
ม็อบชาวนาบุกกทม.ทวงคืนค่าจำนำข้าว
สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น นำไปสู่การชุมนุมของกลุ่มชาวนา 20 จังหวัดที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการรับจำนำข้าว โดยเดินทางมาปักหลักชุมนุมที่หน้ากระทรวงพาณิชย์เป็นวันที่ 3 เพื่อกดดันให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางนำเงินมาจ่ายค่าจำนำข้าวให้กับชาวนาเร็วที่สุด ซึ่งนำโดยนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย และแกนนำ กปปส.นนทบุรี
สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น นำไปสู่การชุมนุมของกลุ่มชาวนา 20 จังหวัดที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการรับจำนำข้าว โดยเดินทางมาปักหลักชุมนุมที่หน้ากระทรวงพาณิชย์เป็นวันที่ 3 เพื่อกดดันให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางนำเงินมาจ่ายค่าจำนำข้าวให้กับชาวนาเร็วที่สุด ซึ่งนำโดยนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย และแกนนำ กปปส.นนทบุรี
นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลนำข้าวในสต๊อก 18 ล้านตันมาคัดแยกข้าวดีและข้าวเสีย เพื่อขายข้าวตามกลไกตลาด โดยร่วมกับโรงสีข้าวทั่วประเทศที่มีอยู่ 2,000-3,000 แห่ง และนำเงินที่ขายได้มาใช้หนี้ตามใบประทวนที่ชาวนาถือครองอยู่ คาดว่าจะมีมูลค่าข้าว 1 แสนล้านบาท หากรัฐบาลไม่ทำตามข้อเสนอก็ควรลาออกจากการเป็นรัฐบาลรักษาการ เพื่อให้ผู้อื่นเข้ามาแก้ไขปัญหาต่อไป ไม่ควรขวาง เพราะงานและปัญหาต่างๆ ไม่สามารถเดินหน้าได้
หม่อมอุ๋ยร่อน จม.กดดันรัฐบาล
ด้าน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ทำจดหมายเปิดผนึกไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื้อหาสำคัญต้องการให้รัฐบาลรักษาการลาออก เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งการส่งจดหมายเปิดผนึกถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นความคิดที่รวบรวมจากประชาชน มาจากข้อมูลและสถานการณ์ที่เป็นจริง ตลอดจนนำความรู้สึกเบื่อหน่ายของประชาชนมาสะท้อน และหวังว่าผู้บริหารประเทศถึงจุดหนึ่งต้องนึกถึงประชาชนและประเทศชาติก่อน ถ้านึกถึงประเทศชาติก่อนมันเหลือทางเดียวจริงๆ ที่ท่านนายกฯ จะตัดสินใจให้ถูกต้อง เพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดได้
ดัชนีความเชื่อมั่นเดือน ม.ค.ทรุด
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ม.ค. 2557 อยู่ที่ระดับ 71.5 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 และต่ำสุดในรอบ 26 เดือน นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2553 เป็นต้นมา
ทั้งนี้ หากเหตุการณ์ทางการเมืองยังไม่คลี่คลายและยืดเยื้อไปถึง 46 เดือน จะเป็นปัจจัยลบส่งผลให้อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศไม่ถึง 2% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 3% เพราะยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 จะขยายตัวเฉลี่ยเพียง 1% เท่านั้น
ราคาสินค้าพุ่ง 200 รายการ
น.ส.อุรวี เงารุ่งเรือง รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) งวดเดือน ม.ค. 2557 เท่ากับ 106.46 สูงขึ้น 1.93% เทียบกับเดือน ม.ค. 2556 ถือว่าสูงสุดในรอบ 6 เดือน นับจากเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นผลจากดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ทะยานสูงขึ้น 3.62% สินค้าสำคัญที่มีราคาแพงขึ้น ได้แก่ เนื้อ สัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ 8.26% เนื่องจากเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ทำให้ของเซ่นไหว้เพิ่มสูงขึ้น เมื่อแยกเป็นรายการที่คำนวณตะกร้าเงินเฟ้อ 450 รายการ พบว่ามีสินค้าราคาเพิ่มขึ้น 202 รายการไม่เปลี่ยนแปลง 190 รายการ ลดลง 58 รายการ
พณ.ห่วงปาล์มขวดทะลุ 42 บาท
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบได้ปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดราคาน้ำมันปาล์มดิบอยู่ที่ 30-31 บาทต่อ กก. สาเหตุเพราะราคาผลปาล์มทะลายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 5.5-6.20 บาทต่อ กก. จากปลายปีราคาแค่ 45 บาทต่อ กก. เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดู ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย
ทั้งนี้ ในระยะต่อไปจะกระทบกับราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถขายน้ำมันปาล์มขวดได้ในราคาควบคุมที่ 42 บาท ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังกระทรวงพลังงานเพื่อขอให้ชะลอการบังคับใช้น้ำมันดีเซลสูตรบี 7 ออกไปก่อนประมาณ 23 เดือน เพื่อลดปริมาณการใช้ไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มลง







