
นายกแพทยสภาแถลงจี้ยิ่งลักษณ์ลาออก
บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขออกจดหมายเปิดผนึก จี้รัฐบาลลาออกเปิดช่องปฏิรูปเซ่นจำนำข้าวเหลว-ประชาชนไม่พอใจ
บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขออกจดหมายเปิดผนึก จี้รัฐบาลลาออกเปิดช่องปฏิรูปเซ่นจำนำข้าวเหลว-ประชาชนไม่พอใจ
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข นำโดย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ อาทิ แพทยสภา ชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ตัวแทนคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ตัวแทนชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ตัวแทนชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน ฯลฯ ได้ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีรักษาการลาออกจากตำแหน่ง
นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา เปิดเผยว่า เหตุผลที่บุคลากรทางการแพทย์ออกมารวมตัวกันในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากวิชาชีพแพทย์เน้นเรื่องจริยธรรม โดยในวิกฤตที่ผ่านมา มีการทำผิดจริยธรรมในหลายเรื่อง รวมถึงมีการคอร์รัปชันอย่างกว้างขวาง จึงถึงเวลาในการรวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก เพื่อเปิดทางไปสู่การปฏิรูปประเทศ นอกจากนี้ ยังเห็นว่า หากให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำในการปฏิรูปประเทศต่อไป เกรงว่าจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและปฏิรูปเพื่อตัวเองกลุ่มเดียว ถ้าไม่ลาออก ก็ไม่สามารถดำเนินการให้เกิดการปฏิรูปได้
สำหรับคุณสมบัติของคนกลางนั้นจะต้องไม่ใช่นักการเมือง รวมถึงไม่เคยเกี่ยวข้องกับการเมืองมาก่อน โดยอาจเป็นนักวิชาการ นักกฎหมาย ที่สามารถเป็นผู้นำการปฏิรูปประเทศ ตามที่ประชาชนต้องการได้ เหมือนกับที่ นายสัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เคยทำ หลังเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516
ขณะที่ นพ.ปรีชา วาณิชยเศรษฐกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะตัวแทนคณบดีแพทย์ 9 สถาบัน กล่าวว่า ผู้นำประเทศไม่สามารถปกครองด้วยกฎหมายอย่างเดียว แต่ต้องใช้จริยธรรมในการปกครองด้วย ที่ผ่านมาได้คัดค้านให้นายกรัฐมนตรีลาออกตั้งแต่ต้น แต่นายกรัฐมนตรีกลับไม่ยอมถอดเสื้อประชาธิปไตยออก กลับเดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อไป ทำให้เกิดวิกฤตตามมากมาย จึงขอร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้คนกลางได้ทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศในประเด็นต่างๆ ที่ประชาชนเรียกร้อง หากนายกรัฐมนตรีเสียสละในวันนี้ หลังจากนี้ก็สามารถกลับมาได้อย่างสง่างาม
พญ.อุทุมพร กำภู ณ อยุธยา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด กล่าวว่า การสรรหาคนกลาง สามารถทำได้หลายรูปแบบ และมีการอภิปรายจากนักวิชาการอย่างกว้างขวางว่ารัฐธรรมนูญ สามารถเปิดช่องให้คนกลางทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งในจุดนี้เหนือข้อกฎหมาย ต้องเอาข้อกฎหมายมาแก้ปัญหา ไม่ใช่เอากฎหมายมาบล็อกไม่ให้ไปไหน
นพ.ธานินทร์ สีวราภรณ์สกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร แพทย์จะไม่ออกมาประท้วง และบุคลากรทางการแพทย์จะทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยให้ดีที่สุด ตามหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณแพทย์ อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลรับฟังเสียงของข้าราชการและลูกจ้างของรัฐบ้าง หลังจากนี้อาจมีการระดมรายชื่อข้าราชการ ซึ่งมีอยู่หลายแสนคน ให้รักษาการนายกรัฐมนตรีได้เห็น
นอกจากนี้ กลุ่มต่างๆ ในนามเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ได้ออกจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2 ลงวันที่10 ก.พ. 2557 ถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีรักษาการ ระบุว่า หลังจากรัฐบาลได้ผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นต้นมา ได้เกิดความวุ่นวายจากการบริหารงานของรัฐบาลอย่างรุนแรงจากประเด็นต่างๆ ได้แก่ 1.นโยบายรับจำนำข้าว มีการทุจริตอย่างกว้างขวางทุกขั้นตอน รวมถึงทำให้รัฐขาดทุนมากมาย สร้างหนี้ให้ประชาชนมหาศาล โดยที่รัฐบาลไม่สามารถนำเงินจำนำข้าวมาจ่ายให้กับชาวนาได้
2.ผลการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. มีผู้เจตนาเลือกผู้แทนและพรรคการเมืองเพียง 14 ล้านคน หรือคิดเป็น 34% ของผู้มีสิทธิ์ท่านั้น บ่งบอกถึงเจตนารมณ์ของประชาชนที่ไม่ไว้วางใจการเลือกตั้งผู้แทนในกติกาปัจจุบัน แต่นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลกลับเดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อไป
3.กระแสการเรียกร้องของประชาชนในการปฏิรูปประเทศ แม้นายกรัฐมนตรีจะแสดงเจตนาในการตั้งสภาปฏิรูป แต่กลับไม่ได้รับการตอบรับจากทุกภาคส่วน จนไม่สามารถดำเนินการได้ สะท้อนชัดว่ารัฐบาลไม่ได้รับการยอมรับและไว้ใจจากประชาชนในการปฏิรูปประเทศ เนื่องจากรัฐบาลเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องปฏิรูปประเทศ ทั้งปัญหาการแทรกแซงอำนาจนิติบัญญัติ การไม่ยอมรับอำนาจตุลาการ และการทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้ประชาชนต้องการคนกลางเพื่อนำการปฏิรูปอย่างจริงจัง
ด้วยเหตุผลทั้ง 3 ข้อ แสดงให้เห็นว่า หากนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีรักษาการยังคงบริหารประเทศต่อไป จะไม่สามารถแก้ปัญหาเพื่อสร้างความสงบให้เกิดขึ้นได้ จึงขอแสดงความเห็นเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีรักษาการลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้นายกฯ คนกลาง ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายเข้ามาดำเนินการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การเลือกตั้ง การช่วยเหลือชาวนา และนำประเทศไปสู่การปฏิรูป ซึ่งจะทำให้ประเทศกลับสู่ความสงบ ทั้งนี้ สอดคล้องกับความเห็นของนักกฎหมายและนักวิชาการทั้งภาครัฐและเอกชนว่าเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ภายใต้รัฐธรรมนูญปัจจุบัน และเครือข่าย หวังว่า นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีรักษาการทุกท่านจะตัดสินใจภายใต้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวเดินต่อไปและเป็นที่ยอมรับต่อสังคมโลก







