
เศร้า!หลินฮุ่ยแท้งลูกแล้ว
เชียงใหม่-ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่เผยหลินฮุ่ยแท้งลูกแล้ว
เชียงใหม่-ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่เผยหลินฮุ่ยแท้งลูกแล้ว
นสพ.กาญจน์ชัย แสนวงศ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวว่า จากการผสมเทียมจนยืนยันการตั้งท้องและพบมีตัวอ่อนในมดลูก แต่สุดท้าย 17.00 น.ของวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา พี่เลี้ยงพบเศษเนื้อเยื่อที่มีเลือดติดออกมาด้วย ประกอบกับพฤติกรรมที่หลินฮุ่ยกลับมาเป็นแพนด้าปกติ ทั้งฮอร์โมนและการกินอาหาร ซึ่งจากผลวิเคราะห์ทุกด้านสรุปผลว่า อาจเป็นผลของการแท้งลูกที่ตัวอ่อนตายแล้วบางส่วนถูกขับออกมา ทำให้การตั้งท้องครั้งนี้ล้มเหลว แต่ทางทีมสัตวแพทย์ก็ยังไม่หมดหวังที่จะให้มีทายาทในครั้งต่อไป อย่างไรก็ตามวันที่ 20 ก.พ.นี้จะอัลตร้าซาวด์เพื่อดูพัฒนาการภายในมดลูกเพื่อยืนยันต่อไป
"ทางผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศก็ให้กำลังใจและบอกว่าเป็นความสำเร็จอีกก้าวที่ผสมเทียมนอกฤดูกาลจนได้ตัวอ่อนเพียงแต่ไม่สำเร็จและเป็นข่าวเศร้าจากความคาดหวังของทุกคน ซึ่งต้องขอบคุณทุกกำลังใจ" นสพ.กาญจน์ชัย กล่าว
ด้าน นสพ.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ หัวหน้าคณะทีมสัตวแพทย์ที่เฝ้าติดตามการตั้งท้องของแพนด้าหลินฮุ่ย กล่าวว่า ทีมงานพี่เลี้ยงแพนด้าได้ตรวจพบก้อนเนื้อเยื่อสีน้ำตาลแดงขนาดประมาณ 1× 4 นิ้ว ติดอยู่บริเวณหินเทียมในส่วนจัดแสดงในตำแหน่งที่หมีแพนด้าหลินฮุ่ยถ่ายมูลปกติ โดยเนื้อเยื่อดังกล่าวมีลักษณะคล้ายรกหรือเศษของตัวอ่อนที่เกิดจากการตายของตัวอ่อนภายในมดลูกและถูกขับออกจากมดลูกทางอวัยวะเพศ จากหลักฐานดังกล่าวจึงน่าจะสรุปได้ว่า การตั้งท้องของหมีแพนด้าหลินฮุ่ยจากการผสมเทียมเมื่อวันที่ 28-29 ก.ย. 2556 ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถดำเนินไปสู่การพัฒนาที่สมบูรณ์ของตัวอ่อนและคลอดออกมามีชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม สาเหตุของการสูญเสียตัวอ่อนยังไม่สามารถระบุออกมาได้ชัดเจน และคาดว่าเนื้อเยื่อของตัวอ่อนบางส่วนได้ถูกดูดซึมกลับไปในร่างกายของหมีแพนด้าหลินฮุ่ย ทำให้การตั้งท้องสิ้นสุดลง และการที่ตัวอ่อนไม่สมบูรณ์อาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น คุณภาพของไข่และอสุจิที่ปฏิสนธินอกฤดูผสมพันธุ์ปกติของหมีแพนด้า ซึ่งจะต้องทำการศึกษาวิจัยและหารือกับผู้เชี่ยวชาญในแวดวงวิชาการของหมีแพนด้าต่อไป
นสพ.บริพัตร กล่าวอีกว่า จากกรณีที่ตัวอ่อนบางส่วนได้ถูกดูดซึมกลับไปในร่างกายของหมีแพนด้าหลินฮุ่ย ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของหมีแพนด้าหลินฮุ่ย โดยทางทีมงานสัตวแพทย์ของโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย จะดำเนินการตรวจสุขภาพ และเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด







