
พื้นที่ช้างล้ม...ล้มช้าง
ชำแหละผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป้นทางการในจังหวัดที่สามารุนับคะแนนได้และไม่มีปัญหาขัดขวางการเลือกตั้ง
โดย...ทีมข่าวการเมือง
แม้ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ได้ประกาศผลอย่างเป็นทางการ เนื่องจากยังมีหลายเขตในหลายจังหวัด ยังไม่สามารถลงคะแนน หรือจัดให้มีการเลือกตั้งได้ อันเนื่องมาจากกลุ่ม กปปส.ขัดขวาง แต่ผลการนับคะแนนในจังหวัดที่ไม่มีปัญหาเรื่องการขัดขวางการเลือกตั้งนั้นได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยแต่ละพรรคได้จำนวน สส.ระบบเขตดังนี้
พรรคเพื่อไทย เบื้องต้นได้ สส. 245 ที่นั่ง แยกเป็นภาคเหนือ 59 ที่นั่ง จากเดิมในปี 2554 ได้เพียง 49 ที่นั่ง ภาคกลาง 70 ที่นั่ง จากเดิมได้ 41 ที่นั่ง ภาคอีสาน 111 ที่นั่ง จากเดิม 104 ที่นั่ง และภาคใต้ 5 ที่นั่ง จากเดิมที่ไม่ได้รับเลือกตั้งเลย ส่วน กทม. 33 เขตเลือกตั้ง ที่ยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากในหลายหน่วยไม่สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งได้
ทั้งนี้ มีอดีตรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยสอบตกในครั้งนี้ คือ กฤษณา สีหลักษณ์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แพ้ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ให้กับ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีตคนพรรคเดียวกันที่ย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ส่วน พหล วรปัญญา แพ้ในพื้นที่ จ.ลพบุรี และ ราชบุรี ก็แพ้อย่างราบคาบ
สำหรับพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยรุกยึดในจังหวัดที่เป็นฐานคะแนนของพรรคการเมืองอื่น เช่น จ.บุรีรัมย์ 9 เขต พรรคเพื่อไทย ได้ถึง 4 คน คือ ประกิจ พลเดช หนูแดง วรรณกางซ้าย วิธันพัศ เฮงวาณิชย์ถิรธนา และปณวัตร เลี้ยงผ่องพันธุ์ ส่วนที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่พรรคชาติพัฒนาของ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ พรรคเพื่อไทยยึดเกือบเบ็ดเสร็จโดยปล่อยให้ สุวัจน์ แค่ 4 ที่นั่งจาก 15 เขต โดย พรรคเพื่อไทย ชนะถึง 10 เขตประกอบด้วย ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ โกศล ปัทมะ สุชาติ ภิญโญ อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ทัศนียา รัตนเศรษฐ พลพีร์ สุวรรณฉวี กฤษฎิ์หิรัญ หวังศุภกิจโกศล ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ประเสริฐ จันทรรวงทอง และวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ส่วนอีก 1 ที่นั่งเป็นของ พรรคชาติไทยพัฒนา
สำหรับ จ.สุรินทร์ 8 เขต พรรคเพื่อไทย คว้าไป 7 เขต คือเขต 1 เป็นของ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร จากพรรคภูมิใจไทยที่แทรกเข้ามาได้ เขต 2 ชูชัย มุ่งเจริญพร เขต 3 คุณากร ปรีชาชนะชัย เขต 4 ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล เขต 5 ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เขต 6 จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ เขต 7 สมบัติ ศรีสุรินทร์ และเขต 8 ชูศักดิ์ แอกทอง
ด้าน จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของกลุ่มเสื้อแดงพรรคเพื่อไทย ชนะยกจังหวัด 9 คน ประกอบด้วย ศราวุธ เพชรพนมพร พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ อนันต์ ศรีพันธุ์ ขจิตร ชัยนิคม ทองดี มนิสสาร เกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ จักรพรรดิ ไชยสาส์น เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม และเทียบจุฑา ขาวขำ
อีกพื้นที่สำคัญคือ จ.พิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต รมช.คลัง จากพรรคชาติไทยพัฒนา ทางพรรคเพื่อไทยโดย ตระกูล “บุญเสรฐ” ยึดได้ทั้ง 3 ที่นั่ง เขต 1 ณริยา บุญเสรฐ ชนะ วินัย ภัทรประสิทธิ์ แพ้เขต 2 พ.ต.ท.อดุลย์ บุญเสรฐ พรรคเพื่อไทย ชนะ พ.ต.อ.พิมล พรมใจบุญ พรรคชาติพัฒนา และเขต 3 นาวิน บุญเสรฐ ชนะ ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ พรรคชาติไทยพัฒนา
พรรคชาติไทยพัฒนา ของ “บรรหาร ศิลปอาชา” เบื้องต้น ได้ สส.ระบบเขตเลือกตั้ง 21 คน และยังมี อีก 2 คนที่คะแนนนำแต่ได้เลือกตั้งไม่กี่หน่วยคือ ที่ จ.สตูล ทั้ง 2 เขต โดยการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ สส.ทั้ง 2 ระบบ แค่ 19 เสียง
สำหรับพื้นที่ ที่พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ สส.เพิ่มอย่างมีนัย คือ ที่ภาคอีสาน ซึ่งเดิมมีแค่ 1 ที่นั่ง ของ ตุ่น จินตะเวช สส.อุบลราชธานี แต่ครั้งนี้กวาดมาเพิ่ม 4 ที่นั่ง รวมเป็น 5 ที่นั่ง คือ ที่ จ.อุบลราชธานี 2 คน กาฬสินธุ์ 1 นครราชสีมา 1 และที่ ร้อยเอ็ด ที่ เอกภาพ พลซื่อ ชนะผู้สมัครจาก พรรคเพื่อไทยขาด
ขณะที่ชนะแบบยกจังหวัด คือ สุพรรณบุรี 5 คน จากเดิมที่เคยเสียเก้าอี้ให้พรรคเพื่อไทย 1 ที่นั่ง เมื่อการเลือกตั้งปี 2554 จ.อ่างทอง 2 คน จ.อุทัยธานี 2 คน
ส่วน ขุนพลสำคัญที่ต้องพ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ คือ ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลูกชาย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีต สส.พิจิตร ต้องพ่ายแพ้ให้ นาวิน บุญเสรฐ จากพรรคเพื่อไทย ในขณะที่ วินัย ภัทรประสิทธิ์ น้องชาย ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต รมช.คลังคนดัง พลิกแพ้ภรรยา ของ นาวิน ไปเช่นกัน รวมถึง อนุรักษ์ จุรีมาศ อดีตรัฐมนตรี แพ้ผู้สมัคร จากพรรคเพื่อไทย
ด้าน พรรคภูมิใจไทย คราวนี้ได้รับการเลือกตั้งประมาณ 15 ที่นั่ง ซึ่งจากเดิม หลังกลุ่ม สมศักดิ์ เทพสุทิน ย้ายไปซบพรรคเพื่อไทย เหลือ 23 ที่นั่ง โดยพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ของ เนวิน ชิดชอบ 9 ที่นั่ง ภูมิใจไทย ได้ไปแค่ 5 ที่นั่ง ที่สำคัญ โสภณ ซารัมย์ อดีต รมว.คมนาคม สอบตก โดยแพ้ให้แก่ “ปณวัตร เลี้ยงผ่องพันธุ์” พรรคเพื่อไทย ขาดลอย
ขณะเดียวกันขุนพลใหญ่ของ พรรคภูมิใจไทย อีกคนที่ต้องสอบตกไม่เป็นท่าคือ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย โดยแพ้ กฤษฎิ์หิรัญ หวังศุภกิจโกศล จากพรรคเพื่อไทย
ด้านพรรคชาติพัฒนาของ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้เพียง 10 ที่นั่ง โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา จาก 10 เขต พรรคชาติพัฒนา ได้แค่ 4 ที่นั่งคือ เขต 1 นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล เขต 2 วัชรพล โตมรศักดิ์ เขต 3 ประเสริฐ บุญชัยสุข และเขต 12 สมศักดิ์ พันธุ์เกษม นอกจากนี้ยังได้รับเลือกใน จ.ราชบุรี 2 ที่นั่ง จ.พิษณุโลก 2 ที่นั่ง จ.นครสวรรค์ และ จ.แม่ฮ่องสอน 1 คน ส่วนพื้นที่ กทม. ที่ส่งนักกีฬาชื่อดัง มีแนวโน้มสอบตกหมด







