posttoday
ออกจากทางตันจำนำข้าวเทขายใช้หนี้ชาวนาแล้ว...ยกเลิก?

ออกจากทางตันจำนำข้าวเทขายใช้หนี้ชาวนาแล้ว...ยกเลิก?

05 กุมภาพันธ์ 2557

ความผิดพลาดจากโครงการประชานิยม อย่างโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ด คือโจทย์ใหญ่และถือเป็นบทเรียนราคาแพงอีกเรื่องที่รัฐบาลชุดต่อไปต้องทำความเข้าใจ และบริหารจัดการต่อจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หลังจากโครงการดังกล่าวประสบความล้มเหลว ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลยังไม่สามารถจ่ายเงินค่าข้าวอีกกว่าแสนล้านบาทให้กับชาวนาได้

ความผิดพลาดจากโครงการประชานิยม อย่างโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ด คือโจทย์ใหญ่และถือเป็นบทเรียนราคาแพงอีกเรื่องที่รัฐบาลชุดต่อไปต้องทำความเข้าใจ และบริหารจัดการต่อจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หลังจากโครงการดังกล่าวประสบความล้มเหลว ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลยังไม่สามารถจ่ายเงินค่าข้าวอีกกว่าแสนล้านบาทให้กับชาวนาได้

โครงการนี้เป็นโครงการที่ล้มละลายตั้งแต่เริ่มโครงการ เพราะรัฐบาลรับซื้อข้าวแพงแต่กลับขายถูก ขณะเดียวกันแม้รัฐบาลจะนำข้าวบางส่วนไปขายเพื่อสร้างรายได้ แต่มักจะมีปัญหาขาดทุนตลอด โดยเชื่อว่าจุดที่รัฐบาลรับซื้อกับจุดที่รัฐบาลขายข้าวเป็นจุดที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด ทำให้เงินที่ได้มาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

ขณะเดียวกัน เมื่อย้อนกลับไปดูโครงการนี้พบว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการไม่มีการทำบัญชีโครงการอย่างเป็นระบบ และหากทำบัญชีอย่างเป็นรูปธรรมพบว่า รัฐบาลมีภาระที่ต้องจ่ายเงินให้ชาวนาถึง 1.24 แสนล้านบาท และคาดว่าในปีนี้รัฐบาลจะขายข้าวได้เพียง 11.5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

นั่นหมายถึงรัฐบาลยังขาดเงินที่จะมาจ่ายชาวนาอีกนับแสนล้านบาท โดยรัฐบาลเตรียมหาเงินจากแหล่งต่างๆ มาหมุนเพื่อให้เกิดสภาพคล่อง หรือการชะลอการขอกู้เงินของรัฐวิสาหกิจ เพื่อเปิดทางให้ ธ.ก.ส.มีเม็ดเงินไปกู้ ซึ่งพอจะทำให้หนี้โดยรวมของรัฐบาลไม่ใหญ่จนเกินไป

ดร.อัมมาร สยามวาลา ศาสตราจารย์เกียรติคุณของทีดีอาร์ไอ ได้กล่าวไว้ว่า ปัญหาจริงๆ ของโครงการรับจำนำข้าวมีมากกว่าเรื่องการขาดสภาพคล่อง ซึ่งถ้าหากทำบัญชีแล้วย้อนกลับไปดูผลการดำเนินการที่ผ่านมาตลอดฤดูกาลปี 2554-2556 รัฐบาลได้ซื้อข้าวจากชาวนาโดยจ่ายเงินไปแล้วจำนวน 7 แสนล้านบาท แต่ขายข้าวได้เพียง 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งยังขาดเงิน 5 แสนกว่าล้านบาท

ในส่วนนี้รัฐบาลต้องไปกู้เพื่อมาถมส่วนต่างที่ขาดไป และเป็นการกู้จนเต็มวงเงินจนไม่สามารถทำได้อีก ซึ่งการดำเนินการในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าโครงการนี้มีรายจ่ายมหาศาล แต่กลับสวนทางกับรายรับที่มีไม่มาก

รวมทั้งยังก่อให้เกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจไทย ไล่เรียงตั้งแต่การใช้งบประมาณมหาศาล การทำลายตลาดข้าวจากการที่รัฐบาลกลายเป็นผู้ผูกขาดการซื้อขายข้าว จนทำให้ตลาดการส่งออกข้าวไทยเสียหายไปด้วย และที่สำคัญโครงการนี้ไม่สามารถช่วยชาวนาได้อย่างยั่งยืน

โครงการรับจำนำข้าวเป็นการคอร์รัปชั่นแบบมีใบเสร็จและเป็นกระบวนการคอร์รัปชั่นที่ใหญ่มาก โดยเฉพาะในกระบวนการขายข้าวในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด และมีการออกใบเสร็จการขายโดยรัฐบาล ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในนโยบายประชานิยม (Populism) ของพรรคการเมืองที่ใช้หาเสียงเพื่อหวังผลคะแนนเสียงประชาชนในระยะสั้น แต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

ขณะนี้รัฐบาลตกอยู่ในภาวะตันในทุกๆ ด้าน ทั้งกฎหมายเลือกตั้งและไม่มีเงินที่จะมาจ่ายหนี้แก่ชาวนา หรือเรียกว่าเข้าตาจน แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะอยู่ในภาวะล้มละลาย เนื่องจากรัฐบาลมีข้าวที่ขายไม่ออก ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินมหาศาลในระยะสั้นที่สามารถนำมาแปลงเป็นเงินได้ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ในระยะยาวรัฐบาลอาจล้มละลายได้ เพราะข้าวที่เก็บในโกดังนานๆ ก็จะเสื่อมคุณภาพ

ทางออกที่รัฐบาลสามารถทำได้ในขณะนี้ คือ การนำข้าวออกมาขาย เป็นอีกหนทางที่รัฐบาลจะมีเงินสดมาจ่ายหนี้สินให้ชาวนาในขณะนี้

นอกจากทางออกในการเทขายข้าวแล้ว หากคนของรัฐบาลยอมคายเงินคอร์รัปชั่นที่ดึงไปจากกระบวนการขายข้าวจำนวนหลายหมื่นล้านบาท เชื่อว่ารัฐบาลจะมีเงินสมทบอีกก้อนที่สามารถนำมาจ่ายหนี้แก่ชาวนาได้

และสิ่งที่รัฐบาลต้องทำในเวลานี้ คือ ควรยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวแล้วกลับไปสู่ระบบเดิม ซึ่งจะช่วยลดกระบวนการคอร์รัปชั่น ไม่เช่นนั้นอาจนำมาซึ่งความหายนะได้

ส่วน ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณทีดีอาร์ไอ ก็ให้คำแนะนำแก่รัฐบาลว่า หากรัฐบาลยังยืนกรานที่จะดำเนินโครงการรับจำนำข้าวอีก สถานะในการส่งออกข้าวของประเทศไทยจะตกต่ำ หนำซ้ำยังเป็นการกรุยทางให้เวียดนามและอินเดียครองแชมป์ในการส่งออกข้าวในตลาดโลกด้วย

ขณะที่ผู้ส่งออกข้าวของไทยเริ่มผันตัวไปทำธุรกิจในต่างประเทศบ้างแล้ว ส่วนผลกระทบในประเทศที่กำลังประสบปัญหาในขณะนี้ คือ ชาวนายังไม่ได้เงิน ราคาข้าวตก แสดงให้เห็นถึงปัญหาการบริหารจัดการอย่างไม่มีระบบของรัฐบาล

ส่วนทางออกอีกทางของรัฐบาลในการหาเงินมาจ่ายหนี้สินนั้น ดร.นิพนธ์ เห็นด้วยกับแนวคิดของผู้นำเกษตรกรใน จ.พิจิตร นั่นคือ การให้ชาวนานำใบประทวนข้าวที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) ออกให้เกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าว เพื่อให้นำไปยื่นรับเงินจาก ธ.ก.ส. ไปขอกู้เงินจากสถาบันการเงินอื่น ทั้งนี้รัฐบาลต้องไปขอร้องสถาบันการเงินให้เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งจะเป็นอีกวิธีที่ไม่ถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายรัฐธรรมนูญ เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลกำลังอยู่ในสถานะรัฐบาลรักษาการ

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการทีดีอาร์ไอเห็นตรงกันว่า แม้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่ชาวนาไม่ได้รับเงินจากการขายข้าวให้รัฐบาล แต่สิ่งนี้คือบทเรียนราคาแพงที่จะทำให้รัฐบาลชุดต่อๆ ไปที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ตระหนักถึงหนทางที่จะนำไปสู่การพัฒนาตลาดการส่งออกข้าวที่มีคุณภาพ โดยการช่วยเหลืออาชีพชาวนาได้อย่างยั่งยืนและจริงจัง ด้วยการทำให้ชาวนาสามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้ดีและมีคุณภาพ ทำให้ขายได้ราคาดีตามกลไกของตลาดที่มีอยู่ นั่นคือรัฐบาลต้องพัฒนาการเพิ่มผลผลิตข้าว ด้วยโครงการวิจัยและการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวไทย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ข้าวไทยกลับมาผงาดอีกครั้งกับการส่งออกข้าวในเวทีระดับโลก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท