posttoday
ยุติขัดแย้งก่อนปฏิรูป

ยุติขัดแย้งก่อนปฏิรูป

31 มกราคม 2557

ความขัดแย้งและความรุนแรงที่เริ่มก่อตัวขึ้นในการเมืองไทยขณะนี้ ยังไม่มีทีท่าจะจบลงได้ง่าย เพราะฝ่ายรักษาการรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และฝ่าย กปปส. หรือคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต่างมีข้อเรียกร้องและมองทางออกของปัญหาแตกต่างกัน

ความขัดแย้งและความรุนแรงที่เริ่มก่อตัวขึ้นในการเมืองไทยขณะนี้ ยังไม่มีทีท่าจะจบลงได้ง่าย เพราะฝ่ายรักษาการรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และฝ่าย กปปส. หรือคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต่างมีข้อเรียกร้องและมองทางออกของปัญหาแตกต่างกัน

เสมือนการเดินที่เป็นเส้นขนาน ไม่มีจุดร่วมที่สามารถจะตกลงเจรจากันได้

จึงทำให้คนไทยทั้งประเทศและต่างชาติที่เฝ้าติดตาม ต่างกังวลในความไม่แน่นอนของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งนี้ น่าจะส่งผลออกไปในวงกว้างพอสมควร เพราะไม่เพียงแต่กระทบเศรษฐกิจภายในประเทศเท่านั้น แต่อาจลามไกลไปถึงประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันได้

ไม่กี่วันมานี้ เว็บไซต์อิระวดี รายงานว่า ผลของความขัดแย้งทางการเมืองไทย ทำให้รัฐบาลและราชการอยู่ในสถานะอ่อนแอ จนต้องชะลอแผนการลงทุนสำคัญๆ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านอุตสาหกรรมและแผนการส่งเสริมการลงทุนระหว่างรัฐบาลไทยและพม่าในโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งตกอยู่ในสภาวะชะงักงัน

ที่สำคัญความหวังที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางการค้าขายในภูมิภาค โดยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่าง ถนน รถไฟ และท่าเรือ ก็ต้องสะดุดหยุดลงเช่นกัน

โดยรวมแล้ว หากสถานการณ์การเมืองยังคงยืดเยื้อต่อไป จะมีส่วนกระทบต่อความแข็งแรงของอาเซียน เพราะไทยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอับดับ 2 ของกลุ่ม และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน ทำให้อาเซียนบรรลุเป้าหมายของการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค (ASEAN Connectivity) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558

ในส่วนของเศรษฐกิจไทยที่ปรากฏผลออกมาแล้ว ขณะนี้คือ GDP การส่งออก การลงทุนจากต่างประเทศ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ค่าเงินบาท ตลาดทุนและการท่องเที่ยว ต่างมีตัวเลขลดลงทั้งสิ้น

จนทำให้กระทรวงการคลัง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องออกมาปรับตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2556 ใหม่ จาก 5.1% ลดลงเหลือเพียง 3% หรือน้อยกว่า

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เสนอรายงานเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2556 ต่อแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2557 ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ว่า ในกรณีปกติสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายในครึ่งปีแรก หากมีการกระตุ้นเศรษฐกิจจะขยายตัว 4.5% หากไม่มีการกระตุ้นหรือเกิดผลช้า 3.7% และในกรณีที่เลวร้ายไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ทันในครึ่งปีแรก การส่งออกจะเติบโต 2.5% และหากพลาดเป้าก็จะโตเพียง 0.5% เท่านั้น

ภาพความสดใสของเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน ตามที่มีการคาดการณ์กันอาจเลือนรางไปบ้าง จากสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่เริ่มฉุดเศรษฐกิจของประเทศลง ขณะเดียวกันก็คงไม่อาจหยุดยั้งความเติบโตของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคได้ โดยเฉพาะจากการลงทุนและเงินทุนจากต่างประเทศที่สามารถเบี่ยงเบนเส้นทางจากไทยไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียน

เมื่อเราเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้ว ผมคิดว่าเรื่องที่เราจะต้องพิจารณาร่วมกันอย่างรอบคอบ ในเวลานี้มีอยู่ 2 ประเด็นใหญ่คือ

ประเด็นแรก “ความเห็นต่างของฝ่ายขัดแย้ง” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกตั้งก่อนหรือหลังการปฏิรูปประเทศ เรื่องเลื่อนวันเลือกตั้งจากวันที่ 2 ก.พ. 2557 ออกไปได้หรือไม่ การรักษาการของรัฐบาลควรจะเป็นใคร ก็ยังเป็นประเด็นที่ฝ่ายรักษาการรัฐบาลและ กปปส.คงเดินเป็นเส้นขนานกันอยู่

ผมมองว่า หากไม่ต้องการให้ปัญหาลุกลาม ยืดเยื้อยาวนาน ทั้งสองฝ่ายต้องถอยกันคนละก้าว แล้วหันมาเจรจากัน เพื่อเดินเข้าสู่ประเด็นที่สอง ที่ทั้งสองฝ่ายประกาศตรงกัน และเป็นเรื่องสำคัญกว่าประเด็นแรก เพราะเป็นความคิดเชิงโครงสร้างเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นนั่นคือ การปฏิรูปประเทศ

ลำพังเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปเศรษฐกิจ ก็มีหลายเรื่องต้องทำและไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แค่นึกถึงตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น การกระจายรายได้ ปรับโครงสร้างภาษี ภาษีมรดก ปฏิรูปที่ดิน เปิดเสรีการค้า และการบริการ รัฐสวัสดิการ ลดเลิกการอุดหนุน และแทรกแซงราคา โอกาสของการเข้าสู่ทรัพยากรอย่างเท่าเทียมกัน ความเหลื่อมล้ำของรายได้ เป็นเรื่องที่มีความพยายามจะทำกันมาช้านานแต่ไม่สำเร็จ

เรื่องทั้งหมดนี้หรือบางส่วนคือ การปฏิรูปเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง (Change) ที่ต้องอาศัยพลังของสังคมที่จะทำให้เกิดการยอมรับ มิฉะนั้นแล้วอาจสร้างความขัดแย้ง หรือการต่อต้านครั้งใหม่ขึ้นมาอีก

ที่ว่ามานี้ยังไม่ได้กล่าวไปถึงการปฏิรูปการเมืองและสังคม ที่อยู่ในความหมายของการปฏิรูปประเทศด้วย

หากคาดหมายถึง “รัฐบาลใหม่” ในอนาคต ก็จะมีภารกิจที่หนักหน่วงกว่าหลายๆ รัฐบาลที่ผ่านมา เพราะไม่เพียงแต่จะต้องไม่สร้างความขัดแย้งทางการเมืองเพิ่มขึ้นแล้ว ยังต้องปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปเศรษฐกิจ ให้ตรงกับความต้องการของสังคมโดยส่วนรวมด้วย

แน่นอนที่สุดว่า ก่อนจะเข้าสู่โหมด (Mode) การปฏิรูปประเทศ เราจะต้องยุติความขัดแย้งทางการเมืองเสียก่อน การปฏิรูปประเทศจึงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้

เมื่อนั้นสิ่งที่เราเคยพลาดโอกาสทางเศรษฐกิจมากว่า 7 ปี ร่วมกับสถานการณ์เศรษฐกิจขาลงในขณะนี้ ก็จะได้รับการชดเชยส่วนที่ขาดหายไป ให้เรากลับมามีเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และกลับคืนสู่การเป็นผู้นำอาเซียนอีกครั้งครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท