
เคลื่อนขบวนช่วยชาวนา
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปรับแนวทางการเคลื่อนไหวมวลมหาประชาชนโดยประกาศนัดหมายมวลชนพร้อมกันเพื่อเดินขบวนรับบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนาโดยตั้งเป้าให้ได้เงินถึง 10 ล้านบาท
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปรับแนวทางการเคลื่อนไหวมวลมหาประชาชนโดยประกาศนัดหมายมวลชนพร้อมกันเพื่อเดินขบวนรับบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนาโดยตั้งเป้าให้ได้เงินถึง 10 ล้านบาท
19.55 น. สุเทพ ปราศรัยเวทีแยกปทุมวัน ว่า ชาวนาได้ออกมาเรียกร้องทวงเงินจำนำข้าวจึงเห็นใจชาวนา ค่าข้าวไม่ได้ รัฐบาลเบี้ยวไม่จ่าย ชาวนาทุกคนลุกขึ้นต่อสู้ ค่ารถยังไม่มี จึงตัดสินใจว่าวันพรุ่งนี้เดินขบวนใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
“เที่ยวนี้ประกาศให้ชัด เราเดินขบวนไล่ยิ่งลักษณ์ รณรงค์ปฏิรูปประเทศไทย ถ้าพี่น้องสองข้างทางมีใจให้เงินเรา บอกเลยว่า เราจะนำเงินทั้งหมดระดมทุนช่วยชาวนาเป็นทุนในการติดตามหนี้ จะไปเดินสองหนวันศุกร์และวันจันทร์ ตั้งใจว่าจะได้เงินสักสิบล้านบาทเป็นทุนต่อสู้ให้ชาวนาทวงหนี้รัฐบาล ทั้งนี้ จะเริ่มเดินใต้สะพานสาทร ออกเดินเวลา 09.30 น. และจบลงที่สวนลุมฯ” สุเทพ กล่าว
สุเทพ กล่าวว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการ ศรส. ประกาศจะสั่งสอบกลุ่มนักธุรกิจบริษัทขายเป็ดขายไก่และให้หยุดการช่วยเหลือ กปปส.นั้น จะสอบภาษีย้อนหลังขู่อายัดบัญชีเงินตนเองและบริษัทเพื่อให้เกิดปัญหาติดขัดทำธุรกิจต่อไปไม่ได้ ขอบอกไปเลยไม่ต้องกลัวคำสั่ง ศรส. ขอให้กลุ่มธุรกิจที่ ศรส.อ้างขึ้นมาบริจาคสนับสนุนอย่างเปิดเผยบนเวทีเลยจะได้รู้กันไปเลย
“คนที่เป็นนายทุนของผมคือ ประชาชนที่นำกระปุกออมสินมาบริจาคสิบบาท ยี่สิบบาท เราจะเอาคนเหล่านี้เป็นพยานไปสู้คดีกับ ร.ต.อ.เฉลิม ถึงศาลเลย ทุกท่านที่ถูกสอบไม่ต้องกลัวจะถูกตัดท่อน้ำเลี้ยงที่พูดไม่ได้ยโส แต่ว่าสู้ได้จนถึงเดือน เม.ย.ปีหน้า” สุเทพ กล่าว
สุเทพ กล่าวถึงกรณี สาธิต ไม่เคยรู้ว่าเป็นคนต่างด้าว หลงรักสาธิตตั้งแต่ขึ้นเวทีที่สามเสน เพราะได้แสดงออกซึ่งความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้อย่างไพเราะ แม้จะถูกคำสั่งให้เนรเทศก็ขอให้สาธิตไม่ต้องกลัวคำสั่งลุแก่อำนาจ เพราะเมื่อถึงวันที่มวลมหาประชาชนประสบชัยชนะจะยกเลิกคำสั่งเนรเทศและให้สาธิตอยู่เมืองไทยไปตลอดชีวิต
ขณะที่ความคืบหน้าจัดทำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ ล่าสุด เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. เปิดเผยว่า วันที่ 8 ก.พ. จะเชิญกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ร่วมเสนอแนะแนวทางการปฏิรูปเพื่อนำไปรวบรวมและทำเป็นข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาปรับปรุงสำหรับการปฏิรูปประเทศไทยที่ห้องประชุมภายในหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน
วันเดียวกัน สุรพล ธรรมร่มดี ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประกันคุณภาพ สถาบันอาศรมศิลป์ พร้อมด้วยคณะทำงานศึกษาผลสำรวจแต่ละเวที เช่น อโศก ปทุมวัน ราชประสงค์ สวนลุมพินีสีลม อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ลาดพร้าว และศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ถึงแนวทางการจัดตั้ง “สภาประชาชนที่หลากหลายร่วมลงขันความคิดปฏิรูปประเทศไทย”
สุรพล แถลงว่า จากการลงสำรวจเริ่มตั้งแต่มีการชัตดาวน์กรุงเทพพบว่า เป็นความคิดผสมผสานและถือเป็นพลังสำคัญในการต่อสู้ครั้งนี้ ซึ่งความทุกข์ร้อนที่ประชาชนเห็นตรงกันคือ 1.ค่าครองชีพ 2.ปัญหาคอร์รัปชั่น และ 3.การศึกษา พร้อมทั้งเสนอให้มีการปฏิรูปเป็นอันดับแรกคือ 1.แก้การผูกขาดใช้อำนาจไม่เป็นธรรมของรัฐบาล 31.31%
2.คอร์รัปชั่น 21.27% 3.นักการเมืองขาดคุณภาพ 13.85% 4.การศึกษา 10.37% 5.กฎหมายไม่เป็นธรรม 6.77% 6.ค่าครองชีพ 5.06% และ 7.อื่นๆ 11.37% นอกจากนี้ ประชาชนต้องการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศด้วยการเลือกตัวแทนเพื่อจัดตั้งสภาประชาชน 45.13% จัดประชุมกลุ่มปฏิรูปในระดับพื้นที่ 32.27% และจัดกลุ่มพูดคุยตามความสนใจ 21.69%
นอกจากนี้ ประชาชนยังเสนอชื่อบุคคลที่ควรเป็นตัวแทนเข้าร่วมปฏิรูป เช่น อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส แม้แนวทาง กปปส.ต้องการต่อสู้ให้ได้รับชัยชนะก่อนแล้วจึงตั้งสภาประชาชน แต่ทางกลุ่มมีแนวคิดสวนทางกลับ กปปส. คือ อยากให้ทำควบคู่กันไป เพราะถ้าทำได้ตอนนี้เท่ากับจะ เป็นศูนย์รวมจิตใจทุกคนในการปฏิรูป และเป็นอำนาจใหม่ในการตั้งรัฐบาลประชาชน ซึ่งจะนำแนวคิดดังกล่าว แลกเปลี่ยนกับทางแกนนำ กปปส.







