posttoday
เสนอไทยคมผิดถกครม.

เสนอไทยคมผิดถกครม.

11 พฤษภาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — คณะกรรมการไอซีทีเตรียมส่งสำนวนสรุปมือถือดาวเทียมให้ไอซีทีพิจารณา พร้อมเข้าสู่ ครม.เศรษฐกิจสิ้นเดือน พ.ค.นี้

พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัยผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแก้สัญญาสัมปทานมือถือและดาวเทียมตามคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 4.6 หมื่นล้านบาท เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการอยู่ระหว่างสรุปสำนวนผลการสอบสวนให้ถูกต้อง ก่อนให้คณะกรรมการทั้งชุดลงนาม และคาดว่าจะเสนอให้ ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.ไอซีที พิจารณาได้ภายในสัปดาห์นี้ ก่อนเสนอสู่ ครม.เศรษฐกิจไม่เกินสิ้นเดือน พ.ค.นี้

ทั้งนี้ ผลสรุปการสอบสวนพบว่าทั้งดาวเทียมและมือถือผิด และสร้างความเสียหายแก่รัฐในทุกสัญญา แต่คณะกรรมการไม่ได้อิงมูลค่าความเสียหายที่บางหน่วยงาน เช่น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท มาเปรียบเทียบเนื่องจากการประเมินความเสียหายของคณะกรรมการไม่ได้ยึดแง่กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงเหตุผลและหลักการในเชิงธุรกิจด้วย ส่งผลให้บางประเด็นไม่สามารถสรุปความเสียหายเป็นตัวเลขได้ทั้งหมด

สำหรับประเด็นที่ผิดสัญญาแยกเป็นดาวเทียม 3 เรื่อง คือ 1.ดาวเทียมไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์ไม่ใช่เป็นดาวเทียมสำรองของไทยคม 3 เพราะไม่สามารถใช้งานแทนไทยคม 3 ที่มีปัญหาได้ทันที เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนเทคโนโลยีที่รองรับการใช้งานบรอดคาสต์เป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) 2.การนำเงินประกันจำนวน 6 ล้านเหรียญสหรัฐที่ได้รับจากการปลดระวางไทยคม 3 ก่อนหมดอายุสัญญาไปเช่าช่องสัญญาณจากดาเวทียมดวงอื่น โดยไม่ส่งคืนกลับไอซีที และ 3.การลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 51% เหลือ 40% และผิดสัญญากับบริษัท ทีโอที 3 เรื่อง คือ 1.เรื่องการแปลงส่วนแบ่งสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต 2. การลดส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ระบบเติมเงิน (พรีเพด) จาก 25% เหลือ 20% และ3. การเปิดโรมมิ่งสัญญาณของ บริษัท ดิจิตอลโฟน หรือ ดีพีซี กับ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับทั้งทีโอที และ กสท โทรคมนาคม

พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า ประเด็นการสอบสวนทั้งหมดและแนวทางการแก้ไขได้ส่งให้ไอซีทีพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร แก้สิ่งผิดให้ถูกต้อง ซึ่งส่วนหนึ่งมีคณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน รับผิดชอบในเรื่องนี้อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม มูลค่าความเสียหายที่เคยถกเกียงกัน คือ ในส่วนทีโอทีที่ประเมินไว้ที่ 1 แสนล้านบาทจากการที่เอกชนหักส่วนแบ่งรายได้ไปเป็นภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม 3.4 หมื่นล้านบาท และ การแก้ไขสัญญาพรีเพด อีกเกือบ 7 หมื่นล้านบาท ซี่งในส่วนพรีเพดเห็นไม่ตรงกันกับที่ศาลพิพากษา เนื่องจากศาลประเมินความเสียหายจากปี 25442549 รวม 1.4 หมื่นล้านบาท และ ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงหมดอายุสัญญาอีก 5.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการประเมินบนพื้นฐานพรีเพดที่เติบโตในอัตรา 2 หลัก แต่ปัจจุบันตลาพรีเพดเติบโตน้อยลงมาก

ด้านราคาหุ้นบริษัท ไทยคม วันที่ 10 พ.ค. ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 5.50 บาท ก่อนย่อมาปิดที่ 5.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 3.96% ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากถึง 82 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท