
ชูวิทย์ไปลงคะแนนเจอชายนิรนามบุกต่อย
ชายสวมนกหวีดบุกต่อยชูวิทย์หน้าหน่วยเลือกตั้งเจ้าตัวสวนกลับ เชื่อจะเกิดม็อบต้านกปปส.หวั่นประเทศแบ่งไทยเหนือ-ใต้
ชายสวมนกหวีดบุกต่อยชูวิทย์หน้าหน่วยเลือกตั้งเจ้าตัวสวนกลับ เชื่อจะเกิดม็อบต้านกปปส.หวั่นประเทศแบ่งไทยเหนือ-ใต้
เมื่อวันที่2ก.พ. เวลาประมาณ 9.00 น.ที่ถนนรัชดาภิเษก ซอย 3 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ได้เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 84 แขวงดินแดง เขตดินแดง ระหว่างนายชูวิทย์เดินทางเกือบจะถึงหน้าหน่วยเลือกตั้งมีชายนิรนาม ห้อยสายนกหวีดลายธงชาติ วิ่งเข้ามาสาดน้ำใส่นายชูวิทย์ ก่อนจะบุกเข้าไปต่อยทำร้าย ทำให้นายชูวิทย์ชกต่อยกลับ และกระโดดถีบ ขณะที่การ์ดของนายชูวิทย์ได้เข้ามาป้องกันจนเกิดการตะลุมบอนขึ้น ก่อนที่การ์ดจะกันตัวออกไป โดยชายคนดังกล่าวมีเลือดออกบริเวณหัวคิ้วบนใบหน้า
จากนั้นนายชูวิทย์ได้เดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้ง ปรากฏว่าที่หน่วยเลือกตั้ง ยังไม่มีการส่งหีบบัตรและบัตรเลือกตั้งเข้ามาแต่อย่างใด เนื่องจากมีมวลชน กปปส.เดินทางไปปิดล้อมสำนักงานเขตดินแดง อีกทั้งพบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งอยู่ประจำหน่วยแต่อย่างใด
ต่อมานายชูวิทย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่า ทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมกัน และความเห็นต่างที่เกิดขึ้นในสังคมไทยนั้นมีวิธีการจัดการได้โดยสันติ คือ การให้ประชาชนออกไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง ใช้กล่องลงคะแนนตัดสินความขัดแย้ง หากใครที่ไม่เห็นด้วยก็สามารถโหวตโนได้
วันนี้ตนออกมาปกป้องสิทธิของตนเอง แต่กลับมีกลุ่มคนที่ขัดขวางการเลือกตั้งด้วยวิธีการนี้ ตนเชื่อว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับ กปปส.ออกมารวมตัวประท้วงบ้างอย่างแน่นอน และอาจทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และเกิดการนองเลือดขึ้น และสถานการณ์ประเทศยังคงเป็นแบบนี้ ตนกังวลว่าในอนาคตประเทศไทยคงต้องแบ่งเป็นไทยเหนือ-ไทยใต้ มีการตั้งกำแพงแบ่งกลางที่ กทม.อย่างแน่นอน
นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ใช้คำพูดว่า การชุมนุมครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความสนุก มีการร้องรำทำเพลง จะไม่ขัดขวางการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับสวนทางกัน ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้นายสุเทพหยุดการใช้ประชาชนมาเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมือง และขอให้นายสุเทพเดินทางกลับ จ.สุราษฎร์ธานี
“ตอนแรก ผมก็ไม่เห็นด้วยกับ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ออกมาเป่านกหวีดต่อต้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เหมือนกัน แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ มันต้องให้คนทั้งประเทศตัดสินใจ ผมก็ไม่ชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่เห็นด้วยเรื่องการคอร์รัปชัน แต่ถามว่านายอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) และนายสุเทพที่เล่นการเมืองมา 35 ปีนี้ดีกว่าตรงไหน เอาตรรกะใดมาคิดว่าไม่เชื่อนักการเมืองคนอื่น แต่มาเชื่อนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ดังนั้นวันนี้ต้องให้คนทั้งประเทศตัดสินใจ ผมฟังนายสุเทพพูดมาร่วม 3 เดือน ไม่มีคำพูดไหนที่แสดงถึงการสงสารประชาชน หรือให้เกิดการประนีประนอม มีแต่ให้พูดให้ประชาชนออกไปเป็นเหยื่อล่อ แล้วกลับมาร้องไห้บนเวทีซ้ำซาก โดยไม่มีใครไปต่อต้าน วันนี้เชื่อว่าหากทหารปฏิวัติ อำนาจคงกลับไปอยู่ที่นายสุเทพทั้งหมด” นายชูวิทย์กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะเดินทางกลับบ้านทันที โดยจะส่งตัวแทนไปแจ้งความ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่กังวลเรื่องการสิทธิเลือกตั้ง เพราะเดือน มี.ค.นี้จะมีการเลือกตั้ง สว.อีกครั้ง ส่วนเรื่องการทำร้ายร่างกายนั้น ถูกต่อยเฉี่ยวที่หน้าผากเท่านั้น เพราะหลบทัน และชีวิตที่ผ่านมาเจอเหตุการณ์รูปแบบนี้เยอะ จึงไม่ติดใจแจ้งความคดีทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด







