
สตช.สรุปสถานการณ์การเลือกตั้งเรียบร้อยดี
โฆษกตำรวจ แถลงสรุปผลการติดตามสถานการณ์การเลือกตั้ง เรียบร้อยดี ไม่มีเหตุร้าย พบมีฉีกบัตร 3 ราย ประชาชนแจ้งความใช้สิทธิ์ไม่ได้กว่า 6 พันคน
โฆษกตำรวจ แถลงสรุปผลการติดตามสถานการณ์การเลือกตั้ง เรียบร้อยดี ไม่มีเหตุร้าย พบมีฉีกบัตร 3 ราย ประชาชนแจ้งความใช้สิทธิ์ไม่ได้กว่า 6 พันคน
เมื่อวันที่ 2 ก.พ.57 เวลา 16.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แถลงสรุปผลการติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งปี 2557 ว่าจากการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 93,961 หน่วย รวมทั้งการจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดเจรจาต่อรอง ชุดพนักงานสอบสวน และชุดคลี่คลายสถานการณ์ต่าง ๆ ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จากการตรวจสอบปรากฏว่า มีหน่วยเลือกตั้งที่สามารถเปิดหีบเลือกตั้งและให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งได้ทั้งประเทศ 83,813 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 89.2 สำหรับในพื้นที่กรุงเทพฯ มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 6,671 หน่วย สามารถเปิดหีบเลือกตั้งและให้ประชาชนมาลงคะแนนเสียงได้ 6,194 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 92.8 จากการตรวจสอบการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง โดยทั่วไปไม่มีเหตุร้ายแรง
ส่วนการฉีกบัตรเลือกตั้ง จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีจำนวน 3 ราย ในพื้นที่กรุงเทพฯ เขตมีนบุรี จากการตรวจสอบเป็นการเข้าใจผิด จ.นครปฐม มี 1 ราย จากการตรวจสอบ ยอมรับว่าตั้งใจฉีกบัตรเลือกตั้ง จ.สมุทรสาคร มี 1 ราย จากการตรวจสอบ เป็นการเข้าใจผิด ซึ่งทั้ง 3 รายมีการดำเนินการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ในวันนี้มีประชาชนไปแจ้งความยังสถานีตำรวจต่าง ๆ ทั่วประเทศ กรณีไม่รับความสะดวก ไม่สามารถไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้นั้น ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. มีจำนวน 4,826 คน ก่อนหน้านี้มีประชาชนแจ้งความไว้ 1,374 คน รวมทั้งสิ้น 6,200 คน ที่ได้แจ้งความยังสถานีตำรวจทั่วประเทศ โดยกว่าร้อยละ 90 อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ
สำหรับข้อหาที่ประชาชนมาร้องทุกข์และแจ้งความเป็นหลักฐาน ประกอบด้วย 2 ข้อหาหลัก 1.ข้อหากรณีที่มีผู้ชุมนุมมาขัดขวางการเลือกตั้ง แบ่งเป็น กรณีไม่สามารถไปใช้สิทธิ์ ณ หน่วยเลือกตั้งได้ เนื่องจากมีผู้ชุมนุมอยู่ หรือ กรณีที่ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้โดยสะดวก เนื่องจากการปิดกั้นทางเข้า-ออก หรือ บัตรเลือกตั้งไม่สามารถนำออกจากหน่วยเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งได้ 2.กรณีไปยังหน่วยเลือกตั้งแล้ว ไม่มีคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่อยู่ ซึ่งทั้งสองกรณี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ทุกหน่วยเลือกตั้ง ทุกสถานีตำรวจตรวจสอบถึงข้อหาความผิดกฎหมายต่าง ๆ ดังกล่าว ให้มีการสอบสวนอย่างแน่ชัดว่าเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ หรือไม่เข้าข่ายความผิด ให้ตรวจสอบให้แน่ชัด
ทั้งนี้ ข้อหาเกี่ยวกับการชุมนุมขัดขวางการเลือกตั้งนั้น จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2550 มาตรา 76 ซึ่งได้กำหนดไว้ว่า ห้ามผู้ใดกระทำการโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อไม่ให้ไปใช้สิทธิ์ หรือหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หรือลงคะแนน ณ ที่ลงคะแนนเลือกตั้ง หรือ ไปถึงหน่วยเลือกตั้งภายในที่กำหนด นั้น กฎหมายระบุโทษจำคุกตั้งแต่ 1ปี - 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง มีกำหนด 5 ปี ถ้าการกระทำผิดดังกล่าวนั้น เกิดในพื้นที่ที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เช่น ในความผิดนั้นเกิดในกรุงเทพฯ หรือ ปริมณฑล จะเพิ่มความผิดกรณีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีการกล่าวหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง หากจงใจไม่มาปฏิบัติหน้าที่ จะระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี -10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 บาท – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนเลือกตั้งทั้งหมด 10 ปี ดังนั้นความผิดส่วนใหญ่ที่ประชาชนไปแจ้งความนั้น พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบว่าผู้ใดทำผิดอย่างไรในส่วนที่มีหลักฐานความผิดชัดเจน ส่วนกรณีที่มีหลักฐานปรากฏว่าได้ดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ก็จะให้แยกส่วนในการดำเนินการต่อไป
ส่วนการดำเนินคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม หรือ การไปเลือกตั้งในครั้งต่อไป ได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการทุกหน่วยดำเนินการไปตรวจสอบควบคุมความผิดต่าง ๆ ด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้รองผู้บัญชาการเข้าไปช่วยเหลือการทำหน้าที่ของพนักงานสืบสวนสอบสวน ส่วนในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงไปช่วยแก้ไขปัญหาและคลี่คลายสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ดีขึ้น
ทั้งนี้ภาพรวมในการเลือกตั้งวันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอขอบคุณประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และร่วมกันทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายไปได้ด้วยดี ขอบคุณประชาชนที่อาจไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ แต่ช่วยกันดูแลสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง กกต. และอาสาสมัครต่าง ๆ ที่ช่วยกันดูแลให้การดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เบื้องต้นขณะนี้ ทั้ง 83,025 หน่วย ยังไม่เสร็จสิ้น อยู่ระหว่างการนับคะแนน เก็บรวบรวมหลักฐานการเก็บเอกสารนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย ให้ดูแลความสงบเรียบร้อยจนกว่าเจ้าหน้าที่คนสุดท้ายจะออกจากหน่วยเลือกตั้ง และพร้อมจะดูแลกระบวนการเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งล่วงหน้าต่อไป ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 หรือวันอื่น ๆ นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติยินดีที่จะให้การสนับสนุนในการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งในทุกระดับอย่างเต็มที่







