
จุดจบประชานิยม
ทั่วโลกมีตัวอย่างให้เห็นมากมายถึงการใช้นโยบายประชานิยม (Populism) ในที่สุดก็นำมาซึ่งหายนะทั้งสิ้นครับ ถ้าหากผู้นำนโยบายนี้มาใช้แบบไม่รัดกุม และมองว่าเป็นการใช้เพื่อแย่งชิงความได้เปรียบทางการเมืองเท่านั้น
ทั่วโลกมีตัวอย่างให้เห็นมากมายถึงการใช้นโยบายประชานิยม (Populism) ในที่สุดก็นำมาซึ่งหายนะทั้งสิ้นครับ ถ้าหากผู้นำนโยบายนี้มาใช้แบบไม่รัดกุม และมองว่าเป็นการใช้เพื่อแย่งชิงความได้เปรียบทางการเมืองเท่านั้น
ประชานิยมที่เลวร้ายที่สุดที่เห็นตัวอย่างกันชัดๆ ก็ไม่ต้องมองไกล ที่ประเทศกรีซนี่แหละครับ ที่ประชานิยมทำเอาประเทศถึงกับล้มละลาย หมดสิ้นประดาตัว ต้องยอมสูญเสียเอกราชทางการเงินให้กับต่างชาติที่เข้ามาช่วย
เกิดอะไรขึ้นกับกรีซ ว่ากันง่ายๆ ก็คือ การเมืองกรีซตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมานั้น เป็นการหมุนเวียนกันขึ้นมาสู่อำนาจของพรรคการเมืองใหญ่สองพรรค คือ พรรคสังคมนิยมปาซก และพรรคฝ่ายซ้ายไซรีซา
การแย่งชิงอำนาจของทั้งสองพรรคดังกล่าวนั้นดำเนินไปด้วยการแข่งกันใช้นโยบายประชานิยม โดยนโยบายสุดฮิตที่สุดก็คือ การเพิ่มจำนวนข้าราชการ
เพราะการเข้าเป็นข้าราชการนั้น ย่อมทำให้ประชาชนได้รับสวัสดิการดีเยี่ยมเทียบเท่ามาตรฐานสหภาพยุโรป ใครๆ ในกรีซก็อยากจะเป็นข้าราชการกันทั้งนั้นครับ
ดังนั้น กรีซจึงมีจำนวนข้าราชการและลูกจ้างรัฐในปริมาณมหาศาล ซึ่งนั่นนำมาซึ่งภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐ ที่รัฐต้องกู้หนี้ยืมสิน สุดท้ายรัฐบาลกรีซมีระดับหนี้สูงมากกว่า 200% ของจีดีพี จนกลายมาเป็นวิกฤตหนี้กรีซเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมานี้ และยังดึงให้กลุ่มยูโรโซนตกอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจที่ในวันนี้ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก
นั่นคือปัญหาของนโยบายประชานิยมในรูปแบบของรัฐสวัสดิการ วิกฤตเศรษฐกิจของยูโรโซนในช่วงที่ผ่านมานั้น จึงเห็นได้ว่ารัฐบาลในหลายประเทศเริ่มตัดลดสวัสดิการของภาครัฐลง ไม่ว่าจะเป็นการตัดลดจำนวนข้าราชการ รวมไปถึงการย่นระยะเวลาการเกษียณอายุงานให้เร็วขึ้น เป็นต้นครับ
โชคยังดีที่กรีซยอมทำการปฏิรูปตามคำสั่งของกลุ่มยูโรโซน ที่ทำให้กรีซสามารถประคองตัวเอาตัวรอดมาจากวิกฤตเศรษฐกิจมาได้ และถือเป็นบทเรียนสำคัญของโลกที่จะต้องมองเป็นตัวอย่าง ว่าประชานิยมและการใช้จ่ายเกินตัวของภาครัฐนั้น สุดท้ายก็รังแต่จะทำให้ประเทศพังเท่านั้น
และในวันนี้ ดูเหมือนว่าประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นบทเรียนให้โลกได้เรียนรู้ถึงนโยบายประชานิยมที่กำลังจะทำให้ประเทศเสียหายอย่างที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นนโยบายรถคันแรก บ้านหลังแรก โดยเฉพาะนโยบายโครงการรับจำนำข้าว ที่ทำให้รัฐต้องพบกับความสูญเสียนับแสนๆ ล้านบาท และการกู้มาโปะหนี้เหล่านี้ก็ไม่ใช่ทางออก หนำซ้ำยังจะทำให้รัฐบาลต้องประสบกับปัญหางบดุลในระยะยาว เสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินของภาครัฐในระยะยาวอีกด้วยครับ
ถือเป็นบทเรียนที่ประชาชนไทยต้องจดจำเอาไว้ และเป็นความผิดพลาดที่รัฐบาลต้องยอมรับและรับผิดชอบครับ







