
เสนอ‘ผู้นำเหล่าทัพประธาน3ศาล’เจรจาสองฝ่าย
อดีต กกต.ชงทางออกตั้ง กรรมการกลาง ดึง ผบ.เหล่าทัพ ศาล เป็นคณะเจรจาระหว่างรัฐบาลกับ กปปส.
อดีต กกต.ชงทางออกตั้ง กรรมการกลาง ดึง ผบ.เหล่าทัพ ศาล เป็นคณะเจรจาระหว่างรัฐบาลกับ กปปส.
นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยใน งานเสวนา “ทางออกประเทศไทย วิกฤตเลือกตั้ง” ว่า หลังการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ. ความขัดแย้งก็ยังไม่จบ สภาพปัญหาการเมืองขณะนี้เข้าสู่สภาวะยืดเยื้ออย่างที่มีการพูดกันว่าใครอึดกว่าชนะ เพราะฝั่งรัฐบาลยืนยันหนักแน่นว่าจะต้องมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. และไม่ใช้กำลังในการเข้าสลายการชุมนุม ขณะที่แกนนำ กปปส.ก็ยืนยันชุมนุมต่อและคัดค้านการเลือกตั้ง สภาวะเช่นนี้ความเดือดร้อนจะตกอยู่กับคนทั้งประเทศ
อดีต กกต. เสนอว่า ควรมีคนกลางในการเจรจาทั้งสองฝ่ายให้มาพูดคุยกัน โดยควรตั้งคณะกรรมการแก้ไขวิกฤตโดยดึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ รวมถึงประธานศาล ทั้งประธานศาลฎีกา ศาลปกครอง เเละศาลรัฐธรรมนูญ เข้ามาเป็นคณะเจรจาเหมือนครั้งที่มีผู้เสนอแนะแนวคิดดังกล่าวระหว่างที่มีการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ทั้งนี้ ศาลและกองทัพเป็นสองสถาบันหลักที่กลุ่ม กปปส.ให้การยอมรับ
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น กปปส.ไม่มีสิทธิไปขวางไม่ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งเหมือนการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา ภาพที่ออกมาจะทำให้นายสุเทพสูญเสียมวลชน และยิ่งทำลายความชอบธรรมของ กปปส.
นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมน ไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า กปปส.สามารถคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งได้ แต่ไม่ควรก้าวล่วงไปเป็นพฤติกรรมขัดขวางการเลือกตั้ง ถึงจะมีการโต้แย้งว่าประชาธิปไตยทั้งหมดไม่ใช่การเลือกตั้ง แต่ประชาธิปไตยก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเช่นกัน เพราะการเลือกตั้งคือ วิธีการที่จะไปแสดงออกถึงความเห็นต่างได้อย่างสันติ







