
ศรส.เจรจาเหลวม็อบลั่นปักหลักมหาดไทย
ศรส.ส่งตำรวจเจรจาขอคืนพื้นที่มหาดไทยล้มเหลว ม็อบยืนยันปักหลักชุมนุมต่อไป ไม่หวั่นเจ้าหน้าที่เข้าสลาย
ศรส.ส่งตำรวจเจรจาขอคืนพื้นที่มหาดไทยล้มเหลว ม็อบยืนยันปักหลักชุมนุมต่อไป ไม่หวั่นเจ้าหน้าที่เข้าสลาย
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. เวลาประมาณ 15.00 น.พล.ต.ต.อดุลย์ รัตนภิรมย์ ผู้บังคับการฝ่ายอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 เดินทางมาที่บริเวณหลังกระทรวงมหาดไทย เพื่อเจรจากับกลุ่มชุมนุมสหภาพการไฟฟ้า ในการขอเปิดเส้นทาง และ พื้นที่ทำงานของกระทรวงมหาดไทย โดย รอง ผบก.น.6 ได้ดึงเชือกที่มัดลวดหนามกั้นบนสะพานข้ามคลองหลอดออก เพื่อข้ามไปหาผู้ชุมนุม แต่ถูกการ์ดฯ สกัดกั้นไม่ให้เข้าไปเจรจา พร้อมระบุว่าไม่ขอเจรจาใดๆกับตำรวจทั้งสิ้น และให้กับไปรายงาน “เฉลิม” ว่า “ท่านทำหน้าที่แต่เราไม่ยอม”
ทั้งนี้ พล.ต.ต.อดุลย์ ระบุว่า แม้การเจรจาจะไม่เป็นผล ก็ยืนยันว่าตำรวจไม่มีแผนที่จะเข้าสลายการชุมนุมเพื่อขอคืนพื้นที่แต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้จะนำข้อมูลไปประมวลเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาให้รับทราบในการพิจารณากลับมาเจรจาใหม่ต่อไป ทำให้ขณะนี้ เส้นทาง ถ.อัษฎางค์ หรือ ถนนเลียบคลองหลอด ตั้งแต่สะพานมอญ ถึงสะพานช้างโรงสี ยังคงถูกปิดอยู่เช่นเดิม
ด้าน นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แนวร่วม กปปส.กล่าวว่า การชุมนุมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และเป็นการชุมนุมโดยสันติวิธี โดยประชาชนไม่ขอเจรจากับรัฐบาลเพราะไม่มีความชอบธรรมในการรักษาการแล้ว และยืนยันว่าจะต่อสู้ด้วยสันติวิธีหากมีการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม
ขณะที่ นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการ สมาพันธ์สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ซึ่งได้ชุมนุมปิดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ยืนยันว่าจะปักหลักชุมนุมอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยต่อไป หากมีการใช้กำลังเข้ามาสลายการชุมนุมก็จะขอแรงมวลชนเข้ามาช่วยกดดันเพิ่ม และหากเจ้าหน้าที่จะเข้ามาสลายการชุมนุมก็ขอให้เป็นไปตามหลักสากล เพราะหากมีการใช้กระสุนจริง หรือกระทำเกินกว่าขันตอนปกติ ก็ต้องถือว่าเป็นการกระทำที่เกินเหตุ เนื่องจากผู้ชุมนุมที่อยู่ตรงจุดนี้มีแต่มือเปล่า







