
ความจริงจากชาวไทยสู่เพื่อนอเมริกัน
โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
การเมืองและความมั่นคงของโลกหมุนโดยฟันเฟืองหลายตัว แต่ตัวเฟืองหลักที่หมุนการเมืองโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก็คือ สหรัฐอเมริกา และอีกสองสามประเทศใหญ่ ผู้จัดการรัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก และมีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันโดยเอาผลประโยชน์ชาติไปแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัว สำหรับอเมริกานั้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลพรรครีพับลิกัน สมัยอดีตประธานาธิบดีบุช หรือรัฐบาลพรรคเดโมแครต ยุคประธานาธิบดี บารัก โอบามา “ผลประโยชน์สำคัญยิ่ง” ของอเมริกันต่อไทยไม่ได้เปลี่ยน
พรรคเดโมแครตส่ง สส.แทมมี่ มาพบนายกยิ่งลักษณ์ ตามด้วย ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศ สุดท้ายคือประธานาธิบดีบารัก โอบามา หาก ฮิลลารี คลินตัน ที่มีข่าวว่าจะลงสมัครแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยหน้าได้รับเลือกตั้ง พรรคเดโมแครตก็จะได้ครองตำแหน่งประธานาธิบดีต่อเนื่องอีก ผลประโยชน์ของอเมริกันในไทยคงไม่มีปัญหา หากรัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่ต่อ อเมริกาต้องเอาใจรัฐบาลยิ่งลักษณ์เพราะคิดว่าพูดง่ายกว่า
สส.พรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลถูกล็อบบี้ยิสต์อเมริกัน และคนไทยรับจ้างบางคนทำให้เชื่อว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการต่อสู้ระหว่างชนชั้นสูงและกลางในตัวเมือง ซึ่งเป็นตัวแทนของอำมาตย์และ “สถาบันเก่าแก่” กับคนยากจนในชนบท ตามทฤษฎีการต่อสู้ทางชนชั้นของมาร์กซ์ กล่าวหาว่า สถาบันเก่าแก่ตกใจกับการก่อตัวของคนจนในชนบท ซึ่งเป็น “พลังใหม่” ที่ มร.ที. ช่วยให้คนจนมีการกินดีอยู่ดีขึ้น เพราะจะกระทบต่อสถานะดั้งเดิมของตน ขณะที่สถานทูตไทยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไม่ได้ทำหน้าที่ที่ควรจะทำในการชี้แจงความเป็นจริงให้กับนักการเมืองอเมริกันได้เข้าใจเลย จนคณะกรรมาธิการต่างประเทศของวุฒิสภาไทย ได้ส่งผู้แทนคณะหนึ่งเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเอง เพื่อเสนอความจริงอีกด้านหนึ่งให้ สส.อเมริกันได้รับทราบ ส่วนจะเชื่อหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐและสื่ออเมริกันจะเน้นเรื่องการเลือกตั้งเป็นสำคัญตามแบบอเมริกัน และทำให้คนเข้าใจผิดว่า กปปส.ไม่สนับสนุนการเลือกตั้ง กล่าวหาว่าทำให้ความเป็นประชาธิปไตยของไทยลดลง นอกจากนั้น สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตั้งอยู่ที่ กทม.ได้ออกแถลงการณ์บิดเบี้ยวอย่างน่าละอาย โดยแกล้งมองไม่เห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายสิบกรณีที่เกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เวลานี้สื่อต่างชาติที่เกาะติดสถานการณ์ในไทยอย่างต่อเนื่องเริ่มจะเข้าใจความเคลื่อนไหวของประชาชนมากขึ้น เช่น “เดอะการ์เดียน” ของอังกฤษได้ออกมาชี้แจงให้ผู้อ่านได้เข้าใจว่า การต่อสู้ของคนไทยไม่ได้เป็นไปดังที่สื่อและทางการอเมริกันกล่าวหา
แกนนำ กปปส.ต้องเพิ่มความพยายามมากขึ้นในการทำความเข้าใจกับต่างประเทศให้มากขึ้น แม้ด้านต่างประเทศไม่ใช่ปัจจัยตัดสินสุดท้ายก็ตาม แต่หากพวกเขาไม่เข้าใจก็จะทำให้การต่อสู้ของประชาชนเหนื่อยขึ้น กปปส.ต้องชี้ให้เห็นเหตุผลและความจำเป็นของการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลโคตรโกง เผด็จการประชาธิปไตยที่ทำลายหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลทรราชที่ปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรง ข่มขู่คุกคาม ละเมิดสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนของคนที่เห็นต่าง จุดเด่นของการชุมนุมที่เป็นไปอย่างสงบ สันติ ปราศจากความรุนแรง เป็นการต่อสู้ระหว่างประชาชนนับล้านคนจากทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ นอกประเทศ กับรัฐบาลโคตรโกง แสดงว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องทำอะไรเลวร้ายจนคนทนไม่ไหวถึงลุกขึ้นมา เวทีนี้เป็นเวทีของคนที่สะสมความคับแค้นใจและอึดอัดใจ อะไรคือความคับแค้นใจและอึดอัดใจของคนไทยนับล้านๆ คนเหล่านี้ สื่อต่างประเทศและรัฐบาลอเมริกัน สมาชิกพรรคเดโมแครต ทูตอเมริกันไม่ฉุกใจและเฉลียวใจบ้างหรืออย่างไร
