
ศรส.ขึ้นบัญชี120ท่อน้ำเลี้ยง
ศรส.จ่อเรียกบริษัทยักษ์ใหญ่ ทุนท้องถิ่น 120 ราย แจงส่งท่อน้ำเลี้ยง กปปส.
ศรส.จ่อเรียกบริษัทยักษ์ใหญ่ ทุนท้องถิ่น 120 ราย แจงส่งท่อน้ำเลี้ยง กปปส.
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงว่า ศรส.จะสามารถออกคำสั่งระงับการทำธุรกรรมบริษัท และกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.
“กลุ่มแรกมีประมาณ 120 รายชื่อ ซึ่งมีทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล โดยจะสั่งให้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการที่ ศรส.ตั้งขึ้นในเร็วๆ นี้” นายธาริต กล่าว
แหล่งข่าวจาก ศรส. เปิดเผยว่า บริษัทผู้ประกอบการ หรือนักธุรกิจที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงนั้น แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.นักธุรกิจรายใหญ่ระดับชาติ เป็นฐานทุนการเมืองเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีการบริจาคระดับร้อยล้านขึ้น 2.นักธุรกิจขนาดกลาง ซึ่งเป็นทุนของ สส. และนักการเมืองท้องถิ่น โดยรวมถึง “ธุรกิจสีเทา” ที่ทุนเหล่านี้มักจะอิงกระแสการเมืองเพื่อความอยู่รอด เช่น ค้าของเถื่อน อาทิ เหล้า บุหรี่ น้ำมันเถื่อน บริจาคหลักล้านขึ้นไป
ขณะที่กลุ่ม 3 เป็นนักธุรกิจท้องถิ่นส่วนใหญ่มาจากภาคใต้ เช่น เจ้าของโรงแรม รีสอร์ท เศรษฐีสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน
“คนเหล่านี้มีที่ดินนับร้อยนับพันไร่ โดยกลุ่มนี้จ่ายหนักและจ่ายต่อเนื่องที่สุด บริจาคหลักแสนถึงล้าน 510 ล้านบาท เน้นเสบียงอาหาร รถเดินทางเป็นหลัก กลุ่มนี้ถือเป็นแหล่งทุนท่อน้ำเลี้ยงหลักของ กปปส.เลยทีเดียว”
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูลผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค กล่าวว่า รู้สึกงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะมีบริษัทมากมายที่ ศรส.ขึ้นแบล็กลิสต์เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับผู้ชุมนุมทางการเมือง
“ทำไปเพื่ออะไร เพื่อให้เกรงกลัวหรือไม่ หรือเป็นการข่มขู่ ไม่รู้ว่าใช้วิธีอะไรมาวัดว่าบริษัทต่างๆ เป็นท่อน้ำเลี้ยง และแบล็กลิสต์ถึง 30 บริษัท ไม่รู้ว่าเป็นการกระทำที่ใช้สติปัญญาหรือไม่” นายบุญชัย กล่าว
นายวิเชฐ ตันติวานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ช้าง กล่าวว่า นโยบายการดำเนินธุรกิจของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหารไทยเบฟเวอเรจ จะไม่นำธุรกิจไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และที่ผ่านมาบริษัทไม่มีนโยบายนำเครื่องดื่มหรือผลิตภัณฑ์ภายในเครือไปสนับสนุนการชุมนุม
“มีความเป็นไปได้ที่คนจะซื้อสินค้าของบริษัทเพื่อไปบริจาคมากกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเราดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค” นายวิเชฐ กล่าว







