
สื่อดิจิตอลคาดปีนี้ขยายตัว38%
สมาคมโฆษณาดิจิตอลฯ มั่นใจปีนี้ยังโตตามเป้า 38% สวนกำลังซื้อลด ระบุเสิร์ช และโมบายมาแรง
สมาคมโฆษณาดิจิตอลฯ มั่นใจปีนี้ยังโตตามเป้า 38% สวนกำลังซื้อลด ระบุเสิร์ช และโมบายมาแรง
นายศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือดีเอเอที เปิดเผยว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิตอลปีนี้ คาดว่าจะยังโตได้ตามเป้าเดิม 38% แม้ขณะนี้สินค้าจะชะลอใช้งบผ่านสื่อโฆษณา แต่จากการที่ผู้บริโภคหันมาหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตและใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น จึงทำให้มั่นใจว่าภาพรวมโฆษณาดิจิตอลปีนี้น่าจะยังเติบโตดี
ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวเริ่มเห็นชัดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาสมาร์ทโฟนเริ่มปรับลดเหลือเครื่องละประมาณ 2,000 บาท จึงทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้สมาร์ทโฟนทำกิจกรรมในสังคมออนไลน์และหาข้อมูลต่างๆ มากขึ้น ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวทำให้เอเยนซีและเจ้าของสินค้าเห็นโอกาสในการเข้ามาโฆษณาสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวแทนที่จะตัดงบออกไป
“จากอดีตที่ผ่านมาเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง หรือปัจจัยลบต่างๆ ไม่มีเหตุการณ์ใดกระทบต่อเนื่องถึงสิ้นปี และจากพฤติกรรมผู้บริโภคสนใจสื่อดิจิตอลมากขึ้น จึงทำให้เจ้าของสินค้าและเอเยนซีไม่กล้าตัดงบโฆษณาสื่อดิจิตอล” นายศิวัตร กล่าว
ปัจจุบันช่องทางโฆษณาดิจิตอลแบ่งเป็น 8 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการโฆษณาดิจิตอล คือ ประเภทดิสเพลย์ ตามด้วยประเภทเสิร์ช ประเภทวิดีโอ ประเภทครีเอทีฟโปรดักชั่น ประเภทโซเชียลมีเดีย ประเภทเฟซบุ๊ก ประเภทมือถือ และประเภทอื่นๆ
สำหรับช่องทางโฆษณาดิจิตอลที่คาดว่าจะเติบโตมากที่สุดในปีนี้ ยังคงเป็นการโฆษณาประเภทเสิร์ช (การหาข้อมูล) ตามด้วยการโฆษณาผ่านมือถือ ซึ่งในส่วนของการโฆษณาประเภทเสิร์ชคาดว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 20.16% จากปี 2556 ที่มีสัดส่วน 18.91% ส่วนโฆษณาผ่านมือถือปีนี้คาดว่าจะเติบโต 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน
นายศิวัตร กล่าวว่า จากแนวโน้มของโฆษณาดิจิตอลที่ได้รับความสนใจจากเจ้าของสินค้าและเอเยนซี มั่นใจว่าภาพรวมสิ้นปีนี้อุตสาหกรรมโฆษณาดิจิตอล 5,863 ล้านบาท จะโตจากปี 2556 ที่ 38.03% และสัดส่วนสื่อโฆษณาดิจิตอลปีนี้จะเพิ่มจาก 3.56% เป็น 4% ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 4,248 ล้านบาท และจากการขยายตัวดังกล่าวจะส่งผลให้สัดส่วนสื่อโฆษณาดิจิตอลในปีนี้ปรับเพิ่มเป็น 4% จาก 3.56%
ขณะที่กลุ่มสินค้าที่ใช้งบผ่านสื่อโฆษณาดิจิตอลมากที่สุด คือ ธุรกิจเกี่ยวกับการสื่อสาร 718 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 504 ล้านบาท และยานยนต์ 366 ล้านบาทซึ่งการที่กลุ่มสินค้าสื่อสารออกมาใช้งบผ่านสื่อมากที่สุด เพราะสื่อดิจิตอลเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ดีที่สุด ขณะที่เครื่องสำอาง เป็นกลุ่มสินค้าที่สามารถใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อการโฆษณาได้มีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบรนด์ใหญ่หรือแบรนด์เล็ก







