
ตร.ระบุเหตุปะทะหลักสี่กปปส.ยิงใส่ฝ่ายเดียว
พฐ.ตรวจแนววิถีกระสุนหลักสี่ระบุกลุ่มกปปส.ลาดพร้าวเป็นผู้ยิงใส่กลุ่มสนับสนุนการเลือกตั้งเพียงฝ่ายเดียว
พฐ.ตรวจแนววิถีกระสุนหลักสี่ระบุกลุ่มกปปส.ลาดพร้าวเป็นผู้ยิงใส่กลุ่มสนับสนุนการเลือกตั้งเพียงฝ่ายเดียว
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ พร้อมพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษก บชน. และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เดินทางเข้าตรวจสอบบริเวณแยกหลักสี่ที่เกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุม กปปส. และกลุ่มของนายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จังหวัดปทุมธานี ที่นำมวลชนมาสนับสนุนการเลือกตั้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 คน
พล.ต.ท.คำรบ ระบุว่า จากการตรวจสอบวัตถุพยานพบหัวกระสุนเพิ่มเติมอีก 2 รายการ ที่บริเวณหลังป้อมจราจร สน.ทุ่งสองห้อง ใต้สะพานข้ามแยกหลักสี่ และบริเวณรถสายตรวจของตำรวจที่จอดอยู่หน้าป้อม เป็นกระสุนชนิด .38 โดยทิศทางวิถีกระสุนยิงมาแจกบริเวณแนวแบริเออร์ รวจุดกลับรถ และจากการรวบรวมหลักฐานตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา สามารถเก็บปลอกกระสุนและหัวกระสุนได้ทั้งสิ้น 25 รายการเป็นกระสุนปืนชนิด ลูกซอง .38 9มม. ปืนคาร์บิ้น และ .223 ซึ่งใช้กับอาวุธปืนเอ็ม 16 ขณะที่เจ้าหน้าที่และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ตรวจสอบพื้นที่แล้วไม่พบสะเก็ดระเบิด จึงคาดว่าเสียงดังคล้ายระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อวานเป็นเสียงของปะทัดยักษ์
ทั้งนี้จากการจำลองเหตุการณ์พบว่ากลุ่ม กปปส. ลาดพร้าวจะอยู่ฝั่งทิศใต้ของถนนแจ้งวัฒนะ คือบริเวณป้อมจราจร ส่วนกลุ่มสนับสนุนการเลือกตั้งอยู่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าไอทีแสควร์ ขณะที่กลุ่ม กปปส.ของพระพุทธอิสระอยู่บริเวณเชิงสะพานข้ามแยกหลักสี่ ซึ่งปลอกกระสุนส่วนใหญ่พบที่บริเวณป้อมตำรวจ ส่วนหัวกระสุนพบอยู่ทั้งบริเวณป้อมตำรวจ และส่วนใหญ่อยู่หน้าไอทีแสควร์
ขณะที่พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำพยานบุคคล และตรวจพิสูจน์หลักฐานมาประกอบสำนวนในคดี เพื่อกำหนดทิศทางของกระสุน ว่ายิงมาจากจุดไหน และจุดดังกล่าวมีใครอยู่บ้าง โดยเบื้องต้นมีพยานหลักฐานเป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ที่สามารถจับภาพรูปพรรณสัณฐาน คนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน โดยจะเตรียมดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกิดจากกลุ่ม กปปส.ลาดพร้าว เป็นผู้ยิงใส่กลุ่มผู้มาสนับสนุนการเลือกตั้งเพียงฝ่ายเดียว
ส่วนคดีที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ประกอบด้วย คดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกระทำผิด 6 คดี ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คดีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ขัดขวางการเลือกตั้ง 16 คดี และมีผู้ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ไปลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ 13,055 ราย







