
"ปิกนิกกลางกรุง"2ก.พ.ไม่ไปเลือกตั้ง
วทีราชประสงค์มีผู้ชุมนุมมารวมตัวกันมากมายกว่าทุกๆ วัน และต่างประกาศเป็นเสียงเดียวกันว่า เมื่อเช้าต่างพร้อมใจกันไม่ได้ไปเลือกตั้ง
โดย...วราภรณ์ ผูกพัน
เวทีราชประสงค์วันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ. อันเป็นวันที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกเขตทั่วประเทศ แต่เวทีราชประสงค์มีผู้ชุมนุมมารวมตัวกันมากมายกว่าทุกๆ วัน และต่างประกาศเป็นเสียงเดียวกันว่า เมื่อเช้าต่างพร้อมใจกันไม่ได้ไปเลือกตั้ง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในชีวิต และเปลี่ยนเป้าหมายมาปิกนิก กลางกรุง หอบเสื่อ หอบครกมาตำส้มตำกลางถนนราชดำเนินครั้งแรกในชีวิต
เชอรี่ นักโฆษณาสาว อดีตนิสิตคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาวันนี้เดินทางมาเวทีราชดำเนินพร้อมคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่ 11.00 น. จับจองพื้นที่บนทางเดินสกายวอล์คด้านบนของเวที โดยข้างๆ ตัวมีถุงใส่กล่องข้าวเหนียว หมูทอด กระเพาะปลา ส้ม และน้ำดื่ม มาปิกนิกที่ราชประสงค์แทนการไปเลือกตั้งเมื่อเช้า เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ประชาชนพึ่งกระทำในสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้
“ที่บ้านตัดสินใจไม่นานที่จะไปเลือกตั้ง ทีแรกมีโหวต โน กับโน โหวต ถ้าเราไปโหวตโนรัฐบาลจะคิดว่าสนับสนุนการเลือกตั้ง แต่ถ้า โนโหวต ก็กลัวจะมีใครไปสวมสิทธิ์ ก่อนหน้านี้ในเฟซบุ๊กก็มีให้เราไปเช็คว่า ใครจะมาสวมสิทธิ์เราหรือไม่ โดยคลิกเข้าไป พวกเพื่อนๆ เช็คแล้วว่าเป็นของปลอม หากเราเข้าไปก็เท่ากับเป็นการสนับสนุนเขา และการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งก็ไม่ใช่ เมื่อเช้าเราจึง โน โหวตกันทั้งครอบครัวและเตรียมอาหารพากันมานั่งเล่นกันที่นี่ คาดว่าจะกลับกันสัก 2 ทุ่ม หลังจากปิดหีบเลือกตั้ง อยากให้คนร่วมใจกันเยอะ หากเราไม่ร่วมแรงร่วมใจกันในวันนี้เราจะต้องทนกับระบบนี้ไปอีกนาน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ทีแรกก็รู้สึกกลัวว่าจะส่งผลกระทบอะไรกับเราหรือเปล่า แต่เท่าที่ศึกษาหากเราไม่ไปเลือกตั้งในวันนี้และรอไปเลือกตั้งสมาวุฒิสภาราวเดือนมีนาคมก็จะถือว่าเราใช้สิทธิ์ โดยไม่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองใด ๆ วันนี้ก็ตั้งใจมาปิกนิกตามธีมของลุงกำนัน เพราะการชุมนุมที่ยืดยาวแบบนี้ต้องมีกิจกรรมเล็กๆ กระตุ้นทำให้เรารู้สึกไม่เหนื่อยและไม่อ่อนล้า ก็จะทำให้เราไม่เหนื่อยไม่ล้า แต่อย่างไรก็ยังยืนยันจะสู้ต่อไป ”
อีกหนึ่งครอบครัว ศรินรัตน์ อาชีพค้าขาย วัย 53 ปี กับครอบครัวและเพื่อนอีก 10 คน ร่วมทั้ง กุลธิดา ปริยาศักดิ์ วัย 53 ปี วันนี้เตรียมอาหารทั้งคาวและหวาน ได้แก่ ข้าวเหนียว หมูทอด ส้ม น้ำ ขนมปัง ข้าวเหนียวห่อ เพื่อมาปิกนิกโดยเฉพาะ แล้วยังมีน้ำใจนำข้าวเหนียวหมูห่อใบตองไปมอบให้ชาวต่างจังหวัดที่ปักหลักประชุมกันที่ราชดำเนินด้วย ปกติมาร่วมชุมนุมทั้งที่เวทีราชประสงค์ และเวทีปทุมวัน แต่วันนี้เลือกมานั่งเล่นที่ราชประสงค์เพราะใกล้บ้าน เมื่อเช้าก็ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพราะต้องเตรียมอาหารมาปาร์ตี้กันที่นี่ แม้ต่างพร้อมใจกันไม่ได้ไปเลือกตั้งเมื่อเช้า แต่ก็ไม่กลัวเพราะไม่คิดว่าจะลงเล่นการเมืองใดๆ อยู่แล้ว ไม่ไปเลือกตั้งเพราะอยากให้รัฐบาลเห็นแก่ประชาชน และรู้จักการเสียสละบ้าง
แม้การชุมนุมครั้งนี้คาดว่าจะยืดเยื้อแต่ก็ไม่ท้อเพราะ การต่อสู้ด้านการเมืองแม้ไม่ได้ได้ชัยชนะมาง่ายๆ บางประเทศต้องสู้กันมานานกว่า 13 ปี แต่เราก็ยังต้องสู้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ท้อ อยากให้กำลังใจชาวนาด้วยการให้ข้าวเหนียวเขากินเพื่อเปลี่ยนรสชาติ แล้วเรายังกราบเขาด้วย เราเป็นคนกรุงเทพ เราไม่อึดเท่าเขา เขาต้องนอนค้างที่นี่หลาย ๆ คืนแล้ว เขาน่าจะรู้สึกท้อ แต่เขามีจิตใจที่กล้าหาญมาก ๆ บางคนเป็นคนใต้ชาวต่างจังหวัดเขาน่าสงสารกว่าเรา เราก็อยากเป็นกำลังใจให้ทั้งเขาและตัวเองให้เขาสู้ต่อไปไม่ท้อ แม้รัฐบาลจะดันทุรังให้ตัวเองชนะการเลือกตั้งต่อไป
ฟากประชาชนที่มาปิกนิกกันกลุ่มใหญ่ๆ มาก ๆ หนึ่งในนั้นคือ ทัศนีย์ แก้วอบเชย ราชการครูเกษียณอายุราชการแล้ว ก็เป็นหนึ่งในผู้หอบครกส่วนตัวมาทำส้มตำกันสด ๆ ริมถนนสุขุมวิทด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเกษรกันเลย อดีตคุณครูเล่าว่าเมื่อครั้งที่เธอรับราชการครูก็ได้มีหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยเลือกตั้งเขตทุ่งครุหลายครั้ง แต่วันนี้ขอไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งซึ่งนับเป็นครั้งแรกในชีวิต นอกจากส้มตำและมะละกอที่มาหั่นกันสด ๆ แล้ว ยังเตรียมเสบียงเช่น แกงไตปลา สลัดผัก ไส้กรอก อีสาน น้ำพริกตาแดงกินกับข้าวสวย
“วันนี้ที่ไม่ไปเลือกตั้งเพราะรู้ว่า เลือกตั้งเสร็จทุกอย่างก็เป็นโมฆะอยู่แล้ว เพราะหลายหน่วยก็ไม่ได้เลือกตั้ง ดิฉันก็ไม่คิดจะไปเล่นการเมือง หรือสมัครอบต.อยู่แล้ว ดิฉันจึงขอใช้สิทธิประชาชน และวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ วันนี้ว่าจะอยู่ยาวไปถึง 4-5 ทุ่ม หลังจากฟังลุงกำนันพูดจบก็จะเดินทางกลับ”
