posttoday
กกต.เคาะเลือกตั้งรอบ2ลากยาวหลังสงการนต์

กกต.เคาะเลือกตั้งรอบ2ลากยาวหลังสงการนต์

12 กุมภาพันธ์ 2557

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขตจังหวัดใหม่ ในวันที่ 20 เม.ย. กรณีไม่สามารถลงคะแนนได้ในวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา และกำหนดวันลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งที่ถูกปิดในวันที่ 2 ก.พ. จำนวน 18 จังหวัด ในวันที่ 27 เม.ย.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขตจังหวัดใหม่ ในวันที่ 20 เม.ย. กรณีไม่สามารถลงคะแนนได้ในวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา และกำหนดวันลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งที่ถูกปิดในวันที่ 2 ก.พ. จำนวน 18 จังหวัด ในวันที่ 27 เม.ย.

“การกำหนดวันขึ้นใหม่นี้ ผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่เขตเลือกตั้งกลางในวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค. สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 20 เม.ย.ได้โดยไม่ต้องยื่นลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัด ในวันที่ 2 ก.พ. ที่ไม่ได้ใช้สิทธิเพราะหน่วยเลือกตั้งถูกปิด ก็ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 27 เม.ย.ได้ โดยคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. จะถูกนำมานับรวมกับคะแนนที่จะได้ในวันที่ 27 เม.ย.” สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ระบุ

สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา กกต.มีแผนที่จะรับสมัครในวันที่ 48 มี.ค. และเลือกตั้งในวันที่ 30 มี.ค. โดย สว.เลือกตั้ง 77 คน จะหมดวาระลงในวันที่ 2 มี.ค.นี้

สมชัย ยังได้ระบุถึงกรณี 28 เขต 8 จังหวัดภาคใต้ ที่ไม่มีผู้สมัครนั้น ทาง กกต.จะเสนอให้รัฐบาลต้องออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ โดยขณะนี้หนังสือที่จะส่งถึงนายกรัฐมนตรียังไม่แล้วเสร็จ ซึ่ง กกต.จะมีการพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 12 ก.พ.

แหล่งข่าวจาก กกต.ว่า หนังสือที่ประธาน กกต.จะทำถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตนั้นมี 2 หน้า ซึ่งตอนหนึ่งระบุว่า เนื่องจาก กกต.ไม่สามารถออกประกาศ กกต.ได้ เนื่องจากตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 7 ระบุว่า กกต.จะต้องออกประกาศการรับสมัครภายใน 20 วัน นับตั้งแต่มี พ.ร.ฎ.ยุบสภา กำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ. แต่ขณะนี้ได้ล่วงเลยเวลามาแล้ว ดังนั้น กกต.ไม่สามารถออกประกาศได้ จึงเสนอให้นายกฯ ทูลเกล้าฯ ถวาย พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขต

ด้าน ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. บอกว่า หากรัฐบาลไม่เห็นด้วยว่าต้องออกเป็น พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ กกต.ก็จำเป็นต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าควรจะใช้แนวทางใด

“การยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ได้ต้องการให้เป็นเกราะป้องกันตัวเอง แต่ กกต.มองว่าหากแนวทางใดถูกต้อง กกต.พร้อมดำเนินการ ความจริง 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัครถึงอย่างไรก็ต้องออก พ.ร.ฎ.ซ้ำ ยังไงก็เป็นการเลือกตั้ง 2 วันอยู่ดี เพราะวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว ถ้าจะมีการเลือกตั้งใน 28 เขต ต้องกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นมาใหม่ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นการเลือกตั้งเพียงวันเดียวกัน หากจะแปลกฎหมายขอให้แปลให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ และเกิดความสงบ อยากให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหา ประเทศชาติจะได้สงบ เพื่อทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยดีขึ้น” ศุภชัย กล่าว

ด้าน พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เหตุผลที่รัฐบาลไม่ออก พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งใหม่ เพราะเห็นว่า พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งมีฉบับเดียวและทำถูกต้องแล้ว และเมื่อถามว่าตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าต้องเปิดสภาให้ได้ภายใน 30 วัน หลังการเลือกตั้ง พงศ์เทพ อธิบายว่า เป็นกรอบในการทำงานของ กกต.ต้องทำให้ได้ สส.ครบ 95% หรืออย่างน้อย 475 คน ภายใน 30 วันหลังเลือกตั้ง

“ทางออกไม่ได้มีอะไรเลย แค่คนที่มีหน้าที่ต้องทำหน้าที่ตนเอง กกต.ต้องจัดการเลือกตั้ง” พงศ์เทพ ระบุ

ขณะที่ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงผลประชุมศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ว่า ศรส.ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาคใต้ ถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส. พร้อมด้วยแนวร่วม กรณีร่วมกันกระทำความผิดในการขัดขวางการเลือกตั้งว่า มีคดีประเภทขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ 149 คดี และคดีที่เจ้าหน้าที่ กกต.จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง 95 คดี และศาลได้ออกหมายจับแล้ว 41 คน

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาขณะนี้คือสภาเปิดไม่ได้ภายใน 30 วัน ตามรัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งก็เป็นการขัดรัฐธรรมนูญ จุดนี้ทุกคนถามว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่ยอมรับความจริง โดยรัฐบาลต้องคุยกับ กกต.ให้จบว่าจะกลับไปสู่การเลือกตั้งที่ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อที่จะเดินหน้าประเทศได้ต่อไปนั้นจะทำอย่างไร โดยแสวงหาจุดร่วมเอาเงื่อนไขต่างๆ มาวางและร่วมกันดูดีที่สุด

“ถ้ารัฐบาลคิดว่าจะลองไปเรื่อยๆโดยโยนภาระนี้ไปจบที่ศาลก็ถือเป็นทางออกหนึ่ง แต่มันเสียเวลา เสียโอกาสชาติเพราะล่าช้า และสุ่มเสี่ยงต่อความขัดแย้งของคนในสังคม ที่จะขยายวงเพื่อเกิดปัญหาใหม่ซ้อนขึ้นมา แล้วทำไมไม่มาหันหน้าคุยกันเพื่อหาทางออก มีคนมองว่ารัฐบาลมีเจตนาที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายในสังคม ผมขอเตือนคุณยิ่งลักษณ์ว่า นักกฎหมายตัว “พ” “ภ” ที่มีอยู่อย่าไปฟังเขามากนัก และบอกให้คนเหล่านี้พอเถอะ เพราะยุให้ทำมาหลายเรื่องแล้ว” อภิสิทธิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท