
ทักษิณคิด-เพื่อไทยทำ-ชาวนารับกรรม
อภิมหาทุจริตคอร์รัปชั่นในประวัติ ศาสตร์ชาติไทยของเรา เห็นจะไม่มีกรณีใดเกินไปกว่าโครงการรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ว่าทักษิณคิด เพื่อไทยทำ
อภิมหาทุจริตคอร์รัปชั่นในประวัติ ศาสตร์ชาติไทยของเรา เห็นจะไม่มีกรณีใดเกินไปกว่าโครงการรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ว่าทักษิณคิด เพื่อไทยทำ
หากยังจำกันได้ ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง คนระดับดอกเตอร์ของพรรคเพื่อไทย อธิบายยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าวสามารถทำได้ และจะทำให้รัฐมีรายได้จากการขายข้าวที่รับจำนำ เพราะเมื่อรัฐเข้าไปรับจำนำข้าวในราคาสูง จะทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกสูงขึ้นไปด้วย เพราะเราเป็นผู้ผลิตรายใหญ่สามารถเจรจาขอความร่วมมือกับเวียดนามได้ ข้าวที่รับจำนำไว้จะอยู่ในมือของรัฐบาล เท่ากับเป็นผู้ผูกขาดการค้าข้าว ชาวนาจะร่ำรวยและรัฐบาลจะได้กำไรอย่างมหาศาลจากโครงการนี้
ฟังเรื่องการผูกขาดแล้วต้องบอกเลยว่าเป็นความคิดของตระกูลชินอย่างแน่นอนโดยไม่ต้องให้หมอดู confirm เพราะตระกูลนี้ค้าขายแบบแข่งขันเสรีไม่เป็น ร่ำรวยมาได้จากการผู้ขาดตัดตอน จึงคิดฝันไปเทียบเคียงกับน้ำมันของกลุ่มโอเปก โดยลืมความจริงไปว่า ชาวโลกไม่กินข้าวก็ยังอยู่ได้เพราะมีขนมปังมีธัญพืชอย่างอื่นทดแทนได้ ไม่เหมือนน้ำมันที่ไม่ใช้ไม่ได้
นักเศรษฐศาสตร์ระดับดอกเตอร์ของเพื่อไทย นั่งฝันถึงจำนวนข้าวมหาศาลที่จะบีบชาวโลกได้ จนลืมหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นเรื่อง DemandSupply การค้าขาย ถ้าไม่มี demand แม้จะมี supply ล้นโกดัง ก็ขายไม่ได้ กลับยิ่งจะเสียหายหนักยิ่งขึ้น
ดอกเตอร์ที่สนับสนุนโครงการรับจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทย หายหัวไปไหนกันหมด ไอ้พวกที่ออกมาอธิบายเป็นคุ้งเป็นแควว่าดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ในวันนี้ทำไมไม่เสนอหน้าออกมารับผิดชอบบ้าง
โครงการรับจำนำข้าว มีนักวิชาการทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ คัดค้านว่าไม่สามารถทำได้ ถ้าฝืนทำจะขาดทุนมหาศาลแต่รัฐบาลไม่ฟัง ดันทุรังที่จะจัดประชานิยมเพื่อหาเสียง
มาถึงวันนี้ สิ่งที่นักวิชาการเตือนเอาไว้ได้เกิดขึ้นแล้ว ประเทศเสียหายหลายแสนล้านบาท รัฐบาลขายข้าวไม่ได้ โกหกประชาชนว่าขายข้าวได้แล้ว แบบ G to G สิ่งที่รัฐบาลโกหกไว้เริ่มมัดคอตัวเอง เพราะไม่ใช่เป็นเพียงแค่ White lie แต่เป็น Dark lie โกหกซึ่งหน้า โกหกคำโต
นายกรัฐมนตรีเปิดงาน คนที่เป็นนายกฯได้เพียงเพราะเป็นน้องนักโทษหนีคดี ได้ลอยหน้าลอยตาออกมาพูดว่า ที่จ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนาไม่ได้นั้น ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล แต่เป็นเพราะสถานการณ์การเมือง เป็นเพราะกปปส.ไปปิดกระทรวงการคลัง เป็นเพราะ กกต.ไม่ให้ความร่วมมือ เป็นเพราะมีขบวนการขัดขวางไม่ให้รัฐบาลกู้เงินจากธนาคารนำมาจ่ายเงินให้ชาวนา เป็นเพราะ ฯลฯ
เป็นการยากที่จะเดาครับว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรีคนนี้พูดนั้น เจ้าหล่อนใช้สมองราคาแพงคิดเอง หรืออ่านตามโพย หรือพูดไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่รู้ความหมาย
ไม่ว่าการจ่ายเงินให้ชาวนาไม่ได้จะเป็นเพราะเหตุใดก็ตาม รัฐบาลไม่มีสิทธิที่จะโทษบุคคลอื่น รัฐบาลมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ โดยเฉพาะรัฐบาลนี้ มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมีขี้ข้าที่เป็นทาสอำนาจเงินอยู่ทุกหน่วยงาน การคัดค้านโครงการจำนำข้าวก็มีมาตั้งแต่เริ่มโครงการ แต่ด้วยอำนาจรัฐในมือ รัฐบาลก็จ่ายเงินจำนำข้าวมาได้ตลอด จะว่าไปแล้ว การกู้เงินมาจ่ายค่าจำนำข้าวก็ไม่ถูกต้องตามโครงการอยู่แล้ว จนเมื่อยุบสภา รัฐบาลก็ยังจะกู้เงินมาจ่ายชาวนา แต่เนื่องจากมีข้อกฎหมายห้ามก่อหนี้ผูกพัน การที่ธนาคารต่างๆ ไม่ให้รัฐบาลกู้ เป็นเพราะเขากลัว “คุก” กลัวหนี้สูญ กลัวต้องรับผิดต่อผู้ถือหุ้นตาม พ.ร.บ.บริษัทมหาชน ไม่ใช่เพราะมีผู้ชุมนุมไปกดดันหรือไปข่มขู่ธนาคาร
