
ศรส.ลั่นเตรียมแช่แข็ง120ท่อน้ำเลี้ยงกปปส.
ศรส.เตรียมออกคำสั่งระงับการทำธุรกรรม ผู้สนับสนุนกปปส. 120 รายชื่อ พร้อมเร่ง 33 คดีขวางเลือกตั้ง หวังให้เป็นตัวอย่าง
ศรส.เตรียมออกคำสั่งระงับการทำธุรกรรม ผู้สนับสนุนกปปส. 120 รายชื่อ พร้อมเร่ง 33 คดีขวางเลือกตั้ง หวังให้เป็นตัวอย่าง
เมื่อวันที่ 5 ก.พ.เวลา13.00น.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงผลการประชุมศรส. ว่า ศรส.ได้มอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ชี้แจงผลการดำเนินการเพื่อสั่งระงับการทำธุรกรรมและดำเนินคดีกับผู้สนับสนุนให้แกนนำ กปปส. กระทำผิดในลักษณะท่อน้ำเลี้ยง ซึ่ง ศรส. ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานหลายฝ่ายเข้าสนธิกำลังกันคือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสรรพากร
ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถออกคำสั่งของ ศรส. สั่งระงับการทำธุรกรรม และสั่งให้ชี้แจงกลุ่มแรกประมาณ 120 รายชื่อ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในเร็ววันนี้
ขณะเดียวกัน ผอ.ศรส.ได้แต่งตั้งชุดเจรจาเข้าเจรจากับแกนนำ กปปส. เพื่อขอเปิดพื้นที่กระทรวงมหาดไทย หากการเจรจาไม่เป็นผล จะพิจารณาใช้มาตรการเข้าจับกุม แต่ไม่ใช่สลายการชุมนุมเพราะพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ชุมนุม แต่เป็นหน่วยงานราชการ ดังนั้นจึงมีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยืนยันการจับกุมจำเป็นต้องทำถือเป็นมาตรการตามกฎหมาย โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ตั้งแต่เวลา15.00 น. เป็นต้นไป
นายธาริต กล่าวอีกว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค ได้รายงานความคืบหน้าของการสืบสวนสอบสวนกรณีแกนนำกปปส. และกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันกระทำผิดโดยการขัดขวางการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาในกรุงเทพมหานครจำนวน 24คดี และในภูมิภาคต่างจังหวัดจำนวน 9คดี ศรส. ได้เร่งรัดให้ดำเนินคดีด้วยความรวดเร็ว เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไปโดยเฉพาะจะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างให้มีการกระทำผิดในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอีก
นอกจากนี้ผอ.กกต. ประจำกรุงเทพมหานคร เข้าชี้แจงกับ ศรส. ถึงการขัดขวางการเลือกตั้งในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะการที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งบางคนสั่งปิดการเลือกตั้งโดยเร็ว และมีเหตุผลไม่เพียงพอ การลาออกของเจ้าหน้าที่โดยกะทันหันจนไม่อาจหาผู้ทำหน้าที่ทดแทนได้ ซึ่ง ศรส. จะได้มอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับ กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร สอบสวนดำเนินคดีโดยเด็ดขาดต่อไป







