
เน่าใน
ดูเหมือนว่าเมื่อเศรษฐกิจขาขึ้นอะไรๆ ก็ดูสวยงามไปหมด แต่เมื่อถึงเวลาเศรษฐกิจขาลง บรรดาแผลเก่าเน่าในก็โผล่มาให้เห็นกันราวกับผีซ้ำด้ำพลอยครับ เหมือนกับที่เศรษฐกิจจีนกำลังประสบอยู่ในขณะนี้
ดูเหมือนว่าเมื่อเศรษฐกิจขาขึ้นอะไรๆ ก็ดูสวยงามไปหมด แต่เมื่อถึงเวลาเศรษฐกิจขาลง บรรดาแผลเก่าเน่าในก็โผล่มาให้เห็นกันราวกับผีซ้ำด้ำพลอยครับ เหมือนกับที่เศรษฐกิจจีนกำลังประสบอยู่ในขณะนี้
การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน ปัจจัยหลักมาจากภาคการส่งออกชะลอตัวลง อันเป็นผลมาจากดีมานด์ในตลาดโลกลดลง บวกกับการที่ต่างชาติเริ่มย้ายฐานการผลิตออกจากจีนบ้าง อย่างน้อยก็สหรัฐที่ปรากฏว่ามีการเคลื่อนไหวย้ายฐานการผลิตออกจากสหรัฐเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ญี่ปุ่นเองก็หวาดผวากับกระแสการต่อต้านญี่ปุ่นในจีนที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนใหม่ๆ ในจีนมาตลอดปีที่ผ่านมา
สิ่งเหล่านี้กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในช่วงเวลาปัจจุบันที่ทำให้เศรษฐกิจของจีนดูเหมือนว่าจะเชื่องช้าลงและประกอบกับการที่จีนเดินหน้าปฏิรูปประเทศใหม่ โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่หันมามุ่งการพึ่งพาแรงซื้อจากภายในประเทศเป็นหลัก ก็ยิ่งทำให้เศรษฐกิจจีนในช่วงนี้ยิ่งเชื่องช้าลงไปใหญ่ครับ
จนในขณะนี้ นักวิเคราะห์ต่างชาติกำลังมองว่าเศรษฐกิจจีนมีความเสี่ยงมากกว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อปัญหาหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่นที่ต่างชาติกำลังจับตาไม่กะพริบ
หนี้ท้องถิ่นของจีน คือ หนี้ที่รัฐบาลท้องถิ่นสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในของท้องถิ่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี 2008 โดยรัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละมณฑลนั้นได้ทำการกู้ผ่านการออกพันธบัตร ซึ่งรัฐบาลกลางที่กรุงปักกิ่งตรวจสอบไม่ได้ เป็นการกู้เพื่อนำมาใช้ในโครงการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์
อีกทั้งการสร้างหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่นจีนเหล่านี้ก็เพื่อนำมาแข่งขันกันพัฒนาแข่งกับมณฑลอื่นๆ เสียด้วย แต่ดูเหมือนว่าการกู้เหล่านี้กำลังสร้างปัญหาให้กับรัฐบาลท้องถิ่นจีนเข้าแล้ว และกำลังกลายเป็นปัญหาระดับชาติที่รัฐบาลกรุงปักกิ่งกำลังปวดหัวหนักครับ โดยเมื่อสิ้นสุดปีที่แล้ว ระดับหนี้ท้องถิ่นพุ่งสูงขึ้นไปถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลท้องถิ่นต่างๆ ของจีนเพิ่งจะยอมเปิดเผยรายละเอียดหนี้ของแต่ละแห่งออกมาครับ ซึ่งพบว่าพวกมณฑลด้านตะวันออกติดมหาสมุทรแปซิฟิกที่ดูหรูหรานี่เอง ปรากฏว่ามีหนี้มากที่สุด โดยมณฑลกุ้ยโจวนั้นมีสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีสูงที่สุดถึง 92%
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในขณะนี้ก็คือ พวกราคาอสังหาริมทรัพย์ในจีนราคากำลังลดลงจนเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนของรัฐบาลท้องถิ่นที่ไปกู้หนี้มาลงทุนครับ จนเกิดความเสี่ยงว่าหนี้เหล่านี้จะกลายเป็นหนี้สูญในที่สุด
นึกภาพไม่ออกครับ ว่าระบบการเงินจีนจะปั่นป่วนขนาดไหน ถ้าหากมหาอำนาจอย่างมังกรจีนจะสะดุดขาตัวเองจากความเน่าในเช่นนี้