ชาวนาวันนี้เดือดร้อน คำพูดสวยหรูว่าเมื่อมีใบประทวนแล้ว ไม่ต้องห่วง จะต้องได้เงินอย่างแน่นอน แต่ไม่บอกว่าเมื่อไร แล้วชาวนาเขาจะอยู่กันอย่างไร เขาจะลงทุนทำนาต่อก็ไม่ได้ เพราะไม่มีเงิน ทางแก้ของชาวนาวันนี้ คงต้องพึ่งบารมีศาล ซึ่งมีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา
ฟ้องคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหาย แม้จะช้า แต่ก็น่าจะต้องทำ เพราะชาวนาได้รับความเสียหายมากกว่าจำนวนเงินตามใบประทวน ความเสียหายที่ชัดเจนคือ ขาดโอกาสในการทำนาต่อไป บางรายต้องไปกู้เงินเพื่อความอยู่รอด บางรายผูกคอตายเพราะไม่ได้รับเงิน ความเสียหายต่างๆ เหล่านี้ เกิดจากการที่รัฐบาลไม่จ่ายเงินตามข้อตกลง ผู้ที่จะต้องรับผิดในเรื่องนี้เริ่มจากทักษิณคนคิด ยิ่งลักษณ์คนทำ เสนาบดีที่เกี่ยวข้องทุกคนที่เคยดำรงตำแหน่ง ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กวาดให้หมด เรียกร้องค่าเสียหายที่นอกเหนือจากเงินตามใบประทวนให้มากๆ เพราะเงินตามใบประทวนรัฐบาลหน้าคงต้องจ่ายให้อยู่แล้ว แต่ค่าเสียหายรัฐบาลคงจ่ายให้ไม่ได้
คดีอาญา ข้อหาฉ้อโกงประชาชนคงจะลำบาก เพราะจะพิสูจน์ว่ามีเจตนาที่จะโกงตั้งแต่แรกคงจะยาก แต่จะลองฟ้องดูก็ไม่เลว คดีอาญาที่อยากจะแนะนำให้ทำคือ การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โครงการนี้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นกันอย่างโจ่งครึ่ม โดยปกติเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะดำเนินการ แต่เรื่องนี้จะหวังให้ ป.ป.ช.ทำหน้าที่ก็ไม่รู้เมื่อไรจะตื่นจากความฝันว่าโลกสวย ชาวนาคงต้องช่วยตัวเองด้วยการรวมตัวเป็นผู้เสียหายฟ้องโดยตรงต่อศาล
อำนาจของ ป.ป.ช.ในการดำเนินคดีกับผู้ทุจริตคอร์รัปชั่น ที่จะนำไปสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนั้น เป็นกรณีที่เป็นการทุจริตต่อรัฐ ไม่มีเอกชนรายใดได้รับความเสียหายโดยตรง แต่หากการทุจริตทำให้ประชาชนคนใดหรือกลุ่มใดได้รับความเสียหาย ประชาชนย่อมมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะใช้สิทธิทางศาลได้โดยตรง
ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่ความเป็นผู้เสียหาย ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้ให้คำจำกัดความคำว่า ผู้เสียหาย ไว้ในมาตรา2(4) ว่า “หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลที่มีอำนาจจัดการแทนได้...”
ผมเชื่อว่ามีผู้ที่มีความรู้และมีข้อมูลเรื่องการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวพร้อมที่จะให้ความร่วมมือช่วยเหลือชาวนา ผู้กระทำความผิดก็ต้องกวาดตั้งแต่นายกรัฐมนตรี จะรวมเอาเสี่ยดูไบตัวต้นคิดด้วยก็ได้ รัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน
การฟ้องคดีความผิดในฐานทุจริตคอร์รัปชั่น จะเป็นการวัดใจศาลว่า ยังจะตีความคำว่าผู้เสียหาย ในทางแคบอีกต่อไปหรือไม่
การแก้ปัญหาให้ประชาชนฟ้องผู้ทุจริตคอร์รัปชั่นได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านองค์กรของรัฐเช่นอัยการสูงสุด อาจไม่ต้องแก้ไขกฎหมายใดๆ เลย ถ้าศาลตีความคำว่า ผู้เสียหาย ให้หมายความถึงผู้ที่เสียภาษีให้กับรัฐซึ่งนำไปเป็นงบประมาณแผ่นดินที่พวกนักการเมืองทุจริตเบียดบังไปเป็นสมบัติส่วนตัว
คดีจำนำข้าว จะเป็นคดีตัวอย่างที่ทำให้ได้คิดว่า อะไรก็ตามที่ได้มาโดยไม่มีเหตุผลอย่างประชานิยม ในที่สุดจะเกิดความเสียหาย และจะเป็นความเสียหายต่อส่วนรวมที่ยากจะแก้ไขเยียวยาได้







