
สาธิตเปิดใจเวทีปทุมวันมวลชนน้ำตาคลอ
สาธิต เซกัล เปิดใจบนเวทีแยกปทุมวัน มวลชนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ กลุ่มราชนิกูลขึ้นเวทีมอบดอกไม้ให้กำลังใจ
สาธิต เซกัล เปิดใจบนเวทีแยกปทุมวัน มวลชนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ กลุ่มราชนิกูลขึ้นเวทีมอบดอกไม้ให้กำลังใจ
ภายหลังศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย(ศรส.) ที่มี ร..ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น ผอ.ศรส. ได้ออกคำสั่งเนรเทศ สาธิต เซกัล ประธานหอการค้าไทย- อินเดีย เกิดแรงกระเพื่อมต่อสังคมอย่างใหญ่หลวง โดยมีกลุ่มองค์กรภาคประชาชนย่านสีลม กลุ่มศิลปิน ออกมาให้กำลังใจ ขณะที่ผู้ชุมนุมน้ำตาคลอตะโกนลั่นแยกปทุมวันไม่ยอมให้มีการเนรเทศคนอินเดียหัวใจไทยที่ปกป้องเทิดทูนสถาบัน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.50 น. เมื่อนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ได้เชิญ นายสาธิต เซกัล ขึ้นเวทีแยกปทุมวัน โดยสาธิตได้เปิดใจเล่าถึงชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก ใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยไปร่ำเรียนที่อินเดียก็กลับมาหางานทำที่เมืองไทย โดยที่พ่อแม่ได้สั่งสอนตลอดเมื่ออยู่เมืองไทยอย่าเนรคุณแผ่นดินนี้
“พ่อแม่สั่งสอนเราอาศัยแผ่นดินไทย อย่าเนรคุณ อย่าลืมบุญคุณที่อาศัยอยู่ ผมเริ่มคิด เราจะทำอย่างไรที่จะตอบแทนในหลวง ตั้งแต่อายุ 22 ปี ผมทำงานเทิดทูนปกป้องพระมหากษัตริย์ โดยตลอด”นายสาธิต กล่าว
นายเจิมศักดิ์ตั้งคำถามว่าทำไมเข้ามาร่วมชุมนุมที่สามเสน นายสาธิต กล่าวว่า ปกติการชุมนุม มีงานที่ไหนผมจะไปเอาพระบรมฉายาลักษณ์ เอาริบบิ้นไปแจกเป็นกิจกรรมประจำของผมอยู่แล้ว
ทำไมอยากแสดงออกอยากร่วมชุมนุม นายสาธิต กล่าวว่า วันที่เดินทางไปสามเสนไม่ได้ตั้งใจขึ้นเวที ไม่รู้ว่าจะได้รับเชิญขึ้นเวที ไปด้วยจิตสำนึกว่าจะเอาธงชาติ นำพระบรมฉายาลักษณ์ ไปแจกผู้ชุมนุม เป็นเรื่องบังเอิญ เมื่อคุณปอง ประกาศบนเวที มีผู้ใหญ่คนหนึ่ง เอาพระบรมฉายาลักษณ์ เอาธงไปแจก ไม่รู้คนนี้เป็นใคร บังเอิญผมยืนแจกอยู่ห่างเวที 20 เมตร มีผู้ชุมนุมชี้มาที่ผมและเรียกผมขึ้นเวที
ถามว่า หลังจากร่วมเวที ที่สามเสน ความผูกพันพี่น้องผู้ชุมนุม สาธิต กล่าวว่า พอขึ้นเวที ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงมาก มีคนมาทักทาย มาถ่ายรูปขอกอด แล้วพูดกับผมว่า ขอบคุณที่รักในหลวง ขอขอบคุณที่รักประเทศไทย
ทันใดนั้นนายสาธิตกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือร้องไห้ โดยที่ผู้ชุมนุมก็อดกลั้นน้ำตาไม่อยู่เช่นกัน "อาจารย์ครับผมตอบท่านทั้งหลาย คนที่ควรจะขอบคุณตัวผม ควรขอบคุณพ่อแม่พี่น้องที่อนุญาตให้ผมมาอาศัยแผ่นนี้อยู่"
ถามว่า ถ้าออกจากประเทศไทยจริงๆ คุณสาธิต จะไปไหน นายสาธิต กล่าวท่ามกลางเสียงตะโกนจากผู้ชุมนุม"อย่ายอมมัน" ว่าผมอยู่แผ่นดินนี้ มา 50 ปี ทำความดีมาตลอดไม่เคยทำผิดกฎหมาย สิ่งที่ผมอยากถาม ว่าผมผิดตรงไหน ผิดอะไร ที่จะเนรเทศผม ไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วผมมีคำถามอีก การขึ้นเวทีเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การขึ้นเวทีให้พ่อแม่พี่น้องคนไทยภูมิใจที่เกิดเป็นไทย เป็นสิ่งที่ผิดหรือ
“ผมเคยพูดแล้ว และขอย้ำ ถิ่นกำเนิดผมอยู่ประเทศอินเดีย ประเทศอินเดียในอดีตมีกษัตริย์เป็นร้อยๆองค์ ผมรู้จักกษัตริย์อีกหลายประเทศ สามารถยืนยันได้เลยในโลกนี้ในปัจจุบัน ไม่มีกษัตริย์องค์ไหนดีเท่าพ่อหลวงของเรา แล้ว ผมอยากฝากบอกพ่อแม่พี่น้องของผม ที่ทุกวันที่พ่อแม่พี่น้องชาวไทยไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของฝรั่ง เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ประเทศข้างเคียง ลาว เขมร เวียดนาม พม่า อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ล้วนเป็นเมืองขึ้น มีแต่ประเทศไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของตะวันตก”นายสาธิต กล่าว ท่ามกลางเสียงนกหวีดดังลั่นแยกปทุมวัน
ถามว่า ศรส.ออกคำสั่งให้ตรวจคนเข้าเมืองเนรเทศ ถามจริงๆถ้าถอยหลังกลับไป คุณจะเข้าร่วมชุมนุมกับประชาชน ตั้งแต่ตุลาคม 56 ไหม นายสาธิต กล่าวว่า ผมมีโอกาสขึ้นเวทีไหนผมก็จะขึ้น ไม่มีอำนาจใดในประเทศไทยหรือในโลกนี้จะปิดปากผมไม่ให้เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมพูดมาตลอด ประเทศไทย เป็นประเทศที่น่ารักที่สุดในโลก ไม่เคยเปลี่ยนความคิด ผมเดินทางมาทั่วโลก เดินทางมา 50 ประเทศ สามารรถยืนยันได้ว่าไม่มีประชากรใดอยู่เย็นเป็นสุขเท่าประชากรไทย
ถามว่า เขาจับคุณเนรเทศจะไปอยู่ที่ไหน นายสาธิต กล่าวว่า ผมเชื่อว่าพระสยามเทวาธิราช จะปกป้องผม ผมเชื่อว่าความดีที่ผมทำมา 40 กว่าปีจะปกป้องผมไม่ให้เนรเทศ
ถามว่า ประกาศศรส. ออกไปที่สาธารณะ คนไม่รู้จักสาธิต คงบอกว่า แขกคนนี้แย่มาก จึงมีคำสั่งเนรเทศ นายสาธิต กล่าวว่า “หากผมจะโดนเนรเทศ ผมเสียดายประเทศไทยจะเสียโอกาสด้านการค้า ผมมีส่วนในการเพิ่มยอดการค้าระหว่างอินเดียกับประเทศไทย ผมมีส่วนชักชวนนักลงทุนอินเดียมาสู่ประเทศไทย มีส่วนนำอัครมหาเศรษฐีอินเดียมาแต่งงานในประเทศไทย
ถามว่า งานอัครมหาเศรษฐีมาแต่งงานเขาจัดกี่วัน นายสาธิต กล่าวว่า ปัจจุบันมีอยู่ร้อยกว่าเจ้าเดินทางมาจัดงานในประทศไทย เจ็ดวันเจ็ดคืน ใช้เงินมหาศาล เหมาเครื่องบิน แต่ละราย ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ส่วนแขกรับเชิญ ไปช็อปปิ้งช่วยเศรษฐกิจ ประเทศไทย ผมเสียดายที่จะต้องเสียโอกาสนี้
ถามว่า การที่ศรส.ทำอย่างนี้ จะเรียกให้แขกตัวจริงออกมาต่อสู้มากขึ้นไหม นายสาธิต กล่าวว่า ไม่อยากให้มองเป็นการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลกับคนไทยเชื้อชาติอินเดีย แต่ผมรู้ว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการจัดประกวดนางสาวอินเดียในประเทศไทย วันที่ 13 เดือนนี้ แต่พอได้ข่าวว่าผมจะโดนเนรเทศ ผู้จัดก็บอกว่าจะไม่จัดในประเทศไทยอีกแล้ว เสียดายโอกาสครับ หากมีการจัดประกวดนางสาวอินเดียในประเทศไทย สื่อจะมีการกระจายไปทั่วโลก จะเป็นการประชาสัมพันธ์ทั่วโลกให้รู้จัก
จากนั้นมีประชาชนจากหลายองค์กรขึ้นเวทีมอบดอกไม้ให้กำลังใจนายสาธิต อาทิราชนิกูล 21 ตระกูล กลุ่มศิลปินแห่งชาติ คณาจารย์ จากสถาปัตยกรรมจุฬา ชมรมนักธุรกิจสีลม พร้อมกันนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้เข้าสวมกอดนายสาธิต ท่ามกลางบรรยากาศตื้นตันใจ