ปิดท้ายที่กลุ่มเพื่อนที่คบกันทั้งตั้งแต่เรียนมัธยมที่โรงเรียนดรุณพิทยา รุ่น 18 ได้แก่ นุชนาฎ สมศักดิ์ และ ธนมน เจ้าของธุรกิจโกดังเก็บข้าว และปลูกพืชผลทางการเกษตรเช่น ข้าว และเห็ด นุชนาฎ เล่าว่า เมื่อกำนันสุเทพแนะว่าให้พวกเรามาปิกนิกกันเราก็ชวนพ้องเพื่อนมาร่วมปิกนิกกัน รวมพลได้กว่า 6 คน แต่มาตอน 11.00 ก่อน 3 คน ทุกคนต่างพร้อมใจกันไม่ไปเลือกตั้งกันทั้งครอบครัวของตนเอง ซึ่งการไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต ตัดสินใจไม่ยาก และไม่รู้สึกลำบากใจเลย รู้สึกสบายใจด้วยซ้ำที่ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะรู้สึกว่าเลือกไปก็ไม่มีความหมาย เป็นโมฆะอยู่แล้ว เพราะหลายหน่วยก็ไม่ได้เลือกตั้ง
ครั้งนี้ถือมาชุมนุมกันในบรรยากาศที่แปลกใหม่ และรู้สึกสนุกที่ได้มานั่งปิกนิกกันกลางกรุงเป็นครั้งแรกซึ่งหาโอกาสแบบนี้ไม่ได้ง่ายๆเมนูที่เตรียมแพคใส่กล่องมาวันนี้ได้แก่ ผัดโกยซีหมี่ เป็ดผัดกระเทียมพริกไทย ขนมเค้กโฮมเมด ผลไม้ ข้าวสารปลูกเอง โดยเตรียมเสบียงมาค่อนข้างมากเพราะตั้งใจจะอยู่ยาวถึง 5 ทุ่ม
สมศักดิ์เล่าว่าที่เลือกมาที่เวทีราชประสงค์เพราะเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความหลากหลาย มีทั้งเวทีราชประสงค์ และปทุมวันที่ไปได้ อีกทั้งยังมีเวทีอาร์ตเลนที่ชิดลมบ้างเป็นครั้งคราว ที่เวทีราชประสงค์แห่งนี้จึงมีเสน่ห์ดึงดูดให้เลือกมานั่งปิกนิกที่นี่
ฝั่ง ธนมน นักธุกิจเจ้าของโกดังเก็บข้าว บอกว่า จริง ๆ เธอก็ไม่ได้ชอบคุณสุเทพ แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบและรู้สึกดีในความกล้าหาญของกำนันสุเทพในครั้งนี้ ดังนั้นเราจึงต้องออกมา “เราทำธุกริจการค้าเรายังต้องเสียงภาษี แต่ธุรกิจของอดีตนายกไม่ต้อง มันเหมือนไม่ได้ใช้กฎหมายเดียวกันในการปกครองประเทศ ซึ่งไม่ถูกต้อง ”
นุชนาฎเล่าว่า ครั้งนี้แม้ตนเองใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่เยอรมัน แต่เมื่อบ้านเมืองเป็นแบบนี้เธอก็ขออยู่ร่วมชุมนุมกับคนอื่นๆ ด้วย
“เมื่อเช้าแม้ไม่ได้ไปเลือกตั้งแต่รู้สึกดีใจ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มิใช่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ในเมื่อรัฐบาลไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และไม่รู้สึกผิดด้วย แม้การมาร่วมชุมนุมหลาย ๆ ครั้งจะทำให้เหนื่อยแต่ก็ไม่ท้อ เพราะหากเราไม่ทำวันนี้ลูกหลานเราก็อยู่ลำบาก และอยากให้รู้ว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นอย่างไร ทุกครั้งที่ได้ข่าวว่ามีระเบิดที่ไหนดิฉันกลับไม่รู้สึกกลัว เพราะเราต้องออกไปช่วยกัน มันคือหน้าที่ เพราะเรารักพื้นแผ่นดินไทยเหมือน ๆ กัน แม้เราจะอายุ 50 ปีแล้ว เราก็อยากทำประโยชน์ให้ประเทศชาติบ้าง เพราะประเทศไทยไม่ใช่ของตระกูลชินคนเดียว ”







