
แก้น้ำแล้งแต่เนิ่นๆ
ยามนี้สถานการณ์ภัยแล้งได้ทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ หลายพื้นที่ทั่วประเทศประสบปัญหาภัยแล้งจากภาวะฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ตอนล่างของแม่น้ำยม ชาวนา จ.พิษณุโลก และในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตลอดจนชาวนา อ.หาดใหญ่ และบางกล่ำ จ.สงขลา ต่างประสบปัญหาไม่มีน้ำทำนาและเกษตรกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบทั้งภาคอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้กันแล้ว
ยามนี้สถานการณ์ภัยแล้งได้ทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ หลายพื้นที่ทั่วประเทศประสบปัญหาภัยแล้งจากภาวะฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ตอนล่างของแม่น้ำยม ชาวนา จ.พิษณุโลก และในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตลอดจนชาวนา อ.หาดใหญ่ และบางกล่ำ จ.สงขลา ต่างประสบปัญหาไม่มีน้ำทำนาและเกษตรกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบทั้งภาคอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้กันแล้ว
แม้ข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อนหลักๆ จะมีระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อาทิ เขื่อนภูมิพล ซึ่งยังมีน้ำในเขื่อน 49% และมีปริมาณน้ำที่ใช้ได้ 2,794 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ ที่มีน้ำในเขื่อน 55% และมีปริมาณน้ำที่จะใช้ 2,371 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ขณะนี้ทุกองคาพยพของภาครัฐที่ทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำอยู่ในภาวะไร้การสั่งการ
ก่อนหน้านี้ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สั่งการให้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำแบบเบ็ดเสร็จ หรือซิงเกิลคอมมานด์ ภายใต้การสั่งการโดยคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ที่มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่าในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง รัฐบาลรักษาการจดจ่อกับการแก้ปัญหาทางการเมืองเป็นหลัก
แต่ปรากฏว่า ศูนย์บริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งแบบเบ็ดเสร็จที่ถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับน้ำทั้งประเทศ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา สูญเสียการสั่งการอย่างสิ้นเชิงก็ว่าได้ การจัดการทุกด้านเป็นไปตามศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนข้อมูลดาวเทียมที่ระบุปริมาณน้ำและพยากรณ์สถานการณ์น้ำ ทั้งเป็นศูนย์บัญชาการหลักในการจัดการน้ำทั้งระบบ กลับอยู่ในภาวะสุญญากาศ และถูกปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม
แน่นอนว่ารัฐบาลรักษาการจะไม่มีอำนาจเต็มที่ในการบริหารจัดการงบประมาณและริเริ่มโครงการใหม่ได้ แต่การบริหารจัดการปัญหาน้ำแล้ง เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในทุกภาวการณ์ และไม่มีข้อจำกัดตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่กำหนดไม่ให้รัฐบาลเข้าไปจัดการแต่อย่างใด หรือสั่งการใดๆ ในการแก้ปัญหาน้ำแล้ง
ฉะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ทำหน้าที่บัญชาการรัฐบาลรักษาการ ตลอดจนผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง จะต้องระดมหน่วยงานภาครัฐต่างๆ และตัดสินใจอย่างเป็นระบบบนฐานข้อมูลที่แม่นยำ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งทั้งปัญหาภัยแล้งเฉพาะหน้าและการรับมือกับฤดูแล้งที่ในช่วงอีก 34 เดือนนับจากนี้แต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และกระทบต่อภาคธุรกิจที่เคยประสบปัญหาน้ำแล้งในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จ.ระยอง ภาคตะวันออกในปี 2548 จนทำให้การผลิตในภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนักมาแล้ว







