
นาทีหลักสี่ระทึก"ทหาร"สวมชุดดำ
"อิสสระ สมชัย" เผยนาทีต่อนาทีกับเหตุการณ์ปะทะที่หลักสี่ กับคำถามชายชุดดำเป็นทหาร?
โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช
เหตุกราดยิงระเบิดตูมตามสนั่นแยกหลักสี่เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา จนมีผู้บาดเจ็บหลายรายสร้างแรงสะเทือนก่อนวันเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. เป็นเหตุผลสำคัญทำให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ บัญชาการย้ายมวลชนเวทีลาดพร้าวยุบรวมกับเวที กปปส. สวนลุมพินี
ในฐานะแกนนำ กปปส.ลาดพร้าว อีกกุญแจสำคัญวันเกิดเหตุมิคสัญญีกลางกรุง "อิสสระ สมชัย" เล่าเหตุการณ์เเบบช็อตต่อช็อตว่า “...ตอนนั้นผมเดินกับคุณสุเทพในงานตรุษจีนที่เยาวราช มีคนบอกผมว่า โกตี๋ รวมพลจำนวนมาก จะมาบุกเวทีลาดพร้าว ก็บอกคุณสุเทพไปเลยว่าผมจะกลับฐานเลย เพราะประชาชนส่วนหนึ่งราว 600 คน มาเดินกับคุณสุเทพ เหลืออยู่เวทีแค่ 200 คน กลัวมันจะมาอัดเลยรีบกลับมาเลย
แต่พอมาตรวจสอบปรากฏว่าไม่ใช่ มันจะไปบุกหลวงปู่พุทธะอิสระ สายก็โทรมาแจ้งว่าไม่ใช่ลาดพร้าว มันจะไปสำนักงานเขตหลักสี่ เพราะหลวงปู่พุทธะอิสระไปดักที่นั่น ไม่ยอมให้เอาบัตรเลือกตั้งออกมา เขาก็แจ้งว่าหลวงปู่เข้ามุมอับแล้ว หนีเข้าไปในตึกเขตหลักสี่แล้ว ให้มาช่วยด่วน ผมก็ระดมพลไปเลย
พอระดมพลได้ประมาณ 400-500 คน เอารถปิกอัพไปสิบกว่าคัน เอารถหกล้อเป็นรถนำ ปล่อยรถไป ผมไปรถปิกอัพคันสุดท้าย รถหกล้อก็ผ่านวิภาวดีฯ พอไปถึงแยกหลักสี่จะเลี้ยวซ้ายผ่านแจ้งวัฒนะ ผ่านทางรถไฟไปได้ ต่อมารถปิกอัพอีกสองคันข้ามไป ข้ามได้แล้วยังไม่พ้นสะพานมันก็ซัดมาเลย ยิงรัวมาเลย ผมอยู่ท้ายขบวนบนโทลล์เวย์ เลยตัดสินใจว่าอย่าเพิ่งลงพื้นถนน เพราะถ้าลงมาจะพอดีจุดตรงนั้นจะโดนยิงเยอะ เลยหลบมาเส้นบนแทนที่จะลงมาตรงโรงแรมมิราเคิล ผมเลยเปลี่ยนเป็นลงถัดไปเป็นสะพานแจ้งวัฒนะ หน้าสำนักงานเขตหลักสี่พอดี
ตอนลงไปคนก็เต็มหมดแล้ว ตำรวจก็เต็ม ไม่รู้ใครเป็นฝ่ายไหน ผมเลยไปที่เวทีแจ้งวัฒนะก่อน เขาบอกว่าหลวงปู่ติดอยู่ที่สำนักงานเขต ผมก็เลยถามว่าจะเข้าไปได้ไหม เขาบอกว่าไปได้ ผมก็เลยย้อนรถกลับมาไปหาหลวงปู่ที่เขต แต่ท่านบอกว่าให้ผมพาคนกลับบ้านไป ท่านบอกท่านจะอยู่ที่นี่ ผมก็บอกว่าไม่ได้หลวงพ่อ แกก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่สถานการณ์ตอนนั้นซัดกันรัวเลย ผมก็เลยลาหลวงปู่ เดินออกมาตีนสะพาน แถวหน้าทีโอที เห็นชัดเจนว่ารถแท็กซี่ขับมาบนโทลล์เวย์นะ ยิงสาดลงมาเลย ทั้งระเบิดปิงปอง ลูกประทัดยักษ์ แท็กซี่มันหย่อนลงมาเองเลย ไม่รู้อยู่ฝ่ายไหน พวกเราเอากล้องส่องเห็นชัดเจนเลยอยู่ตรงหัวสะพาน
ฝ่ายเราก็ยิงตอบโต้ ยิงไปที่รถแท็กซี่ ซัดแท็กซี่หนีกระเจิง เพราะฝ่ายเราต้านหนัก มันเลยหนี ผมเลยบอกพรรคพวกที่หัวสะพานให้ดูๆ ไว้ แต่ระหว่างนั้นรัวสะบั้นหั่นแหลกเลย จากนั้นมีโทรศัพท์แจ้งมาว่ายังมีกลุ่มผู้หญิงติดอยู่ที่ชุมชนหลักสี่ประมาณ 200 คน ให้เข้าไปช่วย แต่เข้าไม่ได้เพราะมันยิงรัว พอสักครู่ทหารมาคุยกับผมว่าท่านอิสระเดี๋ยวผมจะเข้าไปเอาคนออกมาให้ ผมก็บอกเข้าไปไม่ได้ ไม่รู้เข้าไปอย่างไร ผมก็พยายามหาคนเข้าไปเอาคนออกมา คนเจ้าถิ่นแถวนั้นบอกว่ามันรู้ทางลัดก็เข้าไปให้ จะพาให้คนออกมาทางลัด แต่ชาวบ้านก็ไม่กล้าออกมา
จนกระทั่งในที่สุดทหารมา ผมก็เลยประกาศบอกว่า “...โปรดทราบนะ ฝ่ายเสื้อแดงขอให้คุณหยุดยิงได้แล้ว ตอนนี้ทหารมาแล้ว พร้อมจะมาสู้กับคุณ ทหารเอาของหนักมาด้วยนะ มึงจะรบก็รบกันละ ฝากไปบอกโกตี๋ด้วย ตอนนี้ประชาชนไม่มีอะไรจะสู้มึง แต่มีทหารมาแล้ว มีของหนักมา” ผมประกาศไปหลายรอบ ปรากฏว่าเสียงปืนมันเงียบหมดเลย ทหารก็เข้าไปจริงๆ ก็ไปเอาประชาชนออกมาให้
ประชาชนออกมาสิบคันรถปิกอัพ เป็นผู้หญิงส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นที่บอกว่าฝ่ายเรายิงก่อนมันไม่ใช่ ถามว่าถ้าผมจะรบ ผมจะเอาผู้หญิงไปทำไม เราต้องการที่จะไปช่วยหลวงปู่ ไปปกป้อง เป็นเกราะกำบังให้หลวงปู่เท่านั้นเอง แต่ไปยังไม่ถึงหลวงปู่ มันสาดเข้ามาเลย ในที่สุดก็ได้คนออกมาทั้งหมด ทหารเขาก็จัดรถให้พากลับออกมาได้ เหตุการณ์นี้คือสาเหตุที่ทำให้คุณสุเทพตัดสินใจว่าอยู่ต่อไปก็อันตราย และแกก็มาต่อว่าผมว่า ไหนผมบอกว่าไม่มีปืน แต่ถึงเวลาทำไมมันมีหมด ทั้งถุงปุ๋ย อะไรต่างๆ ผมก็เล่าให้ฟัง ยืนยันว่าไม่มี
ปืนใส่ถุงปุ๋ย มันปืนร้ายแรงเลย มีหลักฐาน มีอะไรหมด ผมก็เรียกคนของเรามาดูทั้งหมดเลย ปรากฏว่าไม่ใช่คนของเรา แต่เขาบอกว่าเป็นทหารไปช่วย แต่ที่มันมีรูปคนของผมอยู่ที่ผูกผ้าเขียวถือปืนสั้น อันนั้นใช่ แต่ผู้ชุมนุมไม่ได้ตั้งใจเตรียมไปสู้รบปรบมือกับใคร คุณดูปืนมันนิดเดียว จะไปสู้ปืนเอ็ม 16 ได้อย่างไร แต่มันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ พออีกฝ่ายยิงมาปุ๊บ พวกเรากระโดดลงจากรถหกล้อลงมาหมดเลย ถ้ามันตั้งใจไปสู้มันถามว่าจะนอนยิงเหรอ แต่เขากลัวตาย จะให้ทำไงละ”
สรุปว่าชายชุดดำเป็นทหาร? อิสสระ ตอบว่า “เขาบอกตอนหลังว่าเป็นทหาร มากี่คน ผมไม่รู้ แต่เข้าใจว่าหลายคน ตามที่เขาเถียงกันหลายฝ่าย เห็นว่าเป็นทหารที่มาช่วย ส่วนหนึ่งก็เป็นทหาร แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าวันนั้นหน่วยคุ้มกันของหลวงปู่ก็ไม่ธรรมดา หน่วยคุ้มกันของกองทัพธรรมก็ไม่ธรรมดา จะมีฮาร์ดคอร์ทั้งนั้น แต่สำหรับฝ่ายผม (เวทีลาดพร้าว) นั้นไม่ได้เตรียมไปสู้ เตรียมไปเฉพาะไปช่วยหลวงปู่เท่านั้นเอง ไอ้ที่ล้มลุกคลุกคลานมันก็กระโดดลงมาจากรถเเล้วหมอบทั้งนั้น
แกนนำรายนี้ บอกอีกว่า หลังจากนั้นคุณสุเทพก็เลยบอกว่า ต่อไปถ้ามันจะมายิง มันไม่ยิงแบบนี้นะ มันจะยิงปืนระเบิดเอ็ม 79 หรือว่าอาร์พีจีเลย แกบอกผมว่า แบบนี้คุณก็อันตรายนะ เพราะมันจะชี้เป้า มันรู้อยู่ว่าคุณนอนที่ไหน เพราะผมนอนเต็นท์กับผู้ชุมนุมทุกวัน แกก็บอกด้วยว่า นอกจากผมแล้วมันอาจจะไม่โดนแค่ผม มันจะไปถูกชาวบ้านตาย ถ้าชาวบ้านตายอีกคนหนึ่งจะอธิบายสังคมยาก ดังนั้นให้ออกมาซะจากลาดพร้าว ทั้งที่ชาวบ้านไม่มีใครอยากออกมา
“หลังจากย้ายมาเวทีสวนลุมฯ หลายวันก่อนพวกกลุ่มที่มาเขาจะมีการลงมติตัดสินว่าจะให้กลับไปเวทีลาดพร้าวอีก เขาอยากไปอยู่ที่นั่น เพราะมันมีความรู้สึกว่าใกล้บ้าน ใกล้สถานีหมอชิต และอีกอย่างชาวบ้านส่วนหนึ่งเขามีความรู้สึกว่า เหมือนเขาแพ้ เพราะเขากินอยู่ หลับนอน เขาลำบาก เขาสู้มาจากที่นั่น แต่พอต้องย้ายออกมาหลังเกิดเรื่อง เขามีความรู้สึกเหมือนกับว่าเขาแพ้ ไอ้ความรู้สึกตัวนี้มันยากที่จะอธิบาย แต่เขาไม่ได้เข้าใจหรืออาจไม่ได้คิดว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น มีคนตายตามมาแล้วจะเป็นอย่างไรหลังจากนี้ แต่เขาคิดเหมือนกับว่าเขาแพ้ เพราะมาอยู่ที่สวนลุมฯ ก็เหมือนกับทิ้งฐานตัวเองมา
แต่ผมก็บอกว่ายังไปไม่ได้หรอก เพราะพอเราออกมา พวกเสื้อแดงก็ไปยึดเลย เพราะที่นั่นแดงเจ้าถิ่น ช่วงที่เราอยู่ แดงหงอเลย เรากลับหมด แต่พอเรากลับไปจะเอาของเล็กๆ น้อยๆ จะโดนไล่ทุบเลย ก็บอกคนของเราไปว่าพวกมึงอย่าไปนะ ไปแล้วเจ็บ แต่ถ้าคิดว่าอยากไปอยู่กับหลวงปู่พุทธะอิสระแล้วดีกว่า ถ้าคิดว่าไปอยู่ได้ก็ไป ผมไม่ว่าหรอก แต่อย่าลืมว่าหลวงปู่พุทธะอิสระนี่หลัง 6 โมงเย็น ท่านจะพานั่งสวดมนต์เย็นนะ จะไปเหรอ (หัวเราะ)”







