posttoday
คูหาสงบ...สลบยาว กทม.ใช้สิทธิ์ 26.18% "เหนือ-อีสาน" วูบ

คูหาสงบ...สลบยาว กทม.ใช้สิทธิ์ 26.18% "เหนือ-อีสาน" วูบ

03 กุมภาพันธ์ 2557

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. แกนนำผู้ชุมนุมขับไล่ระบอบทักษิณ ต่างพูดไปในทิศทางเดียวกันว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นชัยชนะของฝ่ายตัวเอง

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. แกนนำผู้ชุมนุมขับไล่ระบอบทักษิณ ต่างพูดไปในทิศทางเดียวกันว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นชัยชนะของฝ่ายตัวเอง

ด้านสุเทพได้ประกาศชัยชนะว่าการที่ประชาชนไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่สามารถประกาศผลคะแนนได้ ถือเป็นความสำเร็จของมวลมหาประชาชน

ทั้งนี้ วันที่ 3 ก.พ. สุเทพได้นัดมวลชนเดินจากแยกลาดพร้าว ผ่านสะพานควายไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อนำผู้ชุมนุมทั้งสองเวทีนี้ไปรวมกับเวทีสวนลุมพินี

ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ก็พอใจที่ภาพรวมการเลือกตั้งไม่เกิดความรุนแรง และการที่ประชาชนไปใช้สิทธิถือเป็นการร่วมกันรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ แต่ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันประคับประคองแก้ไขปัญหาไปทีละขั้น และแก้ด้วยสันติวิธี

“การเลือกตั้งเป็นจุดเริ่มต้นการแก้ปัญหา ภาพรวมที่เกิดขึ้นทั้งหมดถือเป็นสิ่งที่ดี โดยเฉพาะประชาชนออกมาร่วมรักษาประชาธิปไตย แม้สภาผู้แทนราษฎรจะเปิดไม่ได้ เนื่องจากบางหน่วยเลือกตั้งไม่ได้ก็ต้องแก้ปัญหาต่อไป” นายกรัฐมนตรี ระบุ

อย่างไรก็ตาม แม้ต่างฝ่ายต่างพอใจ แต่ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ก็ไม่ได้มีความหมายใดๆ หรือมีผลให้ความขัดแย้งทางการเมืองยุติลง เพราะกลุ่ม กปปส.ยืนยันจะเดินหน้าขับไล่รัฐบาลชุดนี้ต่อไป

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ได้แต่ประวิงเวลาอยู่ในอำนาจไปเรื่อยๆ จนกว่า กกต.จะจัดการเลือกตั้งให้ได้ สส.ครบ 95% จนกว่าจะเปิดสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีได้อาจต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยถูกแช่แข็งไปถึงครึ่งปี เนื่องจากรัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ ขณะที่ภาคเอกชนต่างได้รับผลกระทบแตกต่างกันไป

อย่างไรก็ดี หากจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นระหว่างรอ กกต.จัดการการเลือกตั้ง จุดเปลี่ยนอาจอยู่ที่การตัดสินคดีทุจริตจำนำข้าวของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ ป.ป.ช.ก็ต้องใช้เวลาไต่สวนอีกระยะ

สำหรับผลการเลือกตั้ง ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. แถลงภาพรวมว่า หน่วยเลือกตั้งทั้ง 93,952 หน่วยเลือกตั้ง เปิดให้ลงคะแนนได้ 89.2% โดยมีประกาศงดลงคะแนนใน 18 จังหวัด ซึ่งเป็นการงดลงคะแนนทั้งจังหวัด 9 จังหวัด และงดลงคะแนนไปบางส่วน 9 จังหวัด รวมแล้ว 69 เขต ซึ่งเป็นจำนวนที่เป็นการประกาศงดทุกหน่วย 38 เขต และบางหน่วย 31 เขต

เฉพาะเขตเลือกตั้งทั้ง กทม. ปรากฏว่า มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 26.18% ลดลงจากการเลือกตั้งปี 2554 มีผู้ใช้สิทธิถึง 71.8%

สำหรับภาคเหนือตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ เวลา 22.00 น. บางหน่วยงานได้รายงานว่าจำนวนผู้ใช้สิทธิในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 56.14% จากครั้งที่แล้วอยู่ที่ 72.47% ภาคเหนืออยู่ที่ 54.03% คราวที่แล้ว 77.16%

สถานการณ์หลังจากนี้ทาง จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ประเมินว่า การเมืองหลังจากนี้จะรุนแรงขึ้นเพราะสุเทพก็ต้องเร่งเกมแรง แต่คงต้องสู้กันอีกยาว

เมื่อสถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อและยังมีความสุ่มเสี่ยงความรุนแรง ระบบเศรษฐกิจย่อมได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่กงกฤช หิรัญกิจ อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักสุดในรอบ 8 ปี นับจากเกิดปัญหาทางการเมืองตั้งแต่ปี 2549

เนื่องจากปัญหาการเมืองในครั้งนี้ กระทบต่อสภาพจิตใจคนไทยและบรรยากาศทางการท่องเที่ยวภายในประเทศ คนไทยชะลอวางแผนเดินทางท่องเที่ยวล่วงหน้า รวมถึงยกเลิกการเดินทางช่วงนี้เกือบเกลี้ยงตลาด

นอกจากนี้ การมีรัฐบาลรักษาการ และการเลือกตั้งที่ยืดเยื้อจนไม่มีรัฐบาลชุดใหม่มาบริหารประเทศนานร่วม 6 เดือน จะกระทบต่อทุกภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการท่องเที่ยวกลุ่มจัดประชุมสัมมนา (ไมซ์)

“ขณะนี้ทำอย่างไรก็ได้ให้จัดตั้งรัฐบาลได้เร็วที่สุด เพื่อขับเคลื่อนในทุกๆ เรื่อง หากรออีก 6 เดือนข้างหน้าทุกภาคส่วนจะสะบักสะบอมอย่างหนัก เครื่องยนต์แต่ละกลุ่มจะค่อยๆ ดับลง โดยเห็นได้ว่าปัจจุบันมีเพียงธุรกิจเอกชนที่ยังขับเคลื่อนอยู่ แต่ไตรมาส 2 จะอ่อนแรงลง” กงกฤช กล่าว

ทั้งนี้ ปัญหาการเมืองส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไตรมาส 12 เติบโตลดลง 15-20%

เช่นเดียวกับ พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ก็เห็นว่า หากสุญญากาศทางการเมืองทอดเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภาคธุรกิจเองต้องช่วยเหลือตัวเองไม่ให้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะตลาดส่งออก เนื่องจากหวังพึ่งนโยบายรัฐบาลไม่ได้ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะต้องหารือกันเพื่อบุกตลาดการค้าร่วมกัน เช่น ธุรกิจปศุสัตว์ ที่จะต้องเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันเอง

“การเมืองหลังจากนี้ยังคงคุกรุ่นต่อไป ยังลูกผีลูกคน แต่ถ้าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ตัวหลักตอนนี้อยู่ที่ข้าราชการประจำ หาก 10 กระทรวงหยุดงาน ทุกอย่างจะหยุดหมด แล้วไปร่วมกันอย่างจริงจังเพื่อปฏิรูปประเทศ” พรศิลป์ ระบุ

พรศิลป์ ย้ำว่า หากสถานการณ์ลากยาวไปอีก 6 เดือน จะเป็นแรงกดดันให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยเติบโตได้เพียง 2% เท่านั้น ขณะที่การลงทุนใหม่ๆ จะไม่เกิดขึ้น การท่องเที่ยวจะไม่ขยายตัว มีแต่การส่งออกเท่านั้นที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท