
ศาลพิจารณาคำร้องขอหมายจับ 16 แกนนำกปปส.
เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า ขึ้นเบิกความต่อศาลอาญาประกอบคำร้องของดีเอสไอขออนุมัติหมายจับ แกนนำ กปปส. 19 คน ผิด พรก.ฉุกเฉิน
เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า ขึ้นเบิกความต่อศาลอาญาประกอบคำร้องของดีเอสไอขออนุมัติหมายจับ แกนนำ กปปส. 19 คน ผิด พรก.ฉุกเฉิน
วันที่ 31 ม.ค. เวลา 09.00 น. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เดินทางมายังศาลอาญา รัชดา ตามที่ศาลได้นัดฟังคำสั่ง ในคดีที่ดีเอสไอยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับ 19 แกนนำ กปปส. ประกอบด้วย 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 2.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย 3.นายชุมพล จุลใส 4.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 5.นายอิสสระ สมชัย 6.นายวิทยา แก้วภราดัย 7.นายถาวร เสนเนียม 8.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 9.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ 10.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก 11.นายนิติธร ล้ำเหลือ 12.นายอุทัย ยอดมณี 13.เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ 14.พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 15.นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือนายอมร อมรรัตนานนท์ 16.นายกิตติชัย ใสสะอาด 17 นายสำราญ รอดเพชร 18 นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม และ 19นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ฐานกระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
โดยพ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า ในวันนี้ฝ่ายดีเอสไอได้เตรียมพยานบุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ /เจ้าหน้าที่ประจำจุดหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าซึ่งปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา มาเบิกความประกอบกับพยานเอกสารหลักฐาน กว่า 10 ปาก เบื้องต้น คาดว่าวันนี้ ศาลอาจจะยังไม่มีคำสั่ง เนื่องจากต้องไต่สวนพยานก่อน เเต่คาดว่าศาลจะนัดฟังคำสั่งอีกครั้ง ขณะที่ฝ่ายทนายผู้ถูกร้อง ทั้ง 19 คน มาศาลเพื่อยื่นคำร้องคัดค้านการออกหมายจับ
โดยมีพล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ขึ้นเบิกความต่อศาลเป็นปากแรก ต่อด้วย พ.ต.อ.ดร. มานะ เผาะช่วย ผู้กำกับฝ่ายอำนวยการ 8 กองบังคับการอำนวยการ บชน. และตามด้วยรองผู้กำกับการฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลต่างๆ อาทิ พ.ต.ท.จารุภัทร ทองโกมล รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต และ พ.ต.ท.อดิศักดิ์ บุญโทแสง รองผกก.สส.สน.ธรรมศาลาในพื้นที่ที่มีปัญหามวลชนไปชุมนุมปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า มาเบิกความต่อศาลเพื่อชี้ให้ศาลเห็นถึงพฤติกรรมของแกนนำ กปปส. ทั้ง 19 คน ว่ามีพฤติกรรมขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้า และกระทำผิด พรก.ฉุกเฉินอย่างไรบ้าง
ซึ่งขณะนี้ศาลยังอยู่ระหว่างการไต่สวนพยานที่มีมากกว่า 10 ปาก
อย่างไรก็ตามการขอหมายจับ แกนนำ กปปส . ผิด พรก. ฉุกเฉิน ที่ดีเอสได้ยื่นคำร้องต่อศาลในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งเเรกศาลได้ยกคำร้องไป ด้วยเหตุผลว่าพยานหลักฐานไม่มีมูลเพียงพอ
ต่อมา .พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยภายหลังขึ้นเบิกความต่อศาลอาญารัชดา ในฐานะพยานบุคคล ประกอบคำร้องของดีเอสไอ ที่ขออนุมัติศาลออกหมายจับ 19 แกนนำ กปปส. ว่าในวันนี้มีพยานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลควาทเรียบร้อยประจำหน่วยเลือกตั้งล่ววหน้าตามเขตต่างๆ เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อชี้ให้ศาลเห็นถึงการกระทำของกลุ่ม กปปส. ว่ามีการผิด พรก.ฉุกเฉินอย่างไร
ส่วนกรณีที่ศาลได้ออกหมายจับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับแกนนำบางส่วน ในข้อหากบฏ ไปแล้วก่อนหน้านี้ มีความแตกต่างกันกับการขอหมายจับในความผิดตาม พรก.ฉุกเฉิน เพราะเป็นกฏหมายพิเศษ ที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทันที 7 วัน โดยที่ทนายความไม่สามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวได้ และสถานการณ์ ยังไม่สงบก็สามารถก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลขอควบคุมตัวต่อได้ ส่วนสถานที่การควบคุมตัวผู้ต้องหาตาม พรก.ฉุกเฉิน จะไม่สามารถคุมตัวที่ สน. หรือกรมราชทัณฑ์ ได้ จะควบคุมผู้ต้องหาตามสถานที่ที่มรการกำหนดไว้ตาม พรก.ฉุกเฉิน อาทิ ตำรวจตะเวนชายแดนภาค 1
สำหรับในช่วงเช้านี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นเบิกความแล้วทั้งหมด 10 ปาก ส่วนช่วงบ่ายจะมีพยานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นเบิกความอีก 9 ปาก ส่วนศาลจะมีคำสั่งในวันนี้เลยหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
นอกจากนี้ทางนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ ระบุว่า วันนี้ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอคัดค้านหมายจับ และเตรียมพยานบุคคลไว้สำรอง หากศาลต้องการไต่สวนด้วย







