
ตีกลับบัญชีกิจการรุนแรงมาบตาพุด
โพสต์ทูเดย์
— คณะกรรมการ4 ฝ่ายตีกลับบัญชีรายชื่อกิจการรุนแรง ให้ศึกษารอบคอบอีกรอบ พร้อมนำเสนอใหม่สัปดาห์หน้านายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หนึ่งในคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุด เปิดเผยว่า ที่ประชุมยังไม่ได้สรุปรายละเอียดเรื่องประเภทกิจการที่อาจจะส่งผลกระทบรุนแรง โดยได้สั่งให้คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นประชาชน เพื่อปรับปรุงรายการโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ที่มีนายธงชัย พรรณสวัสดิ์ เป็นประธาน กลับไปสรุปรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง และให้มานำเสนอใหม่ในวันจันทร์ที่ 17 พ.ค.นี้
ทั้งนี้ เนื่องจากที่ประชุมยังมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่ รวมทั้งยังมีความเห็นจากคณะอนุกรรมการด้านสุขภาพ (อนุกรรมการเอชไอเอ) ต่อประเภทกิจการต่างๆ เพิ่มเติม ส่งผลให้บางประเด็นยังมีข้อกังวลด้านสุขภาพอยู่ ข้อสรุปจึงยังไม่สมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้เห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมการผังเมือง ในการกำหนดผังเมือง แนวกันชน แนวป้องกันแล้ว และได้ส่งให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แล้ว ขณะที่คณะอนุกรรมการด้านการจัดทำแผนลดและขจัดมลพิษในท้องถิ่น ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่ม แต่คาดว่าเรื่องทั้งหมดน่าจะเสร็จทันภายในเดือน พ.ค.นี้ จากนั้นกรรมการ 4 ฝ่ายจะลงพื้นที่มาบตาพุดอีกครั้งในวันที่ 2324 พ.ค.นี้
“
ในฐานะภาคเอกชนก็ไม่ได้มองว่าดำเนินการล่าช้า เพราะเรื่องเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ให้ติดขัด ซึ่งไม่ว่ากิจการของผู้ประกอบการในมาบตาพุดจะเป็นกิจการรุนแรงหรือไม่ ก็พร้อมที่จะทำตามมาตรา 67 อยู่แล้ว” นายพยุงศักดิ์ กล่าวนายสุทธิ อัฌชาศัย หนึ่งในคณะกรรมการ 4 ฝ่าย กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีข้อท้วงติงในประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพ เพราะที่ประชุมห่วงว่าที่ผ่านมามีแต่การพิจารณาในแง่เทคโนโลยี ไม่ได้คำนึงถึงว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถลดมลพิษได้จริงหรือไม่ จึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการกลับไปทำรายละเอียดให้รอบคอบอีกครั้ง ก่อนนำกลับมานำเสนอใหม่ในสัปดาห์หน้า ทำให้ขณะนี้ประเภทกิจการรุนแรงยังไม่สามารถสรุปได้
สำหรับบัญชีรายชื่อกิจการรุนแรงเบื้องต้นคาดว่าจะมีประเภทกิจการฯ จำนวน 22 กิจการ ที่มีความชัดเจนแล้ว และอีก 2 กิจการ ได้แก่ เหมืองหิน และโครงการพืชตัดต่อทางพันธุ์กรรม (จีเอ็มโอ) อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าควรจะเป็นกิจการรุนแรงหรือไม่ ซึ่งยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ โดยบัญชีรายชื่อประเภทกิจการดังกล่าว ยึดประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 19 ประเภทกิจการเป็นหลัก โดยตัดกิจการสนามกอล์ฟ ออก 1 กิจการ และเพิ่มกิจการใหม่อีก 5 กิจการ ได้แก่ โครงการเหมืองแร่ในทะเล โครงการสูบน้ำเกลือใต้ดิน โครงการสิ่งกีดขวางลำน้ำหลัก 25 สาย โครงการเหมืองถ่านหินที่มีรถขน และโครงการกิจการพื้นที่ชุมน้ำ (แรมซ่าไซด์) รวมแล้วเป็น 22 โครงการ







