
ตร.ถอดรหัส4กลุ่มกองกำลังเดือดหลักสี่
ห่ากระสุนร่วมครึ่งชั่วโมง ที่บริเวณแยกหลักสี่ของช่วงเย็นวันที่ 1 ก.พ. ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นเป็นสมรภูมิรบความขัดแย้งของฝ่ายสนับสนุนและไล่รัฐบาลส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย
ห่ากระสุนร่วมครึ่งชั่วโมง ที่บริเวณแยกหลักสี่ของช่วงเย็นวันที่ 1 ก.พ. ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นเป็นสมรภูมิรบความขัดแย้งของฝ่ายสนับสนุนและไล่รัฐบาลส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย
พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.) เปิดเผยว่า มีกระสุนจำนวน 48 รอย ออกมาจากปืนรวม 7 ชนิด คือ 1.ปืนลูกซอง 2.ปืนขนาด .38 3.ปืนขนาด 9 มม. 4.ปืนขนาด .45 5.ปืนคาร์บิน 6.ปืนความเร็วสูงที่ใช้กระสุนขนาด .223 และ 7.ปืนอาก้า และพบว่ารอยกระสุนถูกยิงมาจากฝั่งของ กปปส.มากกว่า 30 รอย ขณะที่ฝั่งเสื้อแดงหรือกลุ่มที่สนับสนุนการเลือกตั้งมีเพียงไม่ถึง 10 รอยเท่านั้น
ข้อมูลจากชุดสืบสวนตำรวจนครบาล วิเคราะห์กองกำลังติดอาวุธที่อยู่ในเหตุการณ์ ประกอบด้วย 4 กลุ่ม แบ่งเป็นของ กปปส. 3 กลุ่ม และกลุ่มเสื้อแดงอีก 1 กลุ่ม หากชำแหละไปทีละกลุ่ม โดยเริ่มจาก 3 กลุ่มแรกของกปปส.จะเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น คือ กลุ่มที่ 1.กลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า“ซีลราชสิทธิ” การข่าวของตำรวจพบว่าเป็นกลุ่มนักเรียนอาชีวะและอดีตนักเรียนช่าง ซึ่งอยู่กับกลุ่ม คปท.มานานแล้ว ตำรวจสืบทราบว่าได้มีการฝึกอาวุธปืนสั้นมาพอสมควรจากการ์ดคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่ม และอาวุธที่ใช้น่าจะมาจากกลุ่มคนมีสีกลุ่มหนึ่งที่ให้การสนับสนุน รวมถึงอดีตนายตำรวจกลุ่มหนึ่งที่คัดค้านการเลือกตั้งด้วย
หน่วยซีลราชสิทธิ มีเด็กช่างกลวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม และการรวมกันของกลุ่มศิษย์เก่าและปัจจุบันที่ร่วมกันปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ กลุ่มนี้มีคติประจำใจคือ “ขอให้องค์เทพพระวิษณุกรรมเจ้า เทพแห่งช่าง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหล่าทวยเทพต่างๆ ช่วยคุ้มครองปกปักรักษาผู้ที่ทำดี อุทิศตนเสียสละเพื่อประชาชน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”
กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มการ์ดของ กปปส. จะเห็นได้ว่าวันเกิดเหตุมีการ์ดของ กปปส.มีคนถือปืนลูกโม่สวมปลอกแขนสีเขียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม กปปส. ทิศทางการยิงของชายคนดังกล่าวพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนเสื้อแดง
กลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าสนใจมาก ชุดสืบสวนของตำรวจให้ข้อมูลว่า คนกลุ่มนี้เล่นหนักถึงอาวุธสงคราม มีทั้งอาก้า ลูกซองยาว ปืนคาร์บิน รวมถึงปืนทราโวที่แอบไว้ในกระสอบปุ๋ยที่มีภาพปรากฏด้วย การข่าวพบว่าเป็นกลุ่มของคนมีสี หรืออาจจะเป็นคนมีสีเองที่ก่อเหตุด้วย ที่สำคัญคือมีวิธีการมียุทธวิธีในการเข้าโจมตีเป็นอย่างเฉพาะและมีคนชี้เป้า กลุ่มนี้น่าจะมีอยู่ราว 40-50 คน แม้ว่าปืนพวกนี้จะหาได้ในตลาดมืด แต่ต้องเป็นคนที่รู้แหล่งชัดเจนจริงๆ เท่านั้นถึงจะซื้อหาได้
กลุ่มที่ 4 ซึ่งเป็นกลุ่มของคนเสื้อแดง ที่มาเผชิญหน้าที่แยกหลักสี่ แน่นอนว่ามีกลุ่มที่พกอาวุธ แต่เป็นปืนสั้น ส่วนกลุ่มนี้ก็พอรู้กันอยู่ว่าเป็นใครบ้าง แต่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้







