posttoday
เศรษฐกิจไทยยังไม่มีความแน่นอน

เศรษฐกิจไทยยังไม่มีความแน่นอน

11 กุมภาพันธ์ 2557

สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน เครือเจริญโภคภัณฑ์

สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน เครือเจริญโภคภัณฑ์

ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่เพิ่มมากขึ้น และยังไม่มีทางออกที่แน่ชัด ณ ขณะนี้ หลายคนแสดงความกังวลว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2557 จะมีความโน้มเอียงไปในทางลบ เนื่องจากการส่งออกซบเซาต่อเนื่อง หลังสัญญาณเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวไม่ชัดเจน

สถานการณ์เศรษฐกิจปีนี้จะเป็นอย่างไร?

จากการประมวลข้อมูลหลายสำนักในช่วงที่ผ่านมา พบว่าเศรษฐกิจไทยปี 2557 อาจจะขยายตัวประมาณร้อยละ 3.54.5 ต่ำกว่าที่เคยคาดว่าจะขยายได้เกินร้อยละ 5.0 เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าการลงทุนภาครัฐในส่วนของการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคต 3.5 แสนล้านบาท และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ 2 ล้านล้านบาท จะไม่ได้ดำเนินการ

ประกอบกับการบริโภคของภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัวดี ภาคการส่งออกอาจดีขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ความเสี่ยงจากปัจจัยการเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจน ยังเป็นเรื่องสำคัญที่อาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ได้

การบริโภคภาคเอกชนน่าจะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.8 ดีขึ้นกว่า 0.4 ในปี 2556 การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 7.0 ดีกว่าที่หดตัวร้อยละ 0.3 ในปี 2556 การลงทุนภาครัฐหากมีการลงทุนได้บ้างก็จะขยายตัวอย่างมากที่ร้อยละ 13.2 เพราะปี 2556 หดตัวร้อยละ 4.1

การส่งออกสินค้ากลับมาขยายตัวที่ร้อยละ 6.5 เทียบกับที่หดตัวร้อยละ 0.6 ในปี 2556

การนำเข้าจะสูงขึ้นประมาณร้อยละ 5.0 จากการลงทุนที่สูงขึ้น และจะทำให้ดุลการค้าเกินดุลประมาณ 8,900 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับการนำเข้าหดตัวร้อยละ 0.2 ในปี 2556 เกินดุลประมาณ 5,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2556

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวในระดับ 3.54.5 อยู่บนพื้นฐานที่ยังไม่ได้คิดผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองในกรุงเทพฯ ซึ่งหากใช้เวลานานหรือรุนแรงขึ้น ก็จะทำให้การขยายตัวต่ำกว่าที่ประมาณการไว้

ในด้านเสถียรภาพ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 2.4 ในปี 2557 เทียบกับร้อยละ 2.2 ในปี 2556 ในขณะที่เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยในปี 2557 จะยังอยู่ในระดับสูงประมาณ 178,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ถึงแม้จะลดลงจากปีก่อนเพราะมีเงินทุนไหลออกบ้าง

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2557 ดังกล่าวอยู่บนปัจจัยพื้นฐานจากการประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2556 ที่หลายสำนักสรุปตรงกันว่า การขยายตัวต่ำมากอยู่ที่ร้อยละ 2.8 ต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้ที่ร้อยละ 5.3 (ประมาณการเมื่อเดือน มี.ค. 2556) ทั้งนี้เป็นผลมาจากการได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่มีการแข็งค่าขึ้นมากในช่วงครึ่งปีแรกจากเงินทุนไหลเข้า และการอ่อนตัวลงของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ภาคส่งออกของไทยมีปัญหาตลอดทั้งปี นอกจากนี้สถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี และความต้องการภายในประเทศที่ลดลงมากกว่าที่คาดไว้

การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเพียงร้อยละ 0.4 เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อตัวเลขเศรษฐกิจของไทย ในขณะที่การลงทุนของภาคเอกชนในรอบปีที่ผ่านมา หดตัวร้อยละ 0.3 การส่งออกสินค้าของไทยในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2556 หดตัวร้อยละ 0.5 โดยการส่งออกสินค้าไปยังตลาดสำคัญอย่างญี่ปุ่นก็ยังคงหดตัวเช่นกัน ยกเว้นตลาดจีนและสหรัฐที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว สำหรับภาคการนำเข้าสินค้าขยายตัวร้อยละ 1.2 ทำให้ในช่วง 11 เดือนแรก ขาดดุลการค้า 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคการท่องเที่ยวไทยที่เคยสร้างรายได้ให้ประเทศไทยอย่างมีนัย และมีการขยายตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2554 ในปี 2556 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 26.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 ทำรายได้ 1.17 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.1 เทียบกับปีก่อน แต่ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี จำนวนนักท่องเที่ยวมาไทยเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง แม้จะเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ก็ตาม ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบทางการเมือง โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไทยมากที่สุดคือ จีน รองลงมาคือ มาเลเซีย และรัสเซีย

ในด้านเศรษฐกิจโลกในปี 2557 มีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อเนื่องอย่างน่าติดตาม โดย IMF คาดว่าปี 2557 เศรษฐกิจโลกจะเติบโตร้อยละ 3.6 ดีขึ้นกว่าปี 2556 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.9 ทั้งนี้เป็นผลจากเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วจะนำการขยายตัว นำโดยเศรษฐกิจสหรัฐที่จะฟื้นตัวดีขึ้นจากอุปสงค์ภาคเอกชน เศรษฐกิจยูโรโซนจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ จากจุดต่ำสุดเมื่อปีก่อน แม้อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่และกำลังพัฒนาจะกลับมาขยายตัวในระดับปกติ

สำหรับเศรษฐกิจเอเชีย ในปี 2557 IMF คาดการณ์ว่ายังขยายตัวอย่างมั่นคง โดยเฉพาะจีนที่กำลังปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มบทบาทของความต้องการภายในประเทศ และกลไกภาคเอกชนให้เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะเติบโตอย่างมั่นคงในอัตราร้อยละ 7.07.5 ในขณะที่อินเดียจะขยายตัวร้อยละ 5.1 ส่วนอาเซียน 5 และ CLMV จะขยายตัวดีขึ้นประมาณร้อยละ 5.4 และ 6.0 ตามลำดับ จากภาคการส่งออกที่ฟื้นตัว

ทั้งหมดจะเห็นได้ว่าแนวโน้มอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2557 นี้ ยังมีประเด็นความไม่แน่นอนในหลายเรื่อง ทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจที่นักลงทุนและผู้ประกอบการต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจทางธุรกิจในแต่ละระยะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท