
กปปส.อัดตร.ทำงานเป็นคู่ขัดแย้งม็อบ
กปปส.จวกตำรวจทำงานเป็นคู่ขัดแย้งกับผู้ชุมนุม ต่างจากทหารที่ช่วยประชาชน เชื่อรัฐบาลกำลังเข้าสู่ทางหายนะ
กปปส.จวกตำรวจทำงานเป็นคู่ขัดแย้งกับผู้ชุมนุม ต่างจากทหารที่ช่วยประชาชน เชื่อรัฐบาลกำลังเข้าสู่ทางหายนะ
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส. แถลงว่า ขณะนี้การปฏิบัติการเจ้าหน้าที่รัฐภายใตัการควบคุมของรัฐบาล ศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) หรือภายใต้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เห็นได้ชัดว่ามีความบกพร่อง เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทำตัวเป็นเจ้าหน้าที่ จึงขอประณามนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ที่ออกคำสั่งให้ตำรวจชั้นผู้น้อยปฏิบัติหน้าที่สองมาตราฐาน ไม่มีการดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุรุนแรงเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่นำหลักฐานไปขยายผล หรือนำคนผิดมาลงโทษ แต่กลับมีการใส่ร้ายประชาชนโดยปราศจากหลักฐาน เช่น การโยนระเบิดใส่ผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือการลอบยิง นายสุทิน ธราทิน แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ซึ่งทั้งสองกรณีได้ปรากฏภาพคนร้ายอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ เหตุการณ์ที่แยกหลักสี่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ออกมาประกาศทันทีว่าประชาชนเป็นผู้ใช้อาวุธยิงใส่ผู้ชุมนุมของนายโกตี๋ จึงสังเกตได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตัวเป็นคู่กรณีและสมคบคิดกับรัฐบาลในการใส่ร้ายประชาชน ทั้งพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ท.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.)
"ขอขอบคุณการทำงานของทหาร ซึ่งเห็นชัดว่าได้ออกมาดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะพ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่ออกมาช่วยประชาชนจากเหตุที่รามคำแหง และหลักสี่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทำอะไร และขอบคุณพ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ที่ออกมาชี้แจงเหตุการณ์ที่หลักสี่ในวันนั้น"นายเอกนัฏกล่าว
นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า ขณะนี้การเคลื่อนไหวของกปปส. ถึงแม้ยังไม่ได้รับชัยชนะ แต่การเคลื่อนไหวประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง โดยพิจารณาจากสถิติการเลือกตั้ง มีผู้ออกมาใช้สิทธิต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศแค่ 45% ส่วนในกรุงเทพฯเหลือเพียง 26% เพราะประชาชนไม่ต้องการให้การเลือกตั้งที่ถูกใช้ให้เป็นกระบวนการฟอกระบอบทักษิณ นอกจากนี้ จำนวนผู้ใช้สิทธิมีบัตรเสีย และไม่ลงคะแนนจำนวนมากในหลายเขตพื้นที่ เห็นว่าการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งได้รับการสนองตอบจำนวนมาก ขณะที่รัฐบาลก็กำลังเดินหน้าไปทางตันหลังจากพรรคเพื่อไทยกำลังสูญเสียฐานเสียงใหญ่จากชาวนา ที่เบี้ยวเงินจำนำข้าวไปแลัว 7 ครั้ง โดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กำลังอยู่ภายใต้คดีหาทุจริตเงินโครงการจำนำข้าว
"รัฐบาลกำลังจะหายนะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบโดยการลาออกจากตำแหน่ง เปิดทางให้มีการปฏิรูป รวมถึงเดินหน้าสร้างเครือข่ายกปปส.ให้เขัมแข็งมากขึ้น โดยการเดินรณรงค์ และจะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วไปกดดันน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ลาออก โดยมีแหล่งข่าวจากที่ประชุมศรศ. และแหล่งข่าวจากคณะรัฐมนตรีแจ้งข่าวมาทุกครั้งว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่สถานที่ใด"นายเอกนัฏ กล่าว







