณิก
เป็นภาคต่อจากคราวที่แล้ว เรื่องที่ดิฉันต้องเข้ามามีบทบาทในธุรกิจบันเทิง ที่ต้องฟื้นฟูธุรกิจของบริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ ซึ่งครั้งนี้น่าจะหนักกว่าการ Rebrand ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หนักกว่าอย่างไร เดี๋ยวเล่าให้ฟัง
สิ่งที่ดิฉันยึดมาตลอด หากจะต้องทำอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการ Rebrand ก็คือเรื่องที่ต้อง
“รู้เรา” ก่อน กระบวนการของการรู้เรา อาจทำได้หลายแบบ แล้วแต่ธุรกิจ และแล้วแต่กลุ่มเป้าหมาย เมื่อครั้งการทำ Rebrand ของธนาคาร ได้เริ่มกระบวนการสำรวจภาพลักษณ์ว่า “ถูกมองอย่างไร” ซึ่งก็คือ Perception ของผู้บริโภคต่อองค์กร เพราะธุรกิจธนาคารแม้ใครจะมองว่าเป็น “สถาบัน” แต่ดิฉันก็มองว่าเป็นธุรกิจการให้บริการมากกว่าดังนั้นเมื่อเริ่มทำ Rebrand ธนาคาร จึงได้มีการจ้างที่ปรึกษาทำการสำรวจภาพลักษณ์
แต่เมื่อมาบริหารธุรกิจของบริษัทมีเดียส์ฯ นั้น เป็นคนละเรื่อง คือ ภาพลักษณ์องค์กรไม่ได้มีผลต่อผู้บริโภคโดยตรง แต่มีผลกับคนที่เราจะทำธุรกิจด้วยมากกว่า เพราะการเป็นผู้ผลิต คนไม่ได้สนใจว่าใครผลิต แต่สนใจที่ตัวรายการเป็นหลัก
การ
“รู้เรา” จึงเป็นการทำ SWOT Analysis นั้นมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะหากเป็นการทำในช่วงการระดมสมอง ไม่ว่าจะเป็นระดับผู้บริหารหรือระดับพนักงาน เพราะเป็นการให้คิดถึงจุดเด่น จุดด้อย ความท้าทาย รวมถึงโอกาสทางธุรกิจต่างๆซึ่งบางครั้งทุกคนอาจจะทราบอยู่ในใจ แต่เสมือนเป็นชิ้นหนึ่งของจิ๊กซอว์ เมื่อได้มีโอกาสมาให้ความคิดเห็นร่วมกันแล้ว จะต่อออกมาเป็นภาพได้สมบูรณ์ หรือบางเรื่องอาจจะเป็นข้อมูลใหม่สำหรับผู้บริหารที่จะนำไปวางนโยบายต่อไป
ดังนั้น เมื่อถูกเชิญไปบรรยายเกี่ยวกับเรื่องการสร้างภาพลักษณ์องค์กร หรือ Rebranding ที่ไหน ดิฉันจะต้องหยิบยกการทำ SWOT Analysis มาเป็นตัวเอกทุกครั้ง
ข้อดีของการทำ SWOT นั้น จะมีอีกประการคือ การที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก อาจจะทำกันเองภายในองค์กร แต่ควรจะมีคนที่เป็นคนดำเนินการ ที่สามารถจะดึงความคิดจากทุกภาคส่วนออกมาได้ และควรจะเป็นคนที่เข้าใจองค์กรดี จึงจะ
“โดนใจ” และ “ใช่เลย” ไม่จำเป็นต้องเป็นเบอร์หนึ่งองค์กร เพราะผู้เข้าร่วมอาจเกิดอาการเกร็งและสมองไม่แล่นการเปลี่ยนการทำงานในธุรกิจเดียวกัน จะต่างกับการเปลี่ยนการทำงานในธุรกิจข้ามสายพันธุ์ เหมือนที่ดิฉันเปลี่ยนจากสายการเงินมาเป็นสายบันเทิง ดังนั้น SWOT แรกที่ดิฉันประเมิน (ด้วยตัวเอง) คือเรื่ององค์กรและตัวผู้บริหาร ซึ่งองค์กรต่างๆ ก็สามารถนำมาใช้ได้
ดิฉันประเมินตัวบริษัทก่อนว่าเป็นอย่างไร ซึ่งก็พบว่า SWOT ของตัวบริษัทจะเจอ S (Strength) คือการที่มีบริษัทแม่เป็นสถานีโทรทัศน์ขนาดใหญ่ แต่หากองค์กรใด Brand ดีอยู่แล้ว เพียงอาจจะไม่ทันยุคทันเหตุการณ์ ต้องการความสดใหม่กับกลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ไม่มีภาพลบใดๆ ในสมัยที่ดิฉันต้องทำเรื่อง Rebrand มีแต่เรื่อง look & feel ที่ต้องการปรับ และรวมไปถึงผลิตภัณฑ์ และเกมการแข่งขันแบบรุก จึงไม่ยากที่จะปรับปรุงภาพลักษณ์
O คือ Opportunity ดิฉันเป็นคนมองโลกในแง่บวก คือ คิดทุกอย่างเป็นไปได้ และไม่มีอะไรดีอยู่แล้ว ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คงเป็นพี่สาวของ Mr.Johnnie (Walker) Keep Walking แต่
“ตัวพี่” จึง ...Keep On Runningโอกาสทางธุรกิจของบริษัทที่เข้าไปดูแลมีมากมาย และมีเงินทุนที่แข็งแกร่ง มีเงินสดในมือเป็นพันล้าน ดังนั้นจึงมองว่า แทนที่จะจำกัดตัวเองอยู่แค่การเป็นผู้จัดให้สถานีแม่ น่าที่จะมีศักยภาพการทำธุรกิจบันเทิงครบวงจร เช่น การสร้างภาพยนตร์ การจัดคอนเสิร์ต ฯลฯ จึงมองเห็นแต่ O ลอยมา
T คือ ข้อจำกัดต่างๆ หรือความท้าทาย ซึ่งแน่นอนเท่าที่มองความท้าทายหลักๆ คือ ตัวผู้บริหาร ก็คือตัวเองเป็นหลักที่ยังเป็นมือใหม่ ขาดความรู้ความชำนาญด้านธุรกิจบันเทิง
จะพลิกฟื้น ฟื้นฟูองค์กรกันอย่างไร หาก
“รู้เราแล้ว” คงจะต้องตามต่อไป เพราะดิฉันนำข้อคิดต่างๆ มาจากประสบการณ์จริง ที่โปรยไว้แล้วว่า “เล่นจริง...เจ็บจริง” แต่ก็ประสบความสำเร็จจริงเช่นกัน