สิ่งหนึ่งที่ชาวต่างชาติควรเฉลียวใจ คือ ทำไมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มาจากการเลือกตั้งที่ฝรั่งชื่นชมนักหนา ผ่านไปแค่ 2 ปี มีคนไทยหลายล้านคนทั่วประเทศ ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด และต่างประเทศ คนทุกสาขาอาชีพ ทั้งคนชั้นสูง ชั้นกลาง และชั้นล่าง ออกมาต่อต้านโดยไม่มีใครเกณฑ์มาหรือจ้างกันมา ทำไมคนจึงบริจาคเงินให้กับ กปปส.ไว้ใช้ในการต่อสู้กับรัฐบาล ทำไมคนนับแสนนับล้านคนร่วมต่อสู้อย่างสงบ สันติ ปราศจากความรุนแรง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากฝ่ายรัฐบาลเป็นสำคัญ ซึ่งแตกต่างจากการชุมนุมของ นปช.เมื่อปี 2553 จากหน้ามือเป็นหลังมือ และการชุมนุมครั้งนั้นที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้ขึ้นสู่อำนาจ
ทำไมห้างสรรพสินค้าและร้านค้าไม่ปิดร้านเมื่อม็อบชุมนุม เช่น ปี 2553 แต่กลับขายของได้อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนโดยเฉพาะอาหาร ทำไมคนจึงยอมลำบากมานอนกลางดินกินกลางทรายทั้งที่อยู่บ้านสะดวกกว่ามาก ทำไมนักท่องเที่ยวมาร่วมกิน ร่วมอยู่ชุมนุมกันอย่างสนุกสนานและรู้สึกปลอดภัย ผิดกับการชุมนุมในประเทศอื่น
สำคัญที่สุด ทำไมกลุ่มคนที่ถือว่าเป็น “มันสมอง” หรือ “อีลีต” ของประเทศทุกสาขาอาชีพ ทั้งบรรดาราชบัณทิต แพทย์ ผู้พิพากษา ครูอาจารย์ นักวิชาการ ข้าราชการทั้งอดีตและปัจจุบัน อดีต ผบ.เหล่าทัพ ผู้นำทางสังคมและธุรกิจ ภาคเอกชน ฯลฯ ออกมาคัดค้านรัฐบาล ถามจริงๆ เถิดว่า รัฐบาลอเมริกัน สมาชิกรัฐสภาอเมริกัน ทูตอเมริกัน เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้ในประเทศอื่นบ้างไหม หากท่านนั่งอยู่เงียบๆ แล้วคิดดู ซึ่งไม่ต้องใช้สติปัญญาล้ำเลิศอะไร ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ แล้วลองหาคำตอบดู
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นครั้งแรกในโลกที่ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยออกมาทวงอำนาจของพวกเขาคืนจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของพวกเขาที่ใช้อำนาจที่ได้รับมอบไปทำในสิ่งเลวร้ายและขัดต่อความต้องการของประชาชน คนไทยกำลังสอนรัฐศาสตร์อีกบทหนึ่งให้บรรดากูรูทางรัฐศาสตร์ทั่วโลกเอาไว้เขียนตำราและสอนนักศึกษา ปรมาจารย์ทางรัฐศาสตร์ฝรั่งทั้งหลายน่าจะเดินทางมาไทยในช่วงนี้ เพราะเป็นโอกาสดีที่สุดที่จะศึกษาการเปลี่ยนแปลงทฤษฎีรัฐศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยของจริง ในขณะที่รัฐบาลเผด็จการประชาธิปไตยทั่วโลกกำลังหวั่นไหว เพราะบทบาทของภาคประชาชนเข้มแข็งขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และประกาศปลดแอกตนเองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่กลับใช้อำนาจที่ประชาชนมอบให้ไปในทางที่ผิด
ผู้นำอเมริกัน สมาชิกรัฐสภาอเมริกันที่ชอบอ้างว่าเป็น “ผู้พิทักษ์ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน” ไม่เคยฉุกคิดหรือเฉลียวใจบ้างเลยหรือต่อคำถามต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ที่สำคัญ ฝรั่งอเมริกันที่อยู่ในไทย เช่น ท่านทูตคริสตี้ เคนนีย์ ไม่เคยฉุกคิดบ้างเลยหรือ คนไทยไม่เคยปฏิเสธการเลือกตั้งอย่างที่นางและสื่ออเมริกันพยายามบิดเบือน แต่พวกเขาต้องการการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมตามหลักการประชาธิปไตยต่างหาก วันหน้าวันหลังเราน่าจะจัดหลักสูตรว่าด้วยการโกงการเลือกตั้งในประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกให้ฝรั่งได้ศึกษา เพื่อจะได้รู้ว่า โลกนี้ไม่ได้สวยเสมอไป ยังมีโลกที่ไม่สวยอีกหลายแห่งในโลกที่ประชาชนของประเทศนั้นกำลังแก้ไขอยู่







