posttoday
"จำนำข้าว"ทุกข์ของชาวนา

"จำนำข้าว"ทุกข์ของชาวนา

09 กุมภาพันธ์ 2557

กระทรวงพาณิชย์ กลายเป็นเวทีชุมนุมของชาวนาจากหลายจังหวัดเพื่อทวงเงินค่าจำนำข้าว ซึ่งรัฐบาลติดค้างพวกเขามาแล้วหลายเดือน

กระทรวงพาณิชย์ กลายเป็นเวทีชุมนุมของชาวนาจากหลายจังหวัดเพื่อทวงเงินค่าจำนำข้าว ซึ่งรัฐบาลติดค้างพวกเขามาแล้วหลายเดือน

กว่า 2 ปีที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยดำเนินนโยบายรับจำนำข้าว ราคารับจำนำข้าวเปลือกที่รัฐบาลกำหนดไว้สูงเป็นประวัติการณ์ได้สร้างฝันการลืมตาอ้าปาก การมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่ชาวนา กระดูกสันหลังของชาติ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บ้านช่องเรือนชานหลังเก่าซอมซ่อก็แปรมาเป็นบ้านตามสมัยนิยม มอเตอร์ไซค์คันเก่าเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ หลายบ้านเป็นเจ้าของรถกระบะรวมทั้งปัจจัยการผลิตอย่างเช่น รถไถนา พวกเขากล้าก่อหนี้ที่ในอดีตไม่เคยคิดฝัน เพราะมั่นใจต่ออนาคต

แม้จะมีเสียงท้วงติงจากหลายฝ่ายถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะเป็นนโยบายที่ไม่มองความเป็นจริงของกลไกตลาด แต่รัฐบาลก็ไม่ใส่ใจรับฟัง ปัญหายิ่งสะสมบานปลายเพราะตัวเลขขาดทุนของโครงการพุ่งขึ้นหลายแสนล้านบาท รัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินให้ชาวนาได้ตามกำหนด วงจรเลวร้ายก็เกิดขึ้นและส่งผลกระทบตามมาอย่างหนักหน่วง

“ขอเพียงให้รัฐบาลเร่งจ่ายหนี้ชาวนาก็พอ ไม่เช่นนั้นชาวนาจะเดือดร้อนจากหนี้ที่ไปกู้เขามาอีกที ทั้งธนาคาร ร้านขายปุ๋ยเคมี ค่ารถเกี่ยวข้าว และต้องซื้อพันธุ์ข้าวอีกกิโลฯ ละ 23 บาท ถือว่าเดือดร้อนอย่างมาก” วงศ์วัตร เขาย้อย ชาวนาจาก จ.เพชรบุรี สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ชาวนาหลายรายต้องฆ่าตัวตายหนีปัญหาที่รุมเร้า

วงศ์วัตร บอกว่า แม้จะทำนาได้ 30 ไร่ แต่ที่นาทั้งหมดต้องเช่าจากนายทุน จ่ายค่าเช่าเป็นข้าว 20 ถังต่อ 1 ไร่ กว่า 4 เดือนที่ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว 3.5 แสนบาทนั้น เดือดร้อน อย่างหนัก แม้ว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาการจ่ายเงิน แต่ก็ใช่ว่าจะได้รับเต็มเม็ดเต็มหน่วยตันละ 1.5 หมื่นบาท เพราะต้องถูกหักค่าความชื้น ได้เงินเพียงแค่ตันละ 11.3 หมื่นบาทเท่านั้น ได้เงินมาก็ต้องนำมาลงทุนปลูกข้าวรอบต่อไป ซึ่งต้นทุนการปลูกข้าวอยู่ที่ประมาณไร่ละ 5,0006,000 บาท

“ชาวนาทุกคนก็ต้องการชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ต้องการให้ข้าวราคาดี แต่หากสุดท้ายแล้วรัฐบาลไม่มีเงินมาจ่ายค่าข้าว เพราะกำหนดราคาจำนำไว้สูงมาก ชาวนาก็ไม่อยากได้โครงการนี้เช่นกัน ชาวนาในพื้นที่เริ่มตาสว่างและเห็นข้อดีข้อเสียของการช่วยเหลือรัฐบาล หากเปลี่ยนการช่วยเหลือเป็นการให้เงินส่วนต่างจะดีกว่า เพราะยังนำเงินส่วนต่างนี้ไปใช้จ่าย และข้าวก็นำไปขายในตลาด จึงอยากให้รัฐบาลกลับไปใช้โครงการประกันรายได้จะดีกว่า”

อำนวย พุ่มมาลา ชาวนาจาก อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งวันนี้ต้องจากบ้านมาปักหลักประท้วงรัฐบาล ก็บอกว่า 4 เดือนที่รัฐบาลยังไม่จ่ายเงินให้ เขาถูกตามทวงหนี้ทั้งจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ไปกู้ยืมมาเพื่อลงทุนปลูกข้าว ไม่ว่าจะเป็นค่าพันธุ์ข้าว ค่ายาปราบศัตรูพืช รวมถึงค่ารถเกี่ยวข้าว

“ไม่อยากได้แล้วจำนำข้าว หากทำแบบครึ่งๆ กลางๆ การกำหนดราคาสูงมากทำให้ตลาดข้าวไม่เดินไปตามกลไกตลาด สุดท้ายแล้วผลกระทบก็ตกกับชาวนา”

ความหวังของ อำนวย คือการทำให้ข้าวเปลือกราคาดีเหมาะสมกับต้นทุน ไม่จำเป็นต้องให้กำไรมาก อาจจะใช้โครงการประกันรายได้เข้ามาช่วยเหลือ ไม่จำเป็นต้องราคาตันละ 1.5 หมื่นบาท เพราะต้องการความช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอ ไม่ทำลายกลไกตลาด ต้นทุนไร่ละ 4,000 บาท หากราคาข้าวเปลือกตันละ 1 หมื่นบาทก็พอใจแล้ว

ประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย กล่าวว่า ชาวนาทั้งประเทศมีอยู่ 3.7 ล้านครัวเรือน กว่า 85% ต้องเช่าที่ทำนา ช่วง 2 ปีของนโยบายนี้ ใช้งบประมาณถึง 3.5 แสนล้านบาท แต่เงินที่ชาวนาได้รับจริงแค่ 8.5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น สิ่งที่ชาวนาต้องการคือความช่วยเหลือที่พอดี เช่น กำหนดราคาให้ชัดเจน เช่น ข้าวความชื้น 25% ได้เงินตันละ 1 หมื่นบาท ถ้าได้ระดับนี้ชาวนาก็พอใจ ไม่ต้องกำหนดราคาสูงจนเกินไป

ด้านผู้ส่งออกข้าว สมเกียรติ มรรคยาธร เลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องแยกระหว่างการช่วยเหลือเกษตรกรกับกลไกตลาดให้ชัดเจน เพื่อให้อุตสาหกรรมส่งออกข้าวเดินต่อไปได้ เพราะในขณะที่ไทยเคยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ในช่วงปี 2554 มีสัดส่วนเกิน 30% ในตลาดโลก ก็ยังไม่สามารถกำหนดราคาได้ แต่ปัจจุบันสัดส่วนการส่งออกข้าวไทยลดลงเหลือ 20% สะท้อนได้ว่าไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับกลไกตลาด การแทรกแซงไม่ใช่การดำเนินการตลอดเวลาหรือถาวร แต่ควรช่วยเกษตรกรก็ต่อเมื่อราคาข้าวในตลาดตกต่ำ

ในภาวะที่ชาวนาขาดรายได้ กิจการเช่าซื้อดูเหมือนจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โกวิท รุ่งวัฒนโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง ซึ่งเน้นการเช่าซื้อรถบรรทุก เปิดเผยว่า หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ในช่วงเดือน พ.ย. 2556 ถึง ม.ค. 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 3.2% จากปกติอยู่ที่ 2% เนื่องจากเจ้าของรถบรรทุกให้เครดิตค่าเช่ารถกับชาวนาในการขนข้าวเปลือกไปจำนำ แต่เมื่อชาวนาไม่ได้เงินจึงเป็นผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้เจ้าของรถบรรทุกไม่ได้เงินมาชำระเป็นค่างวดได้ จนกลายเป็นเอ็นพีแอล

ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิชาการเรื่องข้าวระดับแถวหน้าของเมืองไทย มองภาพอนาคตของชาวนาอย่างน่ากังวล ผลพวงของราคาจำนำข้าวที่พุ่งสูงทำให้ต้นทุนการผลิตทุกอย่างพุ่งสูงตามขึ้นมาด้วย และชาวนาเองก็มีการจับจ่ายใช้สอยล่วงหน้า ทั้งการผ่อนรถยนต์ ผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า ราคาที่ปรับขึ้นไปแล้วคงไม่มีการปรับราคาลง หลังจากนี้ไม่ว่าจะดำเนินนโยบายใด หากราคาข้าวไม่ดีขึ้น ชาวนาก็ยิ่งขาดทุนและต้องแบกภาระสูงขึ้นตามไปด้วย

“กลุ่มชาวนาภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะทำนาปรังปลูกข้าวปีละ 2 ครั้ง รายได้ส่วนใหญ่มาจากการทำนา ขณะที่ชาวนาในภาคอีสานทำนาได้ปีละครั้งและมีที่ดินจำนวนไม่มาก ผลผลิตข้าวไม่มาก รายได้จากข้าวไม่เพียงพอใช้จ่ายในครัวเรือน ซึ่งชดเชยด้วยการขายแรงงาน ทำงานในเมืองหรือรับจ้างเป็นหลัก กลุ่มนี้จะไม่กระทบมากนัก เพราะมีรายได้ทางอื่นมาช่วยเสริม”

หลังจากนี้ไม่ว่านโยบายข้าวจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ก็ไม่ใช่อนาคตที่สดใสเท่าที่เคยวาดหวังไว้อีกต่อไป โดยเฉพาะความจริงอันเจ็บปวดนั่นคือ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะมีเงินมาจ่ายค่าข้าวที่ค้างชำระ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท