
สต๊อกบวม และหลวงพ่อโสธร
วันนี้ขอเขียนบทความแบบจับฉ่าย เพราะมีหลายเรื่องที่อยากคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านผู้อ่าน แต่เผอิญสภาพร่างกายยังไม่อำนวย เพราะยังต้องสวมปลอกคออยู่ไม่ให้กระดูกคอเคลื่อน จึงไม่สามารถค้นคว้าข้อมูลมาเขียนให้เป็นเรื่องเป็นราว
วันนี้ขอเขียนบทความแบบจับฉ่าย เพราะมีหลายเรื่องที่อยากคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านผู้อ่าน แต่เผอิญสภาพร่างกายยังไม่อำนวย เพราะยังต้องสวมปลอกคออยู่ไม่ให้กระดูกคอเคลื่อน จึงไม่สามารถค้นคว้าข้อมูลมาเขียนให้เป็นเรื่องเป็นราว
เรื่องแรกที่อยากเขียนอาจเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจและศรัทธาของท่านผู้อ่านหลายท่าน ถ้าทำให้ท่านไม่สบายใจต้องขออภัยด้วย
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดของลูกสาว จึงใจดีขับรถพาผมมานมัสการหลวงพ่อพระพุทธโสธร ที่เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของ จ.ฉะเชิงเทรา ใช้เวลาเดินทางไปจากบ้านประมาณชั่วโมงเศษๆ ก็ถึงวัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดหลวงพ่อโสธร ชื่อเดิมมีชื่อว่า วัดหงษ์ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
พอเข้าไปในพระอุโบสถหลังใหม่ ซึ่งสร้างไว้เป็นแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์ สวยงามแตกต่างไปจากพระอุโบสถตามวัดหลวงหรือวัดราษฎร์ทั่วๆ ไป ได้กราบนมัสการองค์หลวงพ่อโสธร (ซึ่งผมจำไม่ผิดว่าในช่วงที่มีการรื้อพระอุโบสถหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมออกไป และนำกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถมาทุบหล่อพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธรให้เช่า เพื่อหาทุนสร้างพระอุโบสถหลังใหม่นั้น ไม่มีการเคลื่อนย้ายตำแหน่งที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อ จนในระหว่างการก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่จนแล้วเสร็จสิ้นเวลาหลายปี) แล้วรู้สึกมีความสุขกาย สบายใจ อย่างที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีโอกาสมากราบนมัสการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้
แต่ที่ต้องเก็บมาเล่าสู่กันฟังก็คือ ความไร้ระเบียบ ความแออัดคับคั่งของการจราจรรอบกำแพงพระอุโบสถ ตั้งแต่ด้านหน้าวัดจนถึงด้านข้าง ส่วนข้างหลังที่ติดกับแม่น้ำบางประกง ซึ่งสกปรกรกรุงรัง ไม่มีตำรวจหรือเจ้าหน้าที่คอยดูแลจัดระเบียบ ถนนหนทางเต็มไปด้วยฝุ่น รถเข็น และผู้คนที่วิ่งออกมากวักมือเรียกคนที่ไปนมัสการหลวงพ่อให้เข้ามาจอดรถในที่จอดรถให้เช่าของตน คนที่ข้ามถนนไปมาระหว่างแผงตลาดและที่จอดรถ หน้าพระอุโบสถจำนวนนับไม่ถ้วน ดูแล้วอุจาดตาและทำลายทัศนียภาพความงามและความสงบสุขตามที่ควรจะเป็น หน้าพระอุโบสถซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อที่ผู้คนทั้งประเทศเลื่อมใส เคารพบูชา อย่างไม่มีชิ้นดี
ด้านหลังพระอุโบสถซึ่งเป็นที่จอดรถของวัด ไม่เก็บเงินค่าจอดรถ แต่มีเด็กหนุ่มวัดหลายคนสะพายกระเป๋าอำนวยความสะดวกให้คนที่เข้ามาจอดรถนั้น ก็เป็นที่จอดรถดินลูกรัง ไม่มีการจัดระเบียบการจอด ไม่มีต้นไม้ปลูกให้ร่มเงาและความงามตามธรรมชาติแม้แต่ต้นเดียว ทั้งๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำบางปะกงที่งดงาม ด้านทางออกมีเศษขยะ เศษธูป เศษเทียน กองเป็นภูเขาเลากาให้ดูเป็นที่ระลึกเพื่อความประทับใจก่อนกลับบ้าน ความจริงวัดนี้เป็นวัดหลวงแห่งหนึ่ง ทำไมปล่อยให้สภาวะแวดล้อมรอบวัดดูเหมือนแหล่งเสื่อมโทรมได้ถึงขนาดนี้
ส่วนที่จะเล่าให้ฟังต่อไป ต้องขออภัยพุทธศาสนิกชนที่มีความเชื่อว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับพระกับเจ้าไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ด้วย แต่อยากเล่าประสบการณ์ที่ได้รับให้คนที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อจะปรับปรุงแก้ไขไม่ให้ใครมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายพระศาสนาของเรา
ประสบการณ์ที่ผมเจอด้วยตัวเอง รอบพระอุโบสถเมื่อวันอาทิตย์เพื่อจอดรถลงมาเอาชีวิตรอดจากจราจรภัยฝุ่นและความร้อน ในที่จอดรถผ่านกำแพงวัดเข้ามาด้านหลังพระอุโบสถ ใiv[มีระเบียงส่วนที่จัดให้พระภิกษุ 34 รูป นั่งรับสังฆทานจากผู้ที่มาทำบุญ ซึ่งว่าไปแล้วเป็นเรื่องปกติในหลายวัด และเป็นการอำนวยความสะดวกให้ญาติโยม
แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องเสี่ยงบาปกรรมพูดถึง คือ เผอิญผมกับลูกสาวและภรรยาไปถวายสังฆทานกับพระภิกษุรูปหนึ่ง พอกราบท่านเสร็จเห็นท่านยังเล่นไอโฟนติดพันอยู่ไม่เสร็จ พอวางไอโฟนท่านก็โยนซองสีชมพูลงมาให้ 3 ซอง ผมพูดไม่ออก เลยดึงเงินจากซองที่เตรียมไว้ถวายออกไปครึ่งหนึ่ง แล้วเอาส่วนที่เหลือแบ่งถวายท่านในซองที่ท่านโยนลงมาให้ก่อนเสียพิธี พอเสร็จพิธีคนมารับถังใส่เครื่องสังฆทานไปเวียนบนโต๊ะให้คนมา “ซื้อ” ทำบุญต่อไป มีคนนั่งตะโกนว่า ถังละ 100 บาท หยิบไปทำบุญได้เลย จะว่าสะดวกดีก็ได้ แต่ควรทำให้เรียบร้อย ให้คนทำบุญตามศรัทธา ซึ่งผมว่าจะได้เงินบริจาคมากกว่าให้คนตะโกนขายแน่นอน และยังเปิดโอกาสให้คนที่ยากจนจริงๆ ได้มีโอกาสถวายสังฆทานด้วย
นอกจากนั้น รอบพระอุโบสถที่ทำเป็นสวนหย่อมก็ยังอุตส่าห์เอาตุ๊กตาดินเผาที่ใช้แต่งสวนไปตั้งไว้โดยเฉพาะตุ๊กตาพระอุ้มบาตร แทนที่จะเอาไม้ดัดประเภทบอนไซ้มาตั้งให้ดูเคร่งขรึมมีค่าสมควรแก่การประดับประดารอบนอกพระอุโบสถ
ผมทราบดีว่าปัญหาเรื่องการบริหารจัดการวัดหลวงแห่งนี้เป็นปัญหาเรื้อรังแก้ไขยาก แต่คำถามคือ เราจะปล่อยให้สภาพแวดล้อมอย่างนี้อยู่รอบองค์หลวงพ่อโสธรที่เราเคารพกราบไหว้ต่อไปอีกนานเท่าไร และที่เล่าให้ฟังทั้งหมดก็เพราะมีความเลื่อมใส ศรัทธาในองค์หลวงพ่อโสธรอย่างมากคนหนึ่ง และอยากเห็นท่านประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถที่สงบ แวดล้อมด้วยต้นไม้ใบหญ้า และสิ่งตกแต่งที่มีคุณค่าสมควรแก่ความสำคัญของท่านในฐานะพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ไม่ใช่อยู่ในแหล่งเสื่อมโทรมอย่างปัจจุบัน
เสร็จสงครามปิดกรุงครั้งนี้แล้ว ใครที่มีอำนาจช่วยลงไปดูแลหน่อยได้ไหมครับ ผมว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขระดับชาติ เพราะน่าจะมีเรื่องของผลประโยชน์มหาศาลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
แต่แน่นอนครับ ไม่ว่าสภาพแวดล้อมในและนอกวัดจะเป็นอย่างไร หลวงพ่อโสธรก็ยังเป็นพระพุทธรูปที่ชาวพุทธต้องไปสักการบูชา เพราะท่านยังดำรงความศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องแรกเลย คือ เรื่องของเศรษฐกิจที่กำลังมีปัญหาขณะนี้ และจะมีปัญหาหนักขึ้นต่อไปอย่างแน่นอน กล่าวคือ ผมอ่านพบคำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารเศรษฐกิจภาครัฐท่านหนึ่ง จำไม่ได้ว่าใครที่กล่าวว่า ปัญหาใหม่ของผู้ประกอบการขณะนี้ คือ ปัญหาสต๊อกบวม กล่าวคือ มีการเก็บสินค้าที่จะนำออกไปจำหน่ายมากเกินไป
ใช่ครับ การที่ผู้ประกอบการมีสินค้าคงคลังมากเกินไป ทำให้เกิดปัญหาในการประกอบธุรกิจแน่นอน เพราะการซื้อหรือผลิตสินค้ามาแล้วเก็บไว้เพิ่มขึ้น ทำให้เงินทุนหมุนเวียนไปจมอยู่ในมูลค่าของสินค้าที่เก็บไว้ และเมื่อสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตจำเป็นต้องลดปริมาณการผลิตสินค้าลง ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าต่อหน่วยเพิ่มขึ้น เพราะต้นทุนการผลิตคงไม่ลดลงตามปริมาณการผลิต ประสิทธิภาพในการผลิตรวมก็ลดลง ยิ่งถ้าต้องมีการชัตดาวน์เครื่องจักรที่ต้องใช้เงินทุนในการเดินเครื่องใหม่จำนวนมาก ก็ยิ่งเป็นปัญหาในการหาเงินมาลงทุนเพิ่มในอนาคต ทำให้ปรับตัวไม่ได้เมื่อเศรษฐกิจพลิกฟื้น และจำเป็นต้องผลิตสินค้าเพิ่ม
แต่จริงๆ แล้วการที่สต๊อกบวมในสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ ไม่ใช่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ประกอบการมีปัญหาทางการเงิน แต่เป็นผลที่เกิดจากสาเหตุอื่น และการแก้ไขก็ต้องไปแก้ไขที่สาเหตุ
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้สต๊อกบวมในสภาวะเศรษฐกิจขาลง สาเหตุหลักคือธุรกิจขายสินค้าไม่ได้ เมื่อขายสินค้าออกไปไม่ได้ ก็จำเป็นต้องเพิ่มสินค้าเอาไว้ ทำให้สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นทุกวันที่เรียกว่า สต๊อกบวม
การแก้ไขก็คือ ต้องพยายามหาสาเหตุว่าทำไมขายสินค้าไม่ได้ แล้วพยายามแก้ไขทำให้ขายได้ หรือพยายามผลิตสินค้าอย่างอื่นไปขาย ถ้าขายได้สต๊อกก็จะไม่บวม
ในสภาวะเศรษฐกิจปกติ เป็นเรื่องของการบริหาร การจัดการดีมานด์และซัพพลาย การบริหารซัพพลายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้สามารถแข่งขันได้
แต่ถ้าปัญหาเกิดขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ปกติเช่นในปัจจุบัน ผู้ซื้อไม่กล้าซื้อเพราะกลัวความเสี่ยงจากปัญหาทางการเมือง จะทำให้คู่ค้าในประเทศไทยไม่สามารถจัดส่งสินค้าให้ครบตามจำนวนและเวลาที่กำหนด อย่างนี้ก็คงได้แค่รอต่อไปว่า เมื่อไรสงครามในประเทศถึงจะสงบ ผู้ซื้อจะได้มีความเชื่อมั่นว่าจะค้าขายกันต่อไปได้ตามปกติ
ตราบใดที่เหตุการณ์ไม่สงบ ข้างหนึ่งดึง ข้างหนึ่งยื้อ ผู้ประกอบการก็เหลือทางเลือกเพียง 2 อย่าง คือ ลดค่าใช้จ่ายเท่าที่จะทำได้ เพื่อซื้อเวลาให้ทุกอย่างสงบ เศรษฐกิจฟื้นตัวจะได้ค้าขายต่อไป กับรีบเจรจากับบรรดาเจ้าหนี้ให้ยอมฮั่งเซ้ง ยืดเวลาชำระหนี้ ลดดอกเบี้ยให้บ้าง ช่วงที่สถานการณ์ยังไม่เรียบร้อย
ไม่ก็นั่งสวดอิติปิโสอย่างที่คุณสุเทพว่า และรีบไปกราบขอพรจากหลวงพ่อโสธรให้ผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยดี







