posttoday
จากใจ"ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี"วันนี้อยู่บ้านไม่ได้แล้ว

จากใจ"ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี"วันนี้อยู่บ้านไม่ได้แล้ว

06 กุมภาพันธ์ 2557

เปิดใจ "ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี"จิตรกรเจ้าของภาพ"น้ำตาไทย"ที่ถูกประมูลไปด้วยราคา 1.8 ล้านเพื่อนำเงินสมทบการชุมนุมกปปส.

โดย...อินทรชัย พานิชกุล

ในแวดวงศิลปะไทยร่วมสมัย ชื่อของ "ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี" เลื่องลือในฐานะจิตรกรวาดภาพพรอเทรตฝีมือเยี่ยมไม่เป็นสองรองใคร

จากศิลปินผู้มีโลกส่วนตัวสูงลิบ ชอบเก็บตัวทำงานเงียบๆอยู่ที่บ้าน วันนี้ศักดิ์วุฒิเดินนำผองเพื่อนศิลปินชื่อดังมาร่วมจารึกประวัติศาสตร์การต่อสู้บนท้องถนน ด้วยการนำเอาศิลปะมาใช้สร้างสีสันคึกคัก มีชีวิตชีวาแก่มวลมหาประชาชน

ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี จิตรกรอิสระวัย 51 เกิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี จบการศึกษาจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาบอกว่าตัวเองเป็นพวกการเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่ศิลปะ

"ผมเป็นคนปักษ์ใต้ก็จริง แต่ไม่ใช่คอการเมือง ติดตามรับฟังได้ แต่ไม่อินถึงขั้นไปเดินขบวนประท้วงกับเขา เพราะรู้สึกว่านักการเมืองมันก็เลวเหมือนๆกันหมด เลยก้มหน้าก้มตาทำงานศิลปะอย่างเดียวดีกว่า"

จากที่เคยวาดรูปอยู่ในโลกส่วนตัวอันเงียบสงบ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ศักดิ์วุฒิเริ่มมาเงี่ยหูฟังข่าวสารบ้านเมืองอย่างจริงจังเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุคที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทยได้เข้ามีอำนาจในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ก่อนจะทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีเหตุการณ์แตกแยกแบ่งสีจนบ้านเมืองเข้าสู่วิกฤติ ถึงขั้นเกิดขบวนการล้มเจ้าที่เขาบอกว่าจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้โดยเด็ดขาด

"แรกๆตอนที่ทักษิณได้เป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ ผมปลื้มมาก เขากำลังสดเลย เป็นคลื่นลูกใหม่ ฉลาด ทันสมัย ถึงลูกถึงคน แตกต่างจากนักการเมืองยุคก่อน แต่พอเวลาผ่านไป ทักษิณมีอำนาจล้นฟ้า ได้เห็นการโกงกินอย่างน่าทุเรศ ปัญหาคอร์รัปชันต่างๆที่ไม่มีใครจัดการได้ พฤติกรรมเล่นพวกเล่นพ้อง การกลั่นแกล้งศัตรูอย่างน่าเกลียด เห็นแล้วรู้สึกว่ามันผิด มันไม่ใช่แล้ว

ยิ่งมีเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง คนที่ไม่มีความรู้ความสามารถในการบริหารบ้านเมืองจู่ๆก็โผล่มาโดยใช้เวลาเพียงสี่สิบกว่าวันก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนชั่วๆขึ้นเวทีโกหก สร้างวาทกรรมอะไรต่อมิอะไรต่างๆ เช่น คำพูดที่ว่าคนกรุงเทพดูถูกคนต่างจังหวัด มันมีที่ไหนวะคนกรุงเทพ ไม่มีหรอก มีแต่คนต่างจังหวัดที่อยู่นาน ไม่มีหรอกอำมาตย์ไพร่ ถ้ามีจริง ผมอยู่เกาะโตในหมู่บ้านชาวเลคงไม่มีวันนี้ได้

มันเป็นเรื่องโฆษณาชวนเชื่อ ยุยงให้คนเกลียดชังกัน ทำลายกัน ถึงขั้นฆ่ากันตาย เพียงแค่จะเอาชนะกันทางการเมือง โดยที่ไม่มีใครทำอะไรคนที่ไม่เคารพกฎหมายพวกนี้ได้ ไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่คนจนต่อสู้เพื่อมหาเศรษฐี เป็นคอมมิวนิสต์ที่รับใช้นายทุน คิดล้มเจ้าแต่เสือกจะเอานายทุนขึ้นมาแทน มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองเรา ทั้งหมดนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าจะอยู่เฉยไม่ได้อีก"

จากใจ"ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี"วันนี้อยู่บ้านไม่ได้แล้ว

เขาตัดสินใจออกมาร่วมต่อสู้กับมวลมหาประชาชนบนท้องถนนอย่างเต็มใจและเปิดเผย แถมไม่ได้มาคนเดียวมือเปล่า แต่ชวนพี่น้องผองเพื่อนศิลปินอย่างจิตต์สิงห์ สมบุญ กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ ชลิต นาคพะวัน อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ และอีกมากมายหลายสิบชีวิต มาระบายแต่งแต้มสีสันลงบนพื้นถนน ผืนผ้าใบ จนถึงบนเสื้อยืดที่วางจำหน่ายเพื่อนำเงินไปสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มกปปส.

"วันแรกที่มาร่วมชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์ มีคนร้อยกว่าคนได้มั้งนั่งๆนอนๆกันใต้สะพานกัน หงอยเหงามาก ก็รู้สึกว่าแบบนี้มันจะไปสู้กับเขาได้ไงวะ เลยชักชวนอาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ คุณเบญญา นันทขว้าง บอกว่าเรามาทำอะไรสักอย่างให้มันคึกคักหน่อย ก็เลยเอานักศึกษา เอาพรรคพวกมาช่วยกันเขียนภาพ เขียนโปสเตอร์สร้างสีสันให้ม็อบมีชีวิตชีวา ทุกอย่างมันเริ่มจากตรงนั้น โดยไม่มีวี่แววเลยว่าจะขยายเป็นวงใหญ่มายังเวทีอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ปทุมวัน ราชประสงค์ อโศก จนถึงชิดลมเหมือนทุกวันนี้"

การเปิดหน้าแสดงบทบาททางการเมืองครั้งนี้ ศักดิ์วุฒิยืนยันว่าไม่มีอะไรจะเสีย เพราะเขาเป็นจิตรกรอิสระ แตกต่างจากเพื่อนศิลปิน ดารา คนทำงานศิลปะรายอื่นๆที่มีสังกัด มีค่าย ภายใต้ข้อบังคับต่างๆมากมาย

"ถึงได้เห็นใจน้องแตงโมว่าน้องเค้าโคตรเจ๋งเลยว่ะ เด็ก อนาคตยังไกล แต่กล้าเปิดหน้าสู้เลย ตอนนั้นมันไม่ได้มีวี่แววจะชนะเหมือนตอนนี้ด้วยซ้ำ คนอื่นๆก็เหมือนกันที่กล้าออกมาโดยไม่สนว่าจะโดนขู่แบล็คลิสต์ บอยคอต

ผมไม่ได้เป็นตัวจี๊ด ไม่ได้เป็นคนสำคัญ เป็นพวกเก่งแต่ในบ้าน แต่ถ้าให้ขึ้นเวทีผมพูดไม่ออกหรอก ถึงได้ชื่นชมคนที่ปราศรัยบนเวทีว่าพวกเขากล้าหาญมาก"

ถามว่าเชื่อมั่นแค่ไหนในตัวกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ นักการเมืองผู้เคยมีประวัติอันโชกโชนและอื้อฉาวในการทำหน้าที่ผู้นำมวลมหาประชาชนในการต่อสู้เพื่อปฏิรูปประเทศครั้งนี้

"คนที่สุภาพเรียบร้อย ภาพลักษณ์ขาวสะอาดคงทำไม่ได้ แต่คนใจนักเลง คนเด็ดขาดอย่างกำนันสุเทพทำได้ ผมเชื่อว่าคนบางประเภท เหมาะกับงานบางอย่าง คนที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำคนมหาศาลเหมือนนักรบนายกองที่นำคนเป็นแสนเป็นล้าน มันต้องมีดาร์กไซด์ ต้องมีด้านมืด ต้องมีพลังในตัวที่จะเอาคนอยู่ ถึงขนาดปิดเมือง ปิดถนน ปิดสถานที่ราชการ เพื่อกดดันรัฐบาล พลังแห่งความดีงามบริสุทธิ์จากคนดีๆทำไม่ได้หรอก

กับพรรคประชาธิปัตย์เองก็ตาม คนปักษ์ใต้หลายพื้นที่เองก็ไม่ได้ชอบสส.ประชาธิปัตย์มากนัก เพราะที่ผ่านมาพอประชาธิปัตย์รู้ว่าส่งคนลงสมัครสส.แล้วได้แน่ ก็ส่งพวกพ้อง พี่น้องลูกหลานลงไป คนเหล่านี้มันไม่ได้ทำงาน เขาไม่ยอมหรอกถ้าประชาธิปัตย์จะเล่นมุกเก่า ส่งใครก็ได้ลงสมัครสส. อบจ. อบต. ชาวบ้านเขาเลยรู้กันว่าวันข้างหน้าขืนประชาธิปัตย์ยังทำแบบนี้อีก ถ้าประชาชนไม่เอา สักวันหนึ่งระบบเดิมๆก็ต้องจบ

ผมอยากให้คุณเขียนไปเลยว่าถ้าการปฏิรูปครั้งนี้สำเร็จ ไอ้ระบบการส่งไม้ทางการเมืองผ่านพันธุกรรม ด้วยการเอาพี่น้อง เอาลูกเอาหลานมาแทนต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก ระบบสืบทอดอำนาจแบบนี้มันต้องหมดไป"

ศักดิ์วุฒิประกาศชัดเจนว่ารักในหลวง

"ผมเป็นคนหัวโบราณ ผมรักเจ้า เทิดทูนสถาบันกษัตริย์ สมัยเด็กๆสมเด็จย่าไปแจกของที่เกาะแต มันไกลและไม่ใช่เรื่องสร้างภาพอะไร เราบันทึกไว้ในใจตั้งแต่ตอนนั้น  โตขึ้นมาเป็นศิลปินก็วาดรูปในหลวงมาตลอดชีวิต  

ผมไม่เห็นว่าระบบกษัตริย์จะมาวุ่นวายอะไรกับชีวิตเรา ไม่แน่ใจว่ามันเป็นสูตรตายตัวรึเปล่า ที่พวกเด็กสมัยใหม่ หรือลิเบอร์รัลอะไรนั่น ใครอยากหัวก้าวหน้าก็เริ่มที่ต้องเกลียดเจ้า ต้องเกลียดระบบกษัตริย์ ผมแอนตี้ตั้งแต่นิติราษฎ์ล่ารายชื่อแก้กฏหมายมาตรา 112 การเอาของฝรั่งมาจับกับบ้านเรา โดยไม่ได้ดูถึงหลักความจริงว่ามันคนละเรื่อง ยกอย่างเช่นเสื้อผ้าเราเอาของฝรั่งมาใส่ มันก็แขนขายาว ก็ต้องปรับ บ้านเรามันมีปัญหาเพราะบางคนมันบ้าตัวหนังสือที่อ่าน แล้วนำเอามาใช้แบบส่งๆ"

ทุกวันนี้ศักดิ์วุฒิเสพข่าวสารการเมืองอย่างสม่ำเสมอ ติดตามบลูสกาย ดูฟรีทีวี อ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสารข่าวที่นำเสนอข่าวทั้งสองด้าน ไม่เล่นเฟซบุ๊ก ไม่เล่นไลน์ เขาบอกว่าโชคดีมากที่เพื่อนทุกคนที่คบหาทุกวันนี้คิดและเชื่อไปในทางเดียวกันหมด

"ตอนนี้ผมไม่สามารถทำงานศิลปะได้เลย เพราะจิตมันไม่นิ่ง มันฟุ้ง ไม่มีสมาธิทำงาน ภาพที่วาดค้างไว้เยอะแยะเต็มบ้าน บางชิ้นตั้งอยู่บนเฟรมนานมากจนคนจ้างโกรธก็มี ทุกคนบอกอย่าไปเครียด อย่าไปจริงจัง ยึดติด พูดง่ายแต่ทำไม่ได้ มันมีเรื่องให้คิดทุกวัน

"ผมเป็นคนโลกส่วนตัวสูง เลือกบ้านอยู่ไกลก็เพื่อหนีออกมาจากผู้คน นี่ก็เพิ่งทำบ้านใหม่เสร็จ พอบ้านสวยก็ไม่อยากออกจากบ้าน แต่วันนี้อยู่บ้านไม่ได้แล้ว อายตัวเองยิ่งไปเห็นคนแก่ๆมาจากต่างจังหวัดนอนกันเป็นวันๆกลางถนน ยิ่งนับถือ เราต้องออกไปบ้างแล้ว  

วันที่ผมตัดสินใจว่าจะช่วยอย่างเต็มที่คือตอนไปสกายไฮ ราชดำเนิน เห็นคนนอนเต็มถนน รู้สึกว่าเขามาด้วยใจจริงๆ ใครจะจ้างมาวะ ไม่มีหรอก เขามาต่อสู้ในสิ่งที่คิดว่ามันถูกต้อง การที่คนเป็นล้านออกมาเดินขบวนต่อสู้ทางการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เหตุการณ์แบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก มาขนาดนี้แล้วยังจะแพ้อีก ผมว่าจบเลย เราถึงต้องชนะสถานเดียวเท่านั้น"

จากใจ"ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี"วันนี้อยู่บ้านไม่ได้แล้ว ภาพวาด"น้ำตาไทย"ที่ถูกประมูลไปในราคา 1.8 ล้านบาท

ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา มีกิจกรรมการประมูลภาพวาดของเหล่าศิลปินชื่อดังที่เวทีอโศก ผลงานภาพวาดสีอะคริลิกขนาด 70x90 ซ.ม.ของศักดิ์วุฒิ วิเศษมณีที่ชื่อ 'น้ำตาไทย'เผยให้เห็นภาพหญิงสาวร่ำไห้จนน้ำตาไหลออกมาเป็นธงชาติไทย สื่อถึงความโศกเศร้าของประเทศชาติที่กำลังบอบช้ำ ถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 1.8 ล้านบาท เงินทั้งหมดถูกนำไปช่วยเหลือการชุมนุมของกปปส.

"คนเงียบๆที่อยู่ติดบ้าน ไม่มาม็อบเพราะไม่อยากเจอคนเยอะๆ แต่มีสำนึกรักแผ่นดิน พร้อมที่จะช่วยค่าใช้จ่ายแก่มวลชนเพื่อสู้กับความไม่ถูกต้อง ผมว่าคนเหล่านี้ยังมีอีกเยอะมาก

งานชิ้นนี้ถูกประมูลได้จากคนใจบุญ เขาชื่นชอบงานของผมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ราคา 1.8 ล้านบาท ผมดีใจที่งานเรามีค่าขนาดนั้น และเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ประมูลได้ก็จะนำไปไปช่วยม็อบ นี่คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่ามูลค่าของภาพ มันคือความสุขแบบวิน-วินระหว่างคนที่ขายภาพได้และคนที่ประมูลภาพไปได้”

เหตุการณ์สำคัญครั้งนี้นี้กลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ที่มีคนพูดถึงกันอย่างครึกโครม  

และแน่นอนว่าจะต้องถูกจารึกไว้ในหัวใจของศิลปินไทยหัวใจรักชาติคนนี้ไปจนวันตาย

จากใจ"ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี"วันนี้อยู่บ้านไม่ได้แล้ว


 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท