
นิวเคลียร์
การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีกรุงโตเกียวเมื่อวานนี้มีนัยสำคัญในฐานะเครื่องมือชี้วัดว่า คนโตเกียวต้องการให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์กลับมาเปิดอีกหรือไม่ หลังจากที่เคยเกิดอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมาระเบิดในปี 2010
การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีกรุงโตเกียวเมื่อวานนี้มีนัยสำคัญในฐานะเครื่องมือชี้วัดว่า คนโตเกียวต้องการให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์กลับมาเปิดอีกหรือไม่ หลังจากที่เคยเกิดอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมาระเบิดในปี 2010
บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์โยมิอุริ ได้แสดงทัศนะต่อประเด็นดังกล่าวว่า หากรัฐบาลญี่ปุ่นต้องการเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกครั้ง รัฐบาลแดนปลาดิบจำเป็นต้องฟื้นฟูคณะกรรมการพลังงานปรมาณูขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเป็นตัวกลางในการประสานงานด้านนโยบายนิวเคลียร์
บทบรรณาธิการระบุต่อว่า ตั้งแต่การสั่งปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วประเทศ คณะกรรมการปรมาณูถูกลดบทบาทลงเช่นกัน โดยกรรมการถูกลดจำนวนเหลือเพียง 3 คน จาก 5 คน และถูกลดอำนาจในการกำหนดนโยบายด้านพลังงานปรมาณู รวมถึงอำนาจในการดำเนินงานเพื่อการป้องกันการเผยแพร่และการกำจัดของเสียจากปรมาณู
ทั้งนี้ ในปัจจุบันนโยบายด้านพลังงานปรมาณูของญี่ปุ่นได้ครอบคลุมประเด็นอย่างกว้างขวาง ทั้งการส่งออกเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไปจนถึงการกำจัดกากกัมมันตภาพรังสีและการพัฒนาและวิจัยด้านอุตสาหกรรมปรมาณู
บทบรรณาธิการได้เสนอทิ้งท้ายไว้ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจำเป็นต้องฟื้นฟูคณะกรรมการพลังงานปรมาณูขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเป็นตัวกลางในการประสานงานด้านนโยบายนิวเคลียร์ระหว่างหน่ายงานรัฐต่างๆ อย่างไรก็ตามโยมิอุริ ระบุว่า นโยบายพลังงานปรมาณูควรได้รับการกำหนดโดยทุกภาคส่วนของรัฐบาล ไม่ใช่แค่เพียงคณะกรรมการ ปรมาณูเพียงส่วนเดียว







