posttoday
ไม่ลงคะแนนกับเขตผู้สมัครหลายคน

ไม่ลงคะแนนกับเขตผู้สมัครหลายคน

01 กุมภาพันธ์ 2557

ตอนนี้สิ่งที่ทุกคนถามถึงกันมากที่สุดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ หรือวันที่ 2 ก.พ.

ตอนนี้สิ่งที่ทุกคนถามถึงกันมากที่สุดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ หรือวันที่ 2 ก.พ. คือ จะไม่ไปใช้สิทธิ หรือไม่ไปทำหน้าที่ (no vote) หรือไม่เลือกใคร หรือไปกาไม่ประสงค์จะลงคะแนน (vote no) ดี ซึ่งในลักษณะเช่นนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่าการเลือกตั้งมีปัญหา เพราะโดยปกติจะต้องถามกันว่าจะเลือกใครดี (หรือเลวน้อยสุด) และแปลว่าประชาชนยังไม่เห็นถึงพลังของตนในการเลือกตั้งเพียงพอ แต่ก็ในเมื่อกำหนดมาแล้ว ก็คงจะต้องทำความเข้าใจกันให้ได้ในระดับที่จะต้องใช้การได้ด้วย

เรื่องไม่ไปใช้สิทธิกับเรื่องการกาไม่ประสงค์จะลงคะแนน เราได้คุยกันไปคราวที่แล้ว และได้มีหลายท่านพูดถึงไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้คนข้องใจคือ เรื่องไม่ประสงค์จะลงคะแนนในเขตที่มีผู้สมัครหลายคน ซึ่งอันที่จริงคราวที่แล้วเราก็ได้พูดคุยกันไปบ้าง แต่มีท่านผู้อ่านจำนวนมากติงมาว่ายังไม่ชัดเจน ลองพยายามพิจารณาตามตัวบทมาตรา 88 และ 89 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว. ดูนะครับ

“มาตรา 88 ในเขตเลือกตั้งใด ถ้าในวันเลือกตั้งมีผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งคนเดียว ผู้สมัครจะได้รับเลือกตั้งต่อเมื่อได้รับคะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น และมากกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้ง”

“มาตรา 89 ภายใต้บังคับมาตรา 88 ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครซึ่งได้รับคะแนนเลือกตั้งมากที่สุดในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง ... ”

มาตรา 88 คงเป็นที่เข้าใจแล้วว่า ในเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครคนเดียว ผู้นั้นจะได้รับเลือกก็ต่อเมื่อได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และไม่น้อยกว่าผู้ไม่ประสงค์จะลงคะแนน เมื่อมาตรา 89 กำหนดว่าภายใต้บังคับมาตรา 88 ก็จะทำให้พิจารณาได้สองนัย นัยหนึ่ง คือ หากไม่เป็นไปตามมาตรา 88 ก็คือ ให้พิจารณามาตรา 88 ก่อน เมื่อมีผู้สมัครมากกว่าหนึ่งคน ก็มาพิจารณามาตรา 89 โดยไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา 88 อีก นั่นคือนัยหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่ค่อยสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการมีเรื่องไม่ประสงค์จะลงคะแนนไว้ในกฎหมายเท่าใดนัก

อีกนัยหนึ่ง คือ เมื่อบัญญัติว่าภายใต้บังคับมาตรา 88 นั่นคือ ต้องนำเอาบทบัญญัติของมาตรา 88 มาพิจารณาในมาตรา 89 ด้วย ซึ่งมาตรา 88 กำหนดให้ผู้สมัครต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และไม่น้อยกว่าผู้ไม่ประสงค์จะลงคะแนน จึงจะถือว่าได้เป็นผู้แทนฯ ดังนั้นแม้ในเขตที่มีผู้สมัครหลายคน ผู้สมัครที่จะถือได้ว่าได้เป็นผู้แทน ก็จะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และไม่น้อยกว่าผู้ไม่ประสงค์จะลงคะแนน

มีหลายท่านท้วงติงเช่นกันว่าการตีความนัยหลังนี้มีปัญหา นั่นก็อาจจะใช่ โดยเฉพาะตามตัวบทหรือตามลายลักษณ์อักษร แต่หากตีความตามเจตนารมณ์ การที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะอ้างว่าเป็นผู้ได้เสียงข้างมาก หากได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ 20 ของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจะเรียกว่าได้เสียงข้างมากได้อย่างไร อย่างดีก็ได้แค่บอกว่าได้คะแนนมากกว่าผู้อื่น และได้คะแนนน้อยกว่าผู้ไม่ประสงค์จะลงคะแนน เท่ากับว่าแพ้ผู้ไม่เลือก จะเรียกว่าเป็นผู้แทนฯ ได้อย่างไร เราก็จะเห็นว่านัยนี้สอดคล้องกับการที่วิธีการเลือกตัวแทนเป็นเครื่องแสดงออกถึงการที่เราต้องการผู้ที่ได้เสียงข้างมากมาเป็นผู้แทนฯ

อันที่จริงได้เสียงถึงร้อยละ 20 ก็ยังไม่ใช่เสียงข้างมากของเขต แต่ก็พอถือได้ว่ามากพอ และยิ่งหากนับตามความเป็นจริง หากผู้สมัครไม่ว่าในเขตคนเดียว หลายคน หรือบัญชีรายชื่อ ได้คะแนนน้อยกว่าผู้ไม่ประสงค์จะลงคะแนน เท่ากับว่าคนเขาไม่เอา ท้ายนี้ ท่านจะไปเลือกอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องให้เกิดพลังอย่างแท้จริง และอย่าให้เสียเปล่านะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท