
สื่อนอกชี้พิษการเมืองไทยทำสัมพันธ์ครอบครัวร้าวฉาน
ทีมข่าวต่างประเทศ
ทีมข่าวต่างประเทศ
บลูมเบิร์ก เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ ระบุปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบันกำลังเข้าขั้นวิกฤตที่ส่งผลให้สังคมแตกแยกหนักมากขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดลุกลามหนักถึงสถาบันครอบครัว สั่นคลอนสายสัมพันธ์ให้ร้าวฉาน
รายงานดังกล่าวยกตัวอย่างครอบครัวของบุคคลชื่อว่า “คต ศัตรูสายัง” ซึ่งระบุชัดว่า ก่อนหน้าจะมีข้อตกลงที่จะไม่คุยเรื่องการเมืองไทย ทุกครั้งที่คนในครอบครัวพบหน้ากันมีเหตุให้ต้องทะเลาะทุกครั้งไป เพราะต่างฝ่ายต่างสนับสนุนในจุดยืนและแนวคิดทางการเมืองที่ต่างกัน
ทั้งนี้ ครอบครัวศัตรูสายัง ไม่ใช่ครอบครัวเดียวในไทยที่ประสบปัญหาการถกเถียงทางการเมืองจากแนวทางยึดถือที่ต่างกัน โดย คริส เบลค ผู้สื่อข่าวของบลูมเบิร์ก ระบุว่า 8 ปีของความขัดแย้งการเมืองไทย ได้แบ่งแยกสังคมให้เป็นฝักฝ่ายอย่างชัดเจน ซึ่งมีทั้งคนรวยกับคนจน คนเหนือกับคนใต้ และเรื่อยไปจนถึงหน่วยของสังคมที่เล็กที่สุดอย่างครอบครัว
สุนัย ผาสุก นักวิจัยอาวุโสจากองค์กรฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ อธิบายเปรียบเทียบว่า สถานการณ์แตกแยกขณะนี้เกิดขึ้นจากการที่แต่ละฝ่ายต่างขุดหลุมหลบภัยของตนขึ้นมา ทำให้ไม่มีใครฟังใคร ไม่ยอมรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนอกหลุม และทำเมินคนที่อยู่ในหลุมที่แตกต่างจากตัวเอง
พอล แชมเบอร์ ผู้อำนวยการวิจัยสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่าต้นตอความแตกแยกที่ร้าวลึกนี้เริ่มต้นจากระยะห่างระหว่างนักการเมืองซึ่งสมควรเป็นตัวแทนของประชาชน กับประชาชนในระดับรากหญ้าที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชนบทหรือต่างจังหวัด โดยก่อนหน้ายุคสมัยของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร นักการเมืองและพรรคการเมืองสร้างขึ้นจากสังคมระดับบน ทั้งๆ ที่ควรจะสร้างขึ้นจากระดับล่างขึ้นไป
ความเห็นของแชมเบอร์ สอดคล้องกับนักวิเคราะห์การเมืองอีกส่วนหนึ่งที่เห็นตรงกันว่า ความขัดแย้งในสังคมไทยมาจากจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกัน 2 แนวทางหลักก็คือฝ่ายหนึ่งยึดถือเชื่อมั่นในพลังของประชาชน ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเชื่อในแนวทางคณาธิปไตยหรือการปกครองโดยคนชนชั้นสูง เนื่องจากเชื่อว่าประชาชนระดับล่างยังไม่เข้าใจระบบการปกครองและเปลี่ยนแปลงได้ง่าย
ขณะที่ ไมเคิล มอนเทซาโน นักวิชาการสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในสิงคโปร์ชี้ว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ทำให้เกิดความแตกแยกคือการไม่ยอมรับความจริงของการเปลี่ยนแปลงในสังคมต่างจังหวัด ที่ผู้คนได้รับการศึกษามากขึ้นและซึมซับเข้าใจดีว่าการเมืองมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร รวมถึงการตระหนักถึงภัยของการซื้อสิทธิขายเสียง
ทั้งนี้ ความยึดถืออย่างสุดโต่งในแต่ละแนวทางว่าดีที่สุด ทำให้ขาดพื้นที่ว่างเพื่อการวิพากษ์วิจารณ์ คัดค้าน หรือตั้งคำถามท้าทาย สำหรับผู้ที่อยู่ตรงกลางระหว่างแนวคิดทางการเมืองทั้งสองข้างต้น โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ระบุว่าใครก็ตามที่เอ่ยปากแสดงความเห็นที่ไม่สอดคล้องกับ 2 แนวคิด ก็จะกลายเป็นว่าคนคน นั้น กลายเป็นผีร้ายไป ซึ่งสถานการณ์ที่ปิดกั้นเช่นนี้จะบีบคั้นจนนำไปสู่สงครามกลางเมืองในที่สุด







