
ด่านแม่สอดตรวจแล้วไม่มีข้าวพม่าสวมสิทธิ์
ตาก-นายด่านศุลกากรแม่สอด ยืนยันไม่มีการลักลอบขนข้าวสารพม่ามาสวมสิทธิ์จำนำข้าว
ตาก-นายด่านศุลกากรแม่สอด ยืนยันไม่มีการลักลอบขนข้าวสารพม่ามาสวมสิทธิ์จำนำข้าว
นายพงศ์เทพ บัวทรัพย์ นายด่านศุลกากรแม่สอด ชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด จ.ตาก ตรงข้าม ด่านศุลกากรเมียวดี ประเทศพม่า กล่าวว่า จากกรณีที่มีข่าวซึ่งรายงานว่า มีโครงการรับจำนำข้าวของไทยสร้างความร่ำรวยให้กับผู้ที่ลักลอบค้าข้าวในพม่าที่ลักลอบนำข้าสารเข้ามาขายในประเทศไทย โดยผ่านทางด่านศุลกากรแม่สอด ซึ่งได้ราคาสูงกว่า 50 กิโลกรัม ซึ่งในจ.เมียวดีขายได้ 850 บาท แต่เมื่อมาขายในชายแดน อ.แม่สอด ฝั่งไทยราคาจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,600 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลไทยที่จะช่วยเหลือชาวนา ที่เป็นฐานเสียงหลักทำให้มีการลักลอบเข้ามาทางเรือผ่าน อ.แม่สอด จ.ตาก ทุกวัน นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะการจะนำข้าวจากพม่าเข้าประเทศไทยนั้นจะมีกระบวนการตรวจสอบมากมาย รวมทั้งด้านภาษี ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ในการลักลอบนำเข้ามา เพราะต้องผ่านวิธีการหลายขั้นตอน รวมทั้งยังมีอีกหลายหน่วยงานดูแล เช่นฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดนตำรวจ ฝ่ายปกครองและ เจ้าหน้าที่สายตรวจของด่านศุลกากรแม่สอด เอง
นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า นอกจากพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนไทย-พม่า คือ แม่สอด พบพระ แม่ระมาด ท่าสองยาง และ องอุ้มผางที่ติดกับพม่า ระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร ประชาชนชาวพม่าไม่นิยมปลูกข้าว รวมทั้งไม่มีแหล่งน้ำเนื่องจากเป็นพื้นที่ภูเขา จึงหันมาปลูกมันสำปะหลัง อ้อย หรือยางพาราแทน ส่วนข้าวนั้น ปลูกเพื่อบริโภคกันเอง เป็นข้าวคุณภาพต่ำ และปีที่ผ่านมามีพ่อค้านำเข้าปลายข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ ในแบบ WTO รวม 6,310 ตัน มูลค่า 34,978,257 บาท โดยเสียภาษีศุลกากรอย่างถูกต้อง
ดังนั้นข้าวที่นำเข้ามาจากพม่า นั้นไม่ได้นำมาสวมสิทธิ์จำนำข้าวไทย เนื่องจากเป็นข้าวที่สีเป็นข้าวสารแล้ว รวมทั้งข้าวพม่า ที่เห็นนำเข้าตามแนวชายแดนนั้น จะเป็นข้าวเมล็ดสั้น ที่ส่วนใหญ่จะนำมาทำเป็นแป้งขนมจีน และแป้งข้าวเจ้าเท่านั้น เป็นข้าวที่มีคุณภาพสู้ข้าวไทยไม่ได้เลย และไม่เป็นที่นิยม ตรวจสอบคุณภาพที่แตกต่างจากข้าวไทยได้ง่ายๆ.







