
เทียบคดีขวัญชัย-กปปส.ตำรวจยันไม่เลือกปฏิบัติ
20 วันหลังเกิดเหตุยิงถล่ม ขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร แกนนำเสื้อแดงระดับแถวหน้าของประเทศ จนบาดเจ็บ ตำรวจสามารถสืบสวนจนรู้ตัวและออกหมายจับคนร้าย 7 คนได้สำเร็จ ทำให้กระแสสังคมอีกฝ่ายตั้งข้อสงสัยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ว่าคดีของกลุ่มเสื้อแดงที่สนับสนุนรัฐบาล ตำรวจเร่งทำงานอย่างเต็มที่ ผิดจากคดีปาระเบิดใส่ที่ชุมนุม กปปส. ทั้งที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและที่แยกบรรทัดทอง ที่มีภาพคนร้ายปรากฏชัด หรือแม้แต่คดียิง สุทิน ธราทิน เสียชีวิต คดีกลับไม่คืบหน้า แม้จะมีภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดก็ตาม
20 วันหลังเกิดเหตุยิงถล่ม ขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร แกนนำเสื้อแดงระดับแถวหน้าของประเทศ จนบาดเจ็บ ตำรวจสามารถสืบสวนจนรู้ตัวและออกหมายจับคนร้าย 7 คนได้สำเร็จ ทำให้กระแสสังคมอีกฝ่ายตั้งข้อสงสัยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ว่าคดีของกลุ่มเสื้อแดงที่สนับสนุนรัฐบาล ตำรวจเร่งทำงานอย่างเต็มที่ ผิดจากคดีปาระเบิดใส่ที่ชุมนุม กปปส. ทั้งที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและที่แยกบรรทัดทอง ที่มีภาพคนร้ายปรากฏชัด หรือแม้แต่คดียิง สุทิน ธราทิน เสียชีวิต คดีกลับไม่คืบหน้า แม้จะมีภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดก็ตาม
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะที่รับผิดชอบงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตำรวจไม่มีสองมาตรฐานหรือเลือกปฏิบัติอย่างแน่นอน ทุกคดีตำรวจต้องทำ เพียงแต่ความยากง่ายอาจจะแตกต่างกันในแต่ละคดีเท่านั้น รวมถึงพยานหลักฐานจะเป็นตัวชี้วัดเบาะแสที่สำคัญเพื่อนำไปสู่การจับกุมคนร้าย
“ทุกคดีที่เกิดกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ทั้งที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่แยกบรรทัดทอง คดีที่หลักสี่ หรือคดียิงสุทิน ผมสั่งให้เร่งรัดหมด และจะมีการประชุมเพื่อรับทราบความคืบหน้าของคดีในวันที่ 13 ก.พ.นี้ ผมมั่นใจว่าทุกคดีของ กปปส. ต้องได้ตัวคนร้ายอย่างแน่นอน และขอให้มั่นใจว่าตำรวจไม่ได้เลือกปฏิบัติ อย่างคดีขวัญชัยเพราะพยานหลักฐานมันปรากฏชัด เราถึงได้ตัวคนร้ายเร็วและเร่งคืบหน้าทันที”
พล.ต.อ.เอก กล่าวย้ำอีกว่า บางสิ่งบางอย่างในรูปของการทำคดีตำรวจก็ไม่สามารถไปเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ เพราะอาจจะเป็นปัญหาในการสืบสวนสอบสวนติดตามทำคดี ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าตำรวจไม่สนใจที่จะติดตามทำคดี แต่กลับไปให้ค่าอีกคดีหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ ทุกอย่างทุกคดีตำรวจสืบสวนหมด อย่าได้กังวล
คงต้องติดตามกันต่อไปว่า การเรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับกลุ่มการเมืองต่างๆ ในวันที่ 13 ก.พ.นี้ แต่ละคดี โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับกลุ่ม กปปส. จะมีความคืบหน้าไปอย่างไรบ้าง







