
หน้าต่างเมือง
3 จังหวัดใต้รุนแรงต่อเนื่อง
3 จังหวัดใต้รุนแรงต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณสวนยางพาราพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี ส่งผลให้นายลาเต๊ะ ดอเลาะ อาสาสมัครรักษาดินแดน อ.มายอ เสียชีวิต จากการสอบสวนระหว่างที่ผู้ตายเดินใส่ปุ๋ยยางพาราอยู่นั้นได้เหยียบกับระเบิดแสวงเครื่อง จึงเกิดระเบิดขึ้น ส่วนอีกคดีคนร้ายได้ยิง น.ส.เบญจพร เกื้อทุ้ง ภรรยาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เสียชีวิต ก่อนราดน้ำมันจุดไฟเผาพร้อมทิ้งใบปลิวมีข้อความว่า “เหตุครั้งนี้เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่กับเหตุการณ์คนร้ายยิงเด็กเสียชีวิต 3 คน ที่ จ.นราธิวาส”
เสพติดเซลฟี่เสียอนาคต
พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า เรื่องที่น่าห่วงขณะนี้ พบว่า ประชาชนโดยเฉพาะวัยรุ่นนักเรียน นักศึกษา นิยมพฤติกรรมที่เรียกว่า เซลฟี่ (Selfie) กันมาก คือ ถ่ายรูปตัวเองในอิริยาบถต่างๆ แล้วนำไปเผยแพร่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม พฤติกรรมเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพจิตในอนาคตได้ โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อมั่นหรือความมั่นใจในตนเอง ซึ่งจะมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและส่งผลต่ออนาคตการงานและการพัฒนาประเทศอย่างคาดไม่ถึง
คุมกวดวิชาผ่านออนไลน์
นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เปิดเผยว่า จะพิจารณาแก้ไขปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานโรงเรียนเอกชน ประเภทกวดวิชาเพื่อให้ครอบคลุมการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ของโรงเรียนกวดวิชาโดยจะเพิ่มการควบคุม ดูแลเนื้อหาสาระในการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ ซึ่งจะประกาศออกมาในเร็วๆ นี้
ใช้ ฮ.บังคับส่งมือถือเข้าคุก
นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยระหว่างตรวจค้นเรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น ว่าคนร้ายพยายามใช้เฮลิคอปเตอร์บังคับ บินข้ามรั้วลวดหนามเข้ามาในเรือนจำก่อนจะทิ้งวัตถุลงมา ซึ่งพบว่ามีโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ยาไอซ์ 4 กรัม อาวุธที่ทำด้วยเหล็กแหลม และยังได้ค้นพบโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง ซิมการ์ดโทรศัพท์ 8 อัน เมโมรีการ์ด 1 อัน สายชาร์จแบตเตอรี่ 3 อัน หูฟัง 4 อัน รวมทั้งสิ่งเทียมอาวุธที่ผู้ต้องหาได้จัดทำเป็นอาวุธรวมกว่า 20 อัน และอุปกรณ์สำหรับการสักลาย 4 อัน







