posttoday
ผลจากเลือกตั้ง

ผลจากเลือกตั้ง

11 กุมภาพันธ์ 2557

ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่ามีหน่วยเลือกตั้งที่จัดการเลือกตั้งได้ 83,813 หน่วย จากทั้งหมด 93,952 หน่วย คิดเป็น 89.2% ของหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด โดยมีผู้มาใช้สิทธิกว่า 20 ล้านคน คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิในหน่วยเลือกตั้งที่เลือกตั้งได้ ซึ่งหากไม่รวมกรุงเทพมหานคร จะมีผู้มาใช้สิทธิคิดเป็น 50.92% ของผู้มีสิทธิในหน่วยเลือกตั้งที่เลือกตั้งได้ทั้งหมดหรือมากกว่าครึ่งหนึ่ง และเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย หากเทียบกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้ทำการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งครั้งนี้เลย เพราะหวังแต่จะเลื่อนการเลือกตั้งอย่างเดียว

ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่ามีหน่วยเลือกตั้งที่จัดการเลือกตั้งได้ 83,813 หน่วย จากทั้งหมด 93,952 หน่วย คิดเป็น 89.2% ของหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด โดยมีผู้มาใช้สิทธิกว่า 20 ล้านคน คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิในหน่วยเลือกตั้งที่เลือกตั้งได้ ซึ่งหากไม่รวมกรุงเทพมหานคร จะมีผู้มาใช้สิทธิคิดเป็น 50.92% ของผู้มีสิทธิในหน่วยเลือกตั้งที่เลือกตั้งได้ทั้งหมดหรือมากกว่าครึ่งหนึ่ง และเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย หากเทียบกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้ทำการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งครั้งนี้เลย เพราะหวังแต่จะเลื่อนการเลือกตั้งอย่างเดียว

โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 1,143,667 คน หรือคิดเป็นเพียง 26.18% เท่านั้น ซึ่งนับว่าค่อนข้างต่ำ แต่ถ้าหากพิจารณาจากปัญหาความปลอดภัยของผู้มาใช้สิทธิ ตั้งแต่การโดนขัดขวางการใช้สิทธิตั้งแต่วันลงคะแนนใช้สิทธิล่วงหน้าที่มีทั้งการบีบคอ การปิดกั้นสถานที่ลงคะแนนใช้สิทธิ จนมาถึงการปะทะกันอย่างรุนแรงด้วยอาวุธปืนและอาวุธสงครามในพื้นที่หลักสี่ก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวันที่มีคลิปภาพปรากฏออกมามากมาย รวมถึงการเสนอข่าวของนักข่าวต่างประเทศที่อยู่ในบริเวณนั้น ก็พอจะทราบได้ว่าใครเป็นผู้มีอาวุธจำนวนมาก แม้กระทั่งวันเลือกตั้งก็ยังมีการไปปิดกั้นไม่ให้มีการนำหีบบัตรและบัตรเลือกตั้งออกมาจากเขตในหลายเขต เช่น เขตราชเทวี เขตดินแดง เป็นต้น ซึ่งผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกปล้นสิทธิในวันนั้น เพราะออกมาเลือกตั้งแต่เช้า แต่พอไปถึงคูหาเลือกตั้งปรากฏว่ามีการแจ้งว่าไม่สามารถลงคะแนนได้ เพราะผู้ชุมนุมไปปิดกั้นไม่ให้สามารถนำหีบบัตรและบัตรเลือกตั้งออกมาที่คูหาเลือกตั้งได้ โดยปรากฏมีประชาชนเป็นจำนวนมากรออยู่ พร้อมกับตะโกนพร้อมกันว่า “เลือกตั้ง เลือกตั้ง เลือกตั้ง” และเป็นเรื่องบังเอิญมากที่ผู้เขียนอยู่หน่วยเลือกตั้งเดียวกับสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ที่มาก่อนหน้าไม่นาน และไม่สามารถลงคะแนนเสียงได้เช่นกัน หลังจากที่ทราบว่าไม่สามารถลงคะแนนได้แน่แล้วผู้เขียนจึงได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจพญาไท ซึ่งมีผู้ที่ต้องการจะใช้สิทธิจำนวนมากไปรอแจ้งความอยู่แล้ว หลังจากแจ้งความเสร็จจะเดินทางกลับบ้าน ปรากฏว่าผู้ชุมนุมได้ปิดถนนในบริเวณก่อนทางขึ้นสะพานลอยราชเทวีทั้งหมดทำให้การจราจรติดขัดยาวและต้องไปอ้อมหลายแห่งกว่าจะกลับถึงบ้านได้ ซึ่งเป็นเหมือนการถูกปล้นซ้ำซ้อน คือถูกปล้นสิทธิในการออกเสียงแล้วยังถูกปล้นทางที่จะกลับบ้านด้วย

หลังจากที่มีการเลือกตั้งแล้ว สถานการณ์เหมือนกับผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ประชาชนเป็นจำนวนมากเริ่มที่จะเบื่อการชุมนุมเพราะสร้างความลำบากและก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินทางอย่างมาก นอกจากนี้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การลงทุนทั้งจากภายในประเทศและจากต่างประเทศเริ่มชะลอและหยุดชะงัก ทำให้เกิดปัญหาการว่างงานตามมาแล้ว มีเพื่อนฝูงหลายคนที่เป็นผู้สนับสนุนทางการเงินกับกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มรู้สึกเสียใจ เพราะกลายเป็นว่าเป็นการจ่ายเงินสนับสนุนเพื่อทำร้ายธุรกิจของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก

ผู้เขียนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ที่ท่านได้ออกมาบอกว่าเศรษฐกิจในปีนี้ไม่สามารถที่จะคาดคะเนได้ เพราะไม่รู้ว่าการเมืองจะจบอย่างไร หากยังไม่สามารถตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่สามารถบริหารราชการและเริ่มใช้จ่ายงบประมาณได้ หรือต้องใช้เวลานาน อีกทั้งหากให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้อาจจะติดลบก็ได้ และยิ่งแย่ไปกว่านั้น หากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ไม่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิวัติด้วยทหาร หรือการปฏิวัติเงียบ ก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ซ้ำเติมขึ้นไปอีก

เมื่อพูดถึงการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยที่พรรคประชาธิปัตย์โดยหัวหน้าพรรคได้ยื่นฟ้องต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ทั้งๆ ที่มีส่วนอย่างมากกับการชุมนุม เพราะผู้นำการชุมนุมเป็นจำนวนมากยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าพรรคพร้อมแกนนำพรรคก็ไปปรากฏตัวร่วมกับการชุมนุมหลายครั้ง หรืออาจจะพูดได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเลือกตั้งไม่ราบรื่น แล้วยังจะนำปัญหาการขัดขวางการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจากการที่สมาชิกพรรคของตนมีส่วนร่วมในการกระทำ นำมาเป็นข้ออ้างให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งก็นับว่าแปลกมาก และหากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เห็นข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และยังตัดสินให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะตามคำร้องอีก ประเทศไทยก็จะกลายเป็นตัวตลกของประชาคมโลกอีกครั้งหนึ่ง และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็จะกลายเป็นศาลที่ไม่ได้รับการเชื่อถือจากภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งจะทำให้ความน่าเชื่อถือของประเทศนี้ลดลงไปอีกหลังจากลดลงไปมากแล้ว ดังนั้น หากจะตัดสินเรื่องนี้ก็ต้องขอให้คำนึงและเคารพเสียงของประชาชนกว่า 20 ล้านคน ที่ได้มาลงคะแนนแล้ว

อีกเรื่องที่อยากให้มีการเร่งดำเนินการ เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชนจำนวนมาก คือการเร่งชำระเงินให้กับชาวนาที่ได้นำข้าวมาจำนำแล้ว อย่าได้พยายามนำมาทำให้เป็นประเด็นทางการเมืองเลย โดยเฉพาะความพยายามจะข่มขู่ธนาคารของรัฐหลายแห่งเพื่อไม่ให้ปล่อยกู้ ถึงขนาดเรียกร้องให้มีการถอนเงินฝากออกจากธนาคารรัฐทุกแห่งที่จะปล่อยกู้รัฐในเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะสร้างผลเสียหายต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างมหาศาลได้ หากมีการถอนเงินฝากจำนวนมากจริง ต้องคำนึงว่าถึงอย่างไรรัฐก็ต้องชำระเงินจำนวนนี้อยู่แล้วไม่ว่าจะโดยวิธีใด

อยากจะขอบอกว่าประชาชนจำนวนมากมีความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจจากการชุมนุมจนจะแทบทนกันไม่ไหวอยู่แล้ว มาหาทางเจรจากันและเลิกชุมนุมเถอะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท